อนุญาตให้สามีภรรยาไม่สวมเสื้อผ้าขณะนอนหรือไม่ และจะมีผลต่อเรื่องเฏาะฮาเราะฮฺ (ความสะอาด) อย่างไร? ()

มุหัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด

ฉันอยากทราบว่าการนอนหลับกับคู่ครองโดยไม่สวมเสื้อผ้านั้นเป็นที่อนุญาตหรือไม่ในอิสลาม ถ้าเป็นที่อนุญาตแล้ว เมื่อโอบกอดกันขณะหลับ จำเป็นต้องอาบน้ำญะนาบะฮฺก่อนละหมาดหรือไม่ หรือเพียงแค่อาบน้ำละหมาด?

|

 อนุญาตให้สามีภรรยาไม่สวมเสื้อผ้าขณะนอนหรือไม่ และจะมีผลต่อเรื่องเฏาะฮาเราะฮฺ (ความสะอาด) อย่างไร?

هل يجوز للزوجين التجرد من الثياب حال النوم

وما أثر ذلك في الطهارة

มุหัมมัด ศอลิห์ อัลมุนัจญิด

แปลโดย : บะนาตุลฮุดา

محمد صالح المنجد

ترجمة: فريق موقع بنات الهدى

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

 อนุญาตให้สามีภรรยาไม่สวมเสื้อผ้าขณะนอนหรือไม่ และจะมีผลต่อเรื่องเฏาะฮาเราะฮฺ (ความสะอาด) อย่างไร

คำถาม:

            ฉันอยากทราบว่าการนอนหลับกับคู่ครองโดยไม่สวมเสื้อผ้านั้นเป็นที่อนุญาตหรือไม่ในอิสลาม ถ้าเป็นที่อนุญาตแล้ว เมื่อโอบกอดกันขณะหลับ จำเป็นต้องอาบน้ำญะนาบะฮฺก่อนละหมาดหรือไม่ หรือเพียงแค่อาบน้ำละหมาด?

คำตอบ:

            มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ

            สำหรับคำถามในส่วนแรกนั้น เป็นสิ่งที่อนุมัติสำหรับคู่ครอง

อัลลอฮฺตรัสไว้ว่า

(وَالَّذِينَ هُمْ لِفُرُوجِهِمْ حَافِظُونَ ، إِلَّا عَلَى أَزْوَاجِهِمْ أوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَانُهُمْ فَإِنَّهُمْ غَيْرُ مَلُومِينَ) (المؤمنون : ٥-6 )

 “และบรรดาผู้ที่สงวนอวัยวะเพศของพวกเขา เว้นแต่กับบรรดาภรรยาของพวกเขา หรือกับสตรีใต้การครอบครองของพวกเขา (ทาสี) ซี่งในกรณีเช่นนั้นพวกเขาจะไม่ถูกตำหนิ” [อัลมุอฺมินูน 23:5-6]

อิมาม อิบนุ หัซมฺ رحمه الله กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงใช้ให้พวกเราสงวนอวัยวะเพศ ยกเว้นกับบรรดาภรรยาของพวกเราหรือกับสตรีที่อยู่ใต้อำนาจของพวกเรา (ทาสี) ซึ่งจะไม่ถูกตำหนิในกรณีนั้น นี่เป็นการกล่าวถึงอย่างกว้างๆ ซึ่งหมายรวมทั้งการมอง การสัมผัส และการคลุกคลีปะปนกัน (อัลมุหัลลา, 9/165)

          สำหรับหลักฐานจากซุนนะฮฺ มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ  ว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  และฉันเคยอาบน้ำญะนาบะฮฺจากภาชนะซึ่งถูกวางไว้ระหว่างฉันกับท่าน ท่านเร่งรีบตักจนฉันกล่าวว่า “เหลือไว้สำหรับฉันบ้าง เหลือไว้สำหรับฉันบ้าง” (บันทึกโดย อัลบุคอรี, 258; มุสลิม, 321 ในสำนวนนี้บันทึกโดยมุสลิม)

            อัลหาฟิซ อิบนุ หะญัร กล่าวว่า อัลดาวุดี ใช้หลักฐานนี้บอกว่าเป็นที่อนุมัติให้ชายมองเอาเราะฮฺของภรรยาและอนุมัติให้หญิงมองเอาเราะฮฺของสามี และได้รับการสนับสนุนโดยรายงานจาก อิบนุหิบบาน จาก สุลัยมาน อิบนุ มูซา ซึ่งถูกถามเกี่ยวกับการที่ผู้ชายมองอวัยวะเพศของภรรยา เขากล่าวว่า ฉันได้ถาม อะฏออ์ แล้วเขากล่าวว่า ฉันได้ถามท่านหญิงอาอิชะฮฺ  และนางได้กล่าวถึงหะดีษนี้ อัลหาฟิซกล่าวว่า นี่คือรายงานที่เจาะจงสำหรับเรื่องนี้เลยทีเดียว

            ยังมีหะดีษอีกบทหนึ่ง ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  กล่าวว่า “จงรักษาเอาเราะฮฺของท่าน ยกเว้นกับบรรดาภรรยาและสตรีผู้อยู่ใต้อำนาจของพวกท่าน” (บันทึกโดย อบูดาวูด, 4017; อัตติรมิซี, 2769 หะดีษนี้อยู่ในระดับหะซัน; อิบนุมาญะฮฺ, 1920; รายงานโดย มุอัลละกอ โดย อัลบุคอรี, 1/508) อัลหาฟิซ อิบนุ หะญัร กล่าวเกี่ยวกับหะดีษนี้ว่า สำหรับข้อความ “ยกเว้นสำหรับภรรยาของพวกท่าน” หมายถึง อนุญาตให้ภรรยามองเอาเราะฮฺของสามีและอนุญาตให้สามีมองเอาเราะฮฺของภรรยา

            อิบนุ หัซมฺ กล่าวว่า เป็นที่หะลาลสำหรับผู้ชายในการมองอวัยวะเพศหญิงของภรรยาและทาสีของเขา ซึ่งเป็นบุคคลที่เขาได้รับอนุญาตให้มีเพศสัมพันธ์ และเป็นที่อนุญาตให้พวกนางมองอวัยวะเพศของเขา ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเรื่องนั้น หลักฐานของเรื่องนี้เป็นที่ทราบกันดีถึงรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮฺ และท่านหญิงมัยมูนะฮฺ เหล่ามารดาของผู้ศรัทธา (ขออัลลอฮฺทรงพอพระทัยพวกนาง) ซึ่งรายงานว่าพวกนางเคยอาบน้ำญะนาบะฮฺร่วมกับท่านร่อซูลุลลอฮฺ  เพื่อทำความสะอาดจากหะดัษใหญ่ ในภาชนะหนึ่ง รายงานจากท่านหญิงมัยมูนะฮฺชี้ให้เห็นชัดเจนว่าท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ไม่ได้ปกปิดร่างกาย เพราะรายงานของนางระบุว่า “ท่านจุ่มมือลงในภาชนะแล้วเทน้ำลงบนอวัยวะเพศแล้วชำระล้างมันด้วยมือซ้ายของท่าน” ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องตามความคิดเห็นส่วนน้อยของบางคน เป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้เพิกเฉยบางคนที่ต้องการสร้างความยากลำบากโดยการอนุมัติให้มีเพศสัมพันธ์แต่ห้ามมองอวัยวะเพศ (อัลมุหัลลา, 9/165)

            ชัยคฺ อัลอัลบานี กล่าวว่า การห้ามมองนั้นหมายถึงห้ามมองในสิ่งที่จะนำสู่เพศสัมพันธ์ที่หะรอม ดังนั้น เมื่ออัลลอฮฺทรงอนุมัติให้สามีมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาได้แล้ว การที่พระองค์จะทรงห้ามเขามองอวัยวะเพศของนางนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สอดรับกัน เป็นไปไม่ได้ (อัสสิลสิละฮฺ อัฎฎออีฟะฮฺ, 1/353)

            เกี่ยวกับเฏาะฮาเราะฮฺ (ความสะอาด) ในกรณีนี้ การโอบกอดขณะนอนหลับ ตราบใดที่มิได้ทำให้หลั่งน้ำมะนียฺ (อสุจิ) หรือมีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำญะนาบะฮฺ

            แต่ถ้ามีการหลั่งน้ำมะซียฺ (น้ำเมือกใสที่หลั่งเองเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ) ทั้งสองต้องชำระล้างอวัยวะเพศและอาบน้ำละหมาด

            และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ที่สุด

โดย ชัยคฺ มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัลมุนัจญิด