ความแตกต่างของมัฏละอฺ และผลต่อผู้ที่เดินทาง ()

มุหัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด

 

ถาม - มุสลิมคนหนึ่งได้ถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนจนครบและละหมาดอีดแล้ว หลังจากนั้นเขาได้เดินทางกลับบ้านเกิดซึ่งอยู่ทางตะวันออก เมื่อถึงบ้านปรากฎว่าคนที่นั่นยังคงถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้เขาต้องถือศีลอดพร้อมคนที่นั่นหรือไม่ เพราะเขาได้ถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนครบสมบูรณ์แล้วก่อนเดินทางกลับ ?
    ความแตกต่างของมัฏละอฺ และผลต่อผู้ที่เดินทาง

    |

    ความแตกต่างในเวลาขึ้นลงของดวงจันทร์ระหว่างเมืองต่างๆ ในโลกนี้

    และผลต่อผู้ที่เดินทางไปมาระหว่างเมืองดังกล่าว

    [ ไทย ]

    اختلاف المطالع بين البلدان وتأثيرها على المتنقلين بينها

    [ باللغة التايلاندية ]

    www.islamqa.com

    موقع الإسلام سؤال وجواب

    แปลโดย: ดานียา เจะสนิ

    ترجمة : دانيال جيك سنيك

    ตรวจทาน: อัสรัน นิยมเดชา

    مراجعة: عصران إبراهيم

    สำนักงานความร่วมมือเพื่อการเผยแพร่และสอนอิสลาม อัร-ร็อบวะฮฺ กรุงริยาด

    المكتب التعاوني للدعوة وتوعية الجاليات بالربوة بمدينة الرياض

    1429 – 2008

    ความแตกต่างในเวลาขึ้นลงของดวงจันทร์ระหว่างเมืองต่างๆในโลกนี้และผลต่อผู้ที่เดินทางไปมาระหว่างเมืองดังกล่าว

    ถาม - มุสลิมคนหนึ่งได้ถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนจนครบและละหมาดอีดแล้ว หลังจากนั้นเขาได้เดินทางกลับบ้านเกิดซึ่งอยู่ทางตะวันออก เมื่อถึงบ้านปรากฎว่าคนที่นั่นยังคงถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้เขาต้องถือศีลอดพร้อมคนที่นั่นหรือไม่ เพราะเขาได้ถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนครบสมบูรณ์แล้วก่อนเดินทางกลับ ?

    ตอบ – อัลหัมดุลิลลาฮฺ

    เคยมีคนถามท่านชัยค์อุษัยมีน(เราะหิมะฮุลลอฮฺ)เกี่ยวกับคนคนหนึ่งที่ถือศีลอดมายี่สิบเก้าวันแล้วอีดในวันรุ่งขึ้นในเมืองที่เขาถือศีลอดอยู่ หลังจากนั้นในเช้าวันอีดเขาเดินทางไปอีกเมืองหนึ่ง โดยไม่ถือศีลอดแล้ว เมื่อไปถึงปรากฏว่าผู้คนในเมืองนั้นยังถือศีลอดกันอยู่ แล้วเขาจะต้องถือศีลอดหรือยังคงอยู่กับสภาพที่ไม่ถือศีลอดและถือเป็นวันอีดของเขา ?

    ท่านตอบว่า “ท่านไม่จำเป็นต้องถือศีลอดอีกแล้ว เนื่องจากท่านได้เลิกถือศีลอดอย่างถูกต้องตามหลักการศาสนา (นั่นคือถือศีลอดครบและเข้าสู่วันอีดแล้ว) ดังนั้น จึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นที่อนุญาตสำหรับเขา และไม่ต้องถือศีลอด ถ้าหากว่าตะวันลับขอบฟ้าแล้วในประเทศหนึ่ง แล้วท่านเดินทางไปยังอีกประเทศซึ่งตะวันยังไม่ตกดิน ท่านก็ไม่จำเป็นต้องถือศีลอดแต่อย่างใด”

    และมีคนถามท่านว่า หากเราเริ่มถือศีลอดในประเทศซาอุฯ จากนั้นเราเดินทางกลับไปยังประเทศของเราทางเอเชียตะวันออกในเดือนรอมฎอน ซึ่งที่นั่นเริ่มถือศีลอดช้ากว่า เช่นนี้เราจะถือศีลอด 31 วันได้หรือไม่?

    ท่านได้ตอบว่า - หากว่าคนคนหนึ่งได้เดินทางจากเมืองหนึ่งที่เขาถือศีลอดในช่วงแรกของเดือนเราะมะฎอนไปยังอีกเมืองหนึ่งที่ครบศีลอด(อีด)ล่าช้ากว่า เขาจะละการถือศีลอด(อีด) ไม่ได้จนกว่า ผู้คนในเมืองนั้นจะละศีลอด(อีด)เสียก่อน ทั้งนี้เหมือนกับผู้ที่ถือศีลอดในเมืองหนึ่ง แล้วในวันเดียวกันได้เดินทางไปยังอีกเมืองหนึ่งที่ดวงอาทิตย์ตกล่าช้ากว่า เขาจะต้องถือศีลอดต่อไปจนกว่าดวงอาทิตย์จะตก แม้จะต้องใช้เวลายาวนานถึงยี่สิบชั่วโมงก็ตาม เว้นแต่เขาจะใช้วิธีละศีลอดเนื่องจากการเดินทางของเขาตั้งแต่แรก ก็เป็นที่อนุญาตให้เขาละศีลอดได้

    และในทางตรงกันข้ามกัน หากว่าเขาเดินไปยังเมืองหนึ่งที่ผู้คนในเมืองนั้นถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนครบ(อีด)ก่อนถึงสามสิบวัน เขาจะต้องละศีลอด(อีด)พร้อมๆกับผู้คนในเมืองนั้นด้วย ทั้งนี้หากปรากฏว่าเดือนเราะมะฎอนสำหรับเมืองที่เขาจากมา ในปีนั้นครบหนึ่งเดือนสามสิบวันเต็ม เขาจะต้องชดเพิ่มหนึ่งวัน แต่หากว่าครบหนึ่งเดือนแค่ยี่สิบเก้าวัน เขาก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น สรุปแล้วเขาจะต้องชดเพิ่ม หากว่าเขาถือศีลอดไม่ครบหนึ่งเดือน และหากว่าเขาถือศีลอดเกินหนึ่งเดือน วันที่เกินนั้นถือว่าตกไปโดยปริยาย วัลลอฮุอะอฺลัม” คัดลอกจากหนังสือมัญฺมูอุลฟะตาวา 19

    ที่มา www.islamqa.com หมายเลข 38101