หิศนุลมุสลิม บทซิกิรจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ ()

สะอีด บิน อะลี บิน วะฮัฟ อัล-ก็อหฺฏอนีย์

 

หนังสือ "หิศนุลมุสลิม มิน อัซการฺ อัลกิตาบ วัสสุนนะฮฺ" ถือเป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่ได้รวบรวมบทดุอาอ์และบทซิกิรประจำวันในหมวดต่างๆ อย่างครอบคลุม ซึ่งสามารถปกป้องมุสลิมจากชัยฏอนและญิน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของบ่าวกับอัลลอฮฺให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
หิศนุลมุสลิม บทซิกิรจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ

|

 หิศนุลมุสลิม บทซิกิรจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ

حصن المسلم من أذكار الكتاب والسنة

หิศนุลมุสลิม

บทซิกิรจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ

 คำนำผู้แปล

การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ พระผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอการสดุดีแห่งอัลลอฮฺและความสันติสุขปลอดภัยจงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ผู้เป็นศาสนทูตท่านสุดท้าย และบรรดาเครือญาติตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺและบรรดาผู้ที่รักใคร่เป็นมิตรกับท่าน ตราบจนถึงวันแห่งการตัดสิน

อนึ่ง การรำลึกถึงอัลลอฮฺเป็นอะมัลที่ดีที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด และประเสริฐที่สุด นั่นคือ สามารถขับไล่ชัยฏอน สร้างความโปรดปรานต่ออัลลอฮฺผู้ทรงเมตตา ขจัดความทุกข์โศกและความกังวลจากหัวใจ สร้างความเข้มแข็งแก่หัวใจและร่างกาย ให้รัศมีแก่หัวใจและใบหน้า เป็นเหตุแห่งการประทานริซกี ขจัดความรู้สึกห่างเหินระหว่างบ่าวกับอัลลอฮฺ เป็นการกลับตัวและใกล้ชิดต่อพระองค์ การรำลึกถึงอัลลอฮฺจะมอบความเข้มแข็งแก่ผู้กล่าวรำลึก ทำให้รอดพ้นจากการลงโทษของพระองค์  และมันเป็นเหตุแห่งการลงมาของความสงบแก่ผู้กล่าวรำลึก และมันจะยังเป็นต้นไม้ที่ขึ้นในสวรรค์ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่อัลลอฮฺประทานให้แก่ผู้กล่าวซิกิรฺ ทำให้สิ่งที่ยากกลายเป็นง่ายดาย ลบความชั่วร้าย ทำให้ความกลัวหมดไป จะลบล้างความผิดบาป เป็นเหตุให้อัลลอฮฺรำลึกถึงบ่าว เป็นเหตุแห่งความรักความเอ็นดูของพระองค์ต่อเขา ทำให้เขาเหมือนได้เสื้อคลุมแห่งความน่าเกรงขามและความเจิดจรัส ความเมตตาที่ล้นเปี่ยม และเหล่ามลาอิกะฮฺที่คอยห้อมล้อม และอัลลอฮฺจะทรงกล่าวถึงพวกเขาให้ผู้ที่อยู่ ณ พระองค์ได้ฟัง พระองค์จะทรงอวดพวกเขาแก่บรรดามลาอิกะฮฺ ด้วยเหตุนี้อัลลอฮฺจึงสั่งใช้ให้เราหมั่นรำลึกถึงพระองค์อย่างสม่ำเสมอ

หนังสือ หิศนุลมุสลิม[1] บทซิกิรจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺ”  เป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาไทยจากต้นฉบับภาษาอาหรับที่มีชื่อว่า  “หิศนุลมุสลิม มินอัซการ อัล-กิตาบ วัส-สุนนะฮฺ” เรียบเรียงโดยชัยคฺ สะอีด บิน อะลี บิน วะฮัฟ อัล-เกาะหฺฏอนี ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รวบรวมบทซิกิรฺและดุอาอ์มากกว่า 130 หมวดหรือ 260 กว่าตัวบท เช่น อัซการยามเช้าและยามเย็น บทซิกิรและดุอาอ์ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงเข้านอน บทดุอาอ์ในละหมาด บทดุอาอ์ในช่วงของการถือศีลอด บทดุอาอ์ในพิธีอุมเราะฮฺและหัจญ์ บทดุอาอ์เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ฯลฯ ซึ่งได้คัดสรรจากอัลกุรอานและแบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาต่างๆ มาแล้วมากกว่า 40 ภาษาทั่วโลก โดยข้าพเจ้า (ผู้แปล) ได้เพิ่มเติมในส่วนของคำอ่านและความหมายเป็นภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อให้มีความสะดวกต่อการอ่าน ท่องจำ และนำไปใช้ รวมถึงได้เข้าใจในความหมายของบทซิกิรและดุอาอ์ต่างๆ ในส่วนของการตรวจสอบหลักฐานที่มาที่ไปของบทซิกิรและดุอาอ์ที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้นั้น ข้าพเจ้า (ผู้แปล) ได้ทำการตรวจสอบใหม่อีกครั้งโดยอิงการตรวจสอบของชัยคฺอัล-อัลบานี เราะหิมะฮุลลอฮฺ เป็นหลัก แต่ก็มีบางตัวบทที่ข้าพเจ้า (ผู้แปล) ได้อิงการตรวจสอบของชัยคฺบินบาซฺ, ชัยคฺชุอัยบฺ อัล-อัรนะอูฏและชัยคฺอับดุลกอดิร อัล-อัรนะอูฏ เป็นต้น ซึ่งพี่น้องสามารถตรวจสอบได้ตามที่ข้าพเจ้า (ผู้แปล) ได้ระบุไว้ในเชิงอรรถหนังสือเล่มนี้

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกคนที่มีส่วนร่วมในความดีงามนี้ ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนความดีงามด้วยกับสวนสวรรค์อัล-ฟิรเดาส์ และขอต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตอบรับการงานนี้ และให้การงานนี้เป็นการงานที่มีความบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ และขอให้การงานนี้เป็นประโยชน์ต่อบรรดาผู้ศรัทธาทุกคน และขอให้พระองค์ทรงคัดเลือกเราให้เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่รำลึกถึงพระองค์ทั้งในสภาพยืน และนั่ง และในสภาพที่นอนตะแคง และให้อยู่ในผู้ที่พระองค์ทรงรักทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และเข้าสู่สวนสวรรค์อันบรมสุขของพระองค์ได้อย่างง่ายดายด้วยเถิด อามีน ยาร็อบบัลอาละมีน  


 คำนำผู้เรียบเรียง

การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ เราขอสรรเสริญต่อพระองค์ เราขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ เราขออภัยโทษต่อพระองค์ และเราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายของตนเอง และจากความผิดพลาดที่เกิดจากการงานที่เราได้กระทำ ผู้ใดก็ตามที่พระองค์ทรงให้ทางนำแก่เขาก็ไม่มีผู้ใดที่ทำให้เขาหลงทางได้และผู้ใดก็ตามที่พระองค์ทรงให้เขาหลงทางก็ไม่มีใครสามารถทำให้เขาได้รับทางนำ เราขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น โดยที่ไม่มีภาคีใดๆ ต่อพระองค์ และเราขอปฏิญาณว่าแท้จริงมุหัมมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ขอการสดุดีแห่งอัลลอฮฺและความสันติสุขปลอดภัยจงมีแด่ท่านและบรรดาเครือญาติ ตลอดจนเศาะหาบะฮฺของท่านทุกคน รวมถึงผู้ที่เจริญรอยตามพวกเขาด้วยกับความดีงาม ตราบจนถึงวันแห่งการตัดสิน

อนึ่ง นี่คือหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ได้คัดสรุปจากหนังสือของข้าพเจ้าเองนั้นคือ “อัซ-ซิกรุ วัด-ดุอาอุ วัล-อิลาญุ บิร-รุกอ มินัลกิตาบ วัส-สุนนะฮฺ” บทรำลึก บทดุอาอ์และบทว่าด้วยการปัดเป่ารักษาโรคภัยต่างๆ จากอัลกุรอานและแบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม- ซึ่งข้าพเจ้าได้คัดสรุปเป็นหมวดต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา

หนังสือเล่มเล็กๆ นี้ ข้าพเจ้าได้คัดสรุปเฉพาะในส่วนที่เป็นตัวบท และได้อ้างอิงหลักฐานต่างๆ จากหนังสือต้นฉบับเพียงแค่หนึ่งหรือสองแหล่งต่อตัวบทเท่านั้น ซึ่งผู้ใดที่ต้องการทราบถึงรายละเอียดของเศาะหาบะฮฺผู้รายงานตัวบทต่างๆ หรือรายละเอียดเพิ่มเติมก็ให้กลับไปดูในต้นฉบับ

ข้าพเจ้าขอวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ด้วยกับพระนามอันวิจิตรของพระองค์และด้วยกับคุณลักษณะต่างๆ ที่สูงส่งของพระองค์ ให้การงานนี้มีความบริสุทธิ์ใจเพื่อแสวงหาพระพักตร์ที่มีเกียรติของพระองค์ และให้การงานนี้เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของข้าพเจ้า และหลังจากที่ข้าพเจ้าได้เสียชีวิต และขอให้มันเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่อ่านมัน หรือผู้ที่ตีพิมพ์มัน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเผยแพร่มัน แท้จริงพระองค์ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง และเป็นผู้ช่วยเหลือในเรื่องนี้ และเป็นผู้ที่มีเดชานุภาพเหนือมัน และขอการสดุดีแห่งอัลลอฮฺและความสันติสุขปลอดภัยจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัดของเรา และบรรดาเครือญาติ ตลอดจนเศาะหาบะฮฺของท่านทุกคน รวมถึงผู้ที่เจริญรอยตามพวกเขาด้วยกับความดีงาม ตราบจนถึงวันแห่งการตัดสิน

 ความประเสริฐของการซิกิรฺ (การรำลึกถึงอัลลอฮฺ)

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า

﴿ فَٱذۡكُرُونِيٓ أَذۡكُرۡكُمۡ وَٱشۡكُرُواْ لِي وَلَا تَكۡفُرُونِ ١٥٢ ﴾ [البقرة: ١٥٢] 

ความว่า “ดังนั้นพวกเจ้าจงรำลึกถึงข้าเถิด ข้าก็จะรำลึกถึงพวกเจ้า และจงขอบคุณข้าเถิด และจงอย่าเนรคุณต่อข้า [2]

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสอีกว่า

﴿ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ ذِكۡرٗا كَثِيرٗا ٤١ ﴾ [الاحزاب : ٤١] 

ความว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงรำลึกถึงอัลลอฮฺโดยการรำลึกอย่างมากมาย” [3]

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสอีกว่า

﴿ وَٱلذَّٰكِرِينَ ٱللَّهَ كَثِيرٗا وَٱلذَّٰكِرَٰتِ أَعَدَّ ٱللَّهُ لَهُم مَّغۡفِرَةٗ وَأَجۡرًا عَظِيمٗا ٣٥ ﴾ [الاحزاب : ٣٥] 

ความว่า  “บรรดาผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมากมายที่เป็นชายและหญิงนั้น อัลลอฮฺได้ทรงเตรียมไว้สำหรับพวกเขาแล้ว ซึ่งการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง” [4]

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสอีกว่า

﴿ وَٱذۡكُر رَّبَّكَ فِي نَفۡسِكَ تَضَرُّعٗا وَخِيفَةٗ وَدُونَ ٱلۡجَهۡرِ مِنَ ٱلۡقَوۡلِ بِٱلۡغُدُوِّ وَٱلۡأٓصَالِ وَلَا تَكُن مِّنَ ٱلۡغَٰفِلِينَ ٢٠٥ ﴾ [الاعراف: ٢٠٤] 

ความว่า  “และเจ้า  (มุหัมมัด) จงรำลึกถึงพระเจ้าของเจ้าในใจของเจ้าด้วยความนอบน้อมและยำเกรงและโดยไม่ออกเสียงดัง ทั้งในเวลาเช้าและเย็นและจงอย่าอยู่ในหมู่ผู้ที่เผอเรอ” [5]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«مَثَلُ الَّذِي يَذْكُرُ رَبَّهُ، وَالَّذِي لاَ يَذْكُرُ ربَّهُ، مَثَلُ الحَيِّ وَالميِّتِ»

ความว่า “อุปมาผู้ที่กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺและผู้ที่ไม่กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ อุปมัยดั่งคนเป็นและคนตาย”[6]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า

«أَلاَ أُنبِّئُكُم بِخَيْرِ أَعْمَالِكُمْ، وَأَزْكَاهَا عِنْدَ مَلِيكِكُمْ، وَأَرْفَعِهَا فِي دَرَجَاتِكُمْ، وَخَيْرٍ لَكُمْ مِنْ إِنْفَاقِ الذَّهَبِ وَالوَرِقِ، وَخَيْرٍ لَكُمْ مِنْ أَنْ تَلْقَوْا عَدُوَّكُمْ فَتَضْرِبُوا أَعْنَاقَهُمْ وَيَضْرِبُوا أَعْنَاقَكُم؟ قَالُوا بَلَى. قَالَ: ذِكْرُ اللهِ تَعَالَى»

ความว่า “เอาไหม? ฉันจะแจ้งแก่พวกท่านถึงอะมัลที่ดีที่สุดของพวกท่าน เป็นอะมัลที่บริสุทธิ์ที่สุด ณ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน เป็นอะมัลที่สูงส่งยิ่งสำหรับการยกระดับขั้นของพวกท่าน ดีกว่าการจ่ายทานทองคำและเงิน[7] และดีกว่าการที่พวกท่านต้องเจอเหล่าศัตรูแล้วพวกท่านต้องฟันคอพวกเขาและพวกเขาก็ฟันคอพวกท่าน[8]” พวกเขา (เหล่าเศาะหาบะฮฺ) กล่าวตอบว่า “แน่นอน (เราทุกคนอยากทราบ) ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “นั่นคือการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ”[9]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า

«يَـقُولُ اللهُ تَعَالَى: أَنَا عِنْدَ ظَنِّ عَبْدِي بِي، وَأَنَا مَعَهُ إذَا ذَكَرَنِي، فَإنْ ذَكَرَنِي فِي نَفْسِهِ ذَكَرْتُـهُ فِي نَفْسِي، وَإنْ ذَكَرَنِي فِي مَلإٍ ذَكَرْتُـهُ فِي مَلإٍ خَيْرٍ مِنْـهُـمْ، وَإنْ تَقَرَّبَ شِبراً إلَيَّ تَقَرَّبْتُ إلَيهِ ذِرَاعاً، وَإنْ تَقَرَّبَ إلَيَّ ذِرَاعاً تَقَرَّبْتُ إلَيهِ بَاعاً، وَإنْ أَتَانِي يَـمْشِي أَتَيْتُـهُ هَرْوَلَةً»

ความว่า “อัลลอฮฺได้ตรัสว่า แท้จริง ข้าจะอยู่ ณ ที่บ่าวของข้าที่เขาได้คาดคิดต่อข้า[10] และข้าจะอยู่กับเขาเมื่อเขารำลึกถึงข้า[11] เมื่อเขารำลึกถึงข้าในตัวเขา[12] ข้าก็จะรำลึกถึงเขาในตัวข้า[13] เมื่อเขากล่าวรำลึกถึงข้าเป็นหมู่คณะ[14] ข้าจะกล่าวรำลึกถึงเขาด้วยกับสิ่งที่ดีกว่านั้นอีก[15] หากเขาใกล้ชิดข้าเพียงคืบหนึ่ง ข้าจะใกล้ชิดเขาหนึ่งศอก หากเขาใกล้ชิดข้าหนึ่งศอก ข้าจะใกล้ชิดเขาหนึ่งวา หากเขามาหาข้าด้วยการเดิน ข้าจะก็ไปหาเขาด้วยการวิ่ง” [16] [17]

จากท่านอับดุลลอฮฺ บิน บุสรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า

«أَنَّ رَجُلاً قَالَ: يَا رَسُولَ اللهِ، إِنَّ شَرَائِعَ الإِسْلاَمِ قَدْ كَثُرَتْ عَليَّ، فَأَخْبِرْنِي بِشَيْءٍ أَتَشَبَّثُ بِهِ. قَالَ: لاَ يَزَالُ لِسَانُكَ رَطْباً مِنْ ذِكْرِ اللهِ»

ความว่า “มีชายคนหนึ่ง ได้กล่าวว่า โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ แท้จริงแล้วบทบัญญัติของอิสลามนั้นดูมากมายแก่ฉันเหลือเกิน ดังนั้นขอให้ท่านชี้แนะฉันถึงสิ่งหนึ่งที่ฉันจะได้ยึดมั่นกับมันด้วยเถิด ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้กล่าวตอบว่า “จงให้ลิ้นของท่านเปียกชุ่มด้วยการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺอยู่เสมอ” [18] [19]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า

«مَنْ قَرَأَ حَرْفًا مِنْ كِتَابِ اللهِ فَلَهُ بِهِ حَسَنَةٌ، وَالْحَسَنَةُ بِعَشْرِ أَمْثَالِهَا، لاَ أَقُولُ الم حَرْفٌ، وَلَكِنْ أَلِفٌ حَرْفٌ، وَلاَمٌ حَرْفٌ، وَمِيمٌ حَرْفٌ»

ความว่า “ผู้ใดที่อ่านอัลกุรอานหนึ่งตัวอักษรเขาจะได้รับหนึ่งความดีงาม โดยหนึ่งความดีงามนั้นจะเพิ่มทวีคูณเป็นสิบเท่า ฉันไม่ได้บอกว่า อลิฟ ลาม มีม เป็นหนึ่งอักษร แต่อลิฟ เป็นหนึ่งอักษร ลาม เป็นหนึ่งอักษร มีม ก็เป็นอีกหนึ่งอักษร” [20]

จากท่านอุกบะฮฺ บินอามิรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า 

«خَرَجَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَنَحْنُ فِي الصُّفَّةِ، فَقَالَ: «أَيُّكُمْ يُحِبُّ أَنْ يَغْدُوَ كُلَّ يَوْمٍ إِلَى بُطْحَانَ، أَوْ إِلَى الْعَقِيقِ، فَيَأْتِيَ مِنْهُ بِنَاقَتَيْنِ كَوْمَاوَيْنِ فِي غَيْرِ إِثْمٍ، وَلَا قَطْعِ رَحِمٍ؟»، فَقُلْنَا: يَا رَسُولَ اللهِ نُحِبُّ ذَلِكَ، قَالَ: «أَفَلَا يَغْدُو أَحَدُكُمْ إِلَى الْمَسْجِدِ فَيَعْلَمُ، أَوْ يَقْرَأُ آيَتَيْنِ مِنْ كِتَابِ اللهِ عَزَّ وَجَلَّ، خَيْرٌ لَهُ مِنْ نَاقَتَيْنِ، وَثَلَاثٌ خَيْرٌ لَهُ مِنْ ثَلَاثٍ، وَأَرْبَعٌ خَيْرٌ لَهُ مِنْ أَرْبَعٍ، وَمِنْ أَعْدَادِهِنَّ مِنَ الْإِبِلِ»

ความว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ออกมา (หาพวกเรา) ขณะที่เรากำลังอยู่ที่อัศ-ศุฟฟะฮฺ[21] และท่านกล่าวว่า พวกท่านชอบที่จะออกไปที่บุฏหานหรืออัล-อะกีก[22] ในทุกๆ วัน และกลับมาพร้อมกับบรรดาอูฐที่มีโหนก[23] โดยที่ไม่ต้องทำผิด[24] หรือต้องตัดขาดกับเครือญาติไหม? พวกเรากล่าวว่า โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮฺ พวกเราต้องการเช่นนั้นครับ ท่านกล่าวว่าทำไมคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านถึงไม่ออกไปยังมัสญิด แล้วเรียนรู้หรืออ่านกุรอานสองอายะฮฺจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัลละ ซึ่งมันดีกว่าการที่เขามีอูฐสองตัวเสียอีก และสามอายะฮฺนั้นดีกว่าอูฐสามตัว และสี่อายะฮฺดีกว่าอูฐสี่ตัว และอื่นจากจำนวนอายะฮฺนั้นดีกว่าอูฐตามจำนวนนั้น” [25]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า

«مَنْ قَعَدَ مَقْعَدًا لَمْ يَذْكُرِ اللهَ فِيهِ كَانَتْ عَلَيْهِ مِنَ اللهِ تِرَةٌ، وَمَنْ اضْطَجَعَ مَضْجَعًا، لَا يَذْكُرُ اللهَ فِيهِ كَانَتْ عَلَيْهِ مِنَ اللهِ تِرَةٌ».

ความว่า “ผู้ใดที่นั่งร่วมในที่ชุมนุมหนึ่งซึ่งเขาไม่รำลึกถึงอัลลอฮฺ สำหรับเขาแล้ว ณ ที่อัลลอฮฺย่อมเป็นสิ่งที่ขาดทุนที่สร้างความโศกเศร้าเสียดาย และผู้ใดที่นอนพิงกาย ณ ที่นอนหนึ่งซึ่งเขาไม่รำลึกถึงอัลลอฮฺ สำหรับเขาแล้ว ณ ที่อัลลอฮฺย่อมเป็นสิ่งที่ขาดทุนที่สร้างความโศกเศร้าเสียดาย” [26]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวอีกว่า

«مَاجَلَسَ قَومٌ مَـجْلِساً لَـمْ يَذْكُرُوا الله فِيهِ، وَلَـمْ يُصَلُّوا عَلَى نَبِيِّهِـمْ، إلاكَانَ عَلَيهِـمْ تِرَةً، فَإنْ شَاءَ عَذَّبَـهُـمْ، وَإنْ شَاءَ غَفَرَ لَـهُـمْ»

ความว่า “ไม่มีกลุ่มชนใดที่นั่ง ณ ที่ชุมนุมใด ซึ่งพวกเขาไม่มีการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ และไม่มีการเศาะละวาตต่อนบีของพวกเขา เว้นแต่จะเป็นความบกพร่อง[27] แก่พวกเขา[28] และหากอัลลอฮฺประสงค์พระองค์ก็จะทรงลงโทษพวกเขา และหากทรงประสงค์ก็จะทรงอภัยให้พวกเขา” [29]

และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«مَا مِنْ قَومٍ يَـقُومُونَ مِنْ مَـجْلِسٍ لا يَذْكُرُونَ الله فِيهِ إلَّا قَامُوا عَنْ مِثْلِ جِيفَةِ حِـمَارٍ، وَكَانَ لَـهُـمْ حَسْرَةً»

ความว่า “ไม่มีกลุ่มชนใดที่ลุกขึ้นมาจากการนั่งชุมนุมหนึ่ง ซึ่งพวกเขาไม่กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ ณ ที่นั่น เว้นแต่ได้ลุกขึ้นประหนึ่งการลุกขึ้นจากการล้อมวงมูลของลา[30] และมันจะกลายเป็นความโศกเศร้าเสียดายแก่พวกเขา” [31]

 001 บทซิกิรเมื่อตื่นนอน

«الـْحَمْدُ لِلهِ الَّذِي أَحْيَانَا بَعْدَ مَا أَمَاتَنَا وَإِلَيْهِ النُّشُورُ» 

อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี อะหฺยานา บะอฺดะมา อะมาตะนา วะอิลัยฮินนุชูร

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงฟื้นชีพเราหลังจากที่ได้ทำให้เราตายไป และการฟื้นชีพใหม่จะต้องมีสู่พระองค์เท่านั้น)[32]

«لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ، لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ، وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ، سُبْحَانَ اللهِ، وَالْحَمْدُ لِلهِ وَلَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَاللهُ أَكْبَرُ، وَلَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللهِ ».     

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร สุบหานัลลอฮฺ วัลหัมดุลิลลาฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร วะลาเหาละวะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีเทียบเคียงกับพระองค์ อำนาจทั้งหมดเป็นของพระองค์ การสรรเสริญเป็นเพียงของพระองค์ พระองค์ทรงมีความสามารถเหนือทุกสรรพสิ่ง อัลลอฮฺทรงบริสุทธิ์ยิ่ง การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ  ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ อัลลอฮฺคือผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด และไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ)

จากนั้นให้ขอดุอาอ์ว่า

«رَبِّ اغْفِرْ لِي».

ร็อบบิฆฟิรลี

(โอ้อัลลอฮฺ ขอโปรดทรงประทานอภัยให้แก่ฉัน) [33]

«الْحَمْدُ لِلهِ الَّذِي عَافَانِي فِي جَسَدِي، وَرَدَّ عَلَيَّ رُوحِي، وَأَذِنَ لِي بِذِكْرِهِ».

อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี อาฟานี ฟีญะสะดี วะร็อดดะอะลัยยะ รูฮี วะอะซินะลี บิซิกริฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงให้ความปลอดภัยแก่ร่างกายของฉัน และคืนวิญญาณแก่ฉัน และอนุมัติให้ฉันรำลึกถึงพระองค์) [34]

﴿ إِنَّ فِي خَلۡقِ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَٱخۡتِلَٰفِ ٱلَّيۡلِ وَٱلنَّهَارِ لَأٓيَٰتٖ لِّأُوْلِي ٱلۡأَلۡبَٰبِ ١٩٠ ٱلَّذِينَ يَذۡكُرُونَ ٱللَّهَ قِيَٰمٗا وَقُعُودٗا وَعَلَىٰ جُنُوبِهِمۡ وَيَتَفَكَّرُونَ فِي خَلۡقِ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ رَبَّنَا مَا خَلَقۡتَ هَٰذَا بَٰطِلٗا سُبۡحَٰنَكَ فَقِنَا عَذَابَ ٱلنَّارِ ١٩١ رَبَّنَآ إِنَّكَ مَن تُدۡخِلِ ٱلنَّارَ فَقَدۡ أَخۡزَيۡتَهُۥۖ وَمَا لِلظَّٰلِمِينَ مِنۡ أَنصَارٖ ١٩٢ رَّبَّنَآ إِنَّنَا سَمِعۡنَا مُنَادِيٗا يُنَادِي لِلۡإِيمَٰنِ أَنۡ ءَامِنُواْ بِرَبِّكُمۡ فَ‍َٔامَنَّاۚ رَبَّنَا فَٱغۡفِرۡ لَنَا ذُنُوبَنَا وَكَفِّرۡ عَنَّا سَيِّ‍َٔاتِنَا وَتَوَفَّنَا مَعَ ٱلۡأَبۡرَارِ ١٩٣ رَبَّنَا وَءَاتِنَا مَا وَعَدتَّنَا عَلَىٰ رُسُلِكَ وَلَا تُخۡزِنَا يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِۖ إِنَّكَ لَا تُخۡلِفُ ٱلۡمِيعَادَ ١٩٤ فَٱسۡتَجَابَ لَهُمۡ رَبُّهُمۡ أَنِّي لَآ أُضِيعُ عَمَلَ عَٰمِلٖ مِّنكُم مِّن ذَكَرٍ أَوۡ أُنثَىٰۖ بَعۡضُكُم مِّنۢ بَعۡضٖۖ فَٱلَّذِينَ هَاجَرُواْ وَأُخۡرِجُواْ مِن دِيَٰرِهِمۡ وَأُوذُواْ فِي سَبِيلِي وَقَٰتَلُواْ وَقُتِلُواْ لَأُكَفِّرَنَّ عَنۡهُمۡ سَيِّ‍َٔاتِهِمۡ وَلَأُدۡخِلَنَّهُمۡ جَنَّٰتٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ ثَوَابٗا مِّنۡ عِندِ ٱللَّهِۚ وَٱللَّهُ عِندَهُۥ حُسۡنُ ٱلثَّوَابِ ١٩٥ لَا يَغُرَّنَّكَ تَقَلُّبُ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ فِي ٱلۡبِلَٰدِ ١٩٦ مَتَٰعٞ قَلِيلٞ ثُمَّ مَأۡوَىٰهُمۡ جَهَنَّمُۖ وَبِئۡسَ ٱلۡمِهَادُ ١٩٧ لَٰكِنِ ٱلَّذِينَ ٱتَّقَوۡاْ رَبَّهُمۡ لَهُمۡ جَنَّٰتٞ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ خَٰلِدِينَ فِيهَا نُزُلٗا مِّنۡ عِندِ ٱللَّهِۗ وَمَا عِندَ ٱللَّهِ خَيۡرٞ لِّلۡأَبۡرَارِ ١٩٨ وَإِنَّ مِنۡ أَهۡلِ ٱلۡكِتَٰبِ لَمَن يُؤۡمِنُ بِٱللَّهِ وَمَآ أُنزِلَ إِلَيۡكُمۡ وَمَآ أُنزِلَ إِلَيۡهِمۡ خَٰشِعِينَ لِلَّهِ لَا يَشۡتَرُونَ بِ‍َٔايَٰتِ ٱللَّهِ ثَمَنٗا قَلِيلًاۚ أُوْلَٰٓئِكَ لَهُمۡ أَجۡرُهُمۡ عِندَ رَبِّهِمۡۗ إِنَّ ٱللَّهَ سَرِيعُ ٱلۡحِسَابِ ١٩٩ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱصۡبِرُواْ وَصَابِرُواْ وَرَابِطُواْ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ لَعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ ٢٠٠ ﴾ [ال عمران: ١٩٠،  ٢٠٠] 

ความว่า “แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณ สำหรับผู้มีปัญญา คือบรรดาผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ ทั้งในสภาพยืน และนั่ง และในสภาพที่นอนตะแคง และพวกเขาพินิจพิจารณากันในการสร้างบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน  (โดยกล่าวว่า) โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์ พระองค์มิได้ทรงสร้างสิ่งนี้มาโดยไร้สาระ มหาบริสุทธิ์พระองค์ท่าน โปรดทรงคุ้มครองพวกข้าพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์ แท้จริงผู้ใดที่พระองค์ทรงให้เข้าไฟนรก แน่นอนพระองค์ก็ยังความอัปยศแก่เขาแล้ว และสำหรับบรรดาผู้อธรรมนั้น ย่อมไม่มีผู้ช่วยเหลือใดๆ โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์! แท้จริงพวกข้าพระองค์ได้ยินผู้ประกาศเชิญชวนผู้หนึ่งกำลังประกาศเชิญชวนให้มีการศรัทธาว่าท่านทั้งหลายจงศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด และพวกข้าพระองค์ก็ศรัทธากัน โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์! โปรดทรงอภัยแก่พวกข้าพระองค์ด้วย ซึ่งบรรดาโทษของพวกข้าพระองค์ และโปรดลบล้างให้พ้นจากพวกข้าพระองค์ ซึ่งบรรดาความผิดของพวกข้าพระองค์ และโปรดทรงให้พวกข้าพระองค์สิ้นชีวิตโดยร่วมอยู่กับบรรดาผู้ที่เป็นคนดีด้วยเถิด โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าพระองค์! และได้โปรดประทานแก่พวกข้าพระองค์สิ่งที่พระองค์ได้สัญญาไว้แก่พวกข้าพระองค์ โดยผ่านบรรดาเราะสูลของพระองค์ และโปรดอย่าได้ทรงยังความอัปยศแก่พวกข้าพระองค์ในวันปรโลกเลย แท้จริงพระองค์นั้นไม่ทรงผิดสัญญา แล้วพระเจ้าของพวกเขาก็ตอบรับพวกเขาว่า แท้จริงข้าจะไม่ให้สูญเสียซึ่งงานของผู้ทำงานคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม โดยที่บางส่วนของพวกเจ้านั้นมาจากอีกบางส่วน บรรดาผู้ที่อพยพ และที่ถูกขับไล่ให้ออกจากหมู่บ้านของพวกเขา และได้รับความเดือดร้อนในทางของข้า และได้ต่อสู้และถูกฆ่าตายนั้น แน่นอนข้าจะลบล้างให้พ้นจากพวกเขา ซึ่งบรรดาความผิดของพวกเขา และแน่นอนข้าจะให้พวกเขาเข้าบรรดาสวนสวรรค์ซึ่งมีบรรดาแม่น้ำไหลอยู่เบื้องล่างของสวนสวรรค์เหล่านั้น ทั้งนี้เป็นรางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺนั้น ณ พระองค์มีการตอบแทนอันดีงาม อย่าให้การเคลื่อนไหวของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในเมืองลวงเจ้าได้เป็นอันขาด มันเป็นสิ่งอำนวยประโยชน์เล็กน้อยเท่านั้น แล้วที่อยู่ของพวกเขานั้น คือ ญะฮันนัม และช่างเป็นที่พักนอนที่เลวร้ายจริงๆ แต่บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระเจ้าของพวกเขานั้น สำหรับพวกเขาคือบรรดาสวนสวรรค์ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่เบื้องล่างของสวนสวรรค์เหล่านั้น โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวนสวรรค์เหล่านั้นตลอดกาล ทั้งนี้เป็นสถานที่รับรองที่มาจากอัลลอฮฺ และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้น คือสิ่งที่ดียิ่งสำหรับผู้ที่เป็นคนดีทั้งหลาย และแท้จริงในหมู่ผู้ได้รับคัมภีร์นั้นมีผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเจ้า และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเขา ในฐานะผู้นอบน้อมต่ออัลลอฮฺ โดยที่พวกจะไม่แลกเปลี่ยนโองการของอัลลอฮฺกับราคาอันเล็กน้อย ชนเหล่านี้แหละพวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขาแท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงรวดเร็วในการชำระสอบสวน โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงมีความอดทน และจงต่างอดทนซึ่งกันและกันเถิดและจงประจำอยู่ชายแดน และพึงกลัวเกรงอัลลอฮฺเถิด เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จ” [35]  [36]

 002 บทดุอาอ์เมื่อสวมใส่เสื้อผ้า

«الْحَمْدُ لِلهِ الَّذِي كَسَانِي هَذَا الثَّوْبَ وَرَزَقَنِيهِ مِنْ غَيْرِ حَوْلٍ مِنِّي وَلاَ قُوَّةٍ ».

อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี กะสานี ฮาซัษเษาบะ วะเราะซะเกาะนีฮิ มินฆ็อยริ เหาลิมมินนี วะลากูวะฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงให้ฉันสวมชุดนี้ได้ และให้ปัจจัยยังชีพนี้แก่ฉัน โดยที่ฉันไม่มีอำนาจ ไม่มีพลังใดๆ เลย) [37]

 003 บทดุอาอ์เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าใหม่

«اللَّهُمَّ لَكَ الْحَمْدُ أَنْتَ كَسَوْتَنِيهِ، أَسْأَلُكَ مِنْ خَيْرِهِ وَخَيْرِ مَا صُنِعَ لَهُ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهِ وَشَرِّ مَا صُنِعَ لَهُ».

อัลลอฮุมมะ ละกัลหัมดุ อันตะกะเสาตะนีฮี อัสอะลุกะ มินค็อยริฮี วะค็อยริมาศุนิอะละฮฺ วะอะอูซุบิกะ มินชัรริฮี วะชัรริมาศุนิอะละฮฺ

(โอ้พระองค์อัลลอฮฺ การสรรเสริญมีเพียงต่อพระองค์ พระองค์ได้สวมมันให้แก่ฉัน ฉันขอจากพระองค์ซึ่งความดีของมันและความดีของสิ่งที่มันถูกถักทอเย็บปัก (ประโยชน์) และฉันขอความคุ้มครองด้วยพระองค์จากความชั่วของมันและความชั่วของสิ่งที่มันถูกถักทอเย็บปัก (โทษ) [38]

 004 บทดุอาอ์แก่ผู้ที่สวมเสื้อผ้าใหม่

«تُبْلِي وَيُخْلِفُ اللهُ تَعَالَى».

ตุบลี วะยุคฺลิฟุลลอฮุ ตะอาลา

(ขอให้ท่านมีอายุยืนยาว ขอให้ใส่มันจนเก่าขาด แล้วอัลลอฮฺเปลี่ยนให้ใหม่) [39]

«اِلْبَسْ جَدِيداً، وَعِشْ حَمِيداً، وَمُتْ شَهِيداً».

อิลบัสญะดีดัน วะอิชหะมีดัน วะมุตชะฮีดา

(จงสวมใส่เสื้อใหม่และจงมีชีวิตอยู่อย่างน่าเคารพนับถือ และจงตายในสภาพชะฮีด) [40]

 005 บทดุอาอ์เมื่อถอดเสื้อ

«بِسْمِ اللهِ».

บิสมิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ) [41]

 006 บทดุอาอ์เข้าห้องน้ำ

«بِسْمِ اللهِ اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْخُبْثِ وَالْخَبائِثِ».

บิสมิลลาฮฺ อัลลอฮุมมะอินนี อะอูซุบิกะ มินัลคุบษิ วัลเคาะบาอิษ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองด้วยพระองค์ให้รอดพ้นจากชัยฏอนตัวผู้และตัวเมีย) [42]

 007 บทดุอาอ์ออกจากห้องน้ำ

«غُفْرَانَكَ».

ฆุฟรอนัก

(ฉันขออภัยโทษต่อพระองค์) [43]

 008 บทซิกิรก่อนอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์)

«بِسْمِ اللهِ».

บิสมิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ) [44]

 009 บทซิกิรหลังเสร็จจากอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์)

«أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّداً عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ ».

อัชฮะดุอัลลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ วะอัชฮะดุอันนะมุหัมมะดัน อับดุฮูวะเราะสูลุฮฺ

(ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงเอกะ ไม่มีภาคีใดๆ เทียบเคียงกับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่ามุหัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์) [45]

«اللَّهُمَّ اجْعَلْنِي مِنَ التَّوَّابِينَ وَاجْعَلْنِي مِنَ الْمُتَطَهِّرِينَ».

อัลลอฮุมมัจญฺอัลนี มินัตเตาวาบีน วัจญฺอัลนี มินัลมุตะเฏาะฮฺฮิรีน

(โอ้อัลลอฮฺ ขอให้ฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้เตาบัตต่อพระองค์ และขอให้ฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้แสวงหาความบริสุทธิ์ด้วยเถิด) [46]

«سُبْحانَكَ اللَّهُمَّ وَبِحَمْدِكَ أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ أَسْتَغْفِرُكَ وَأَتُوبُ إِلَيْكَ».

สุบหานะกัลลอฮุมมะ วิบิหัมดิกะ อัชฮะดุอัลลาอิลาฮะ อิลลาอันตะ อัสตัฆฺฟิรุกะ วะอะตูบุอิลัยก

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ และฉันขออภัยโทษและกลับตัวต่อพระองค์) [47]

 010 บทซิกิรขณะออกจากบ้าน

«بِاسْمِ الله تَوَكَّلْتُ عَلَى الله لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إلَّا بِاللهِ».

บิสมิลลาฮฺ ตะวักกัลตุอะลัลลอฮฺ ลาเหาละ วะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ฉันขอมอบหมายต่ออัลลอฮฺ ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ) [48]

«اللّٰهُـمَّ إنِّي أَعُوذُ بِكَ أَنْ أَضِلَّ أَوْ أُضَلَّ أَوْ أَزِلَّ أَوْ أُزَلَّ ، أَوْ أَظْلِمَ أَوْ أُظْلَمَ ، أَوْ أَجْهَلَ أَوْ يُجْهَلَ عَلَيَّ».

อัลลอฮุมมะอินนี อะอูซุบิกะ อันอะฎิลเอาอุฎ็อล เอาอะซิลเอาอุซัล เอาอัซลิมเอาอุซลัม เอาอัจญฺฮัล เอายุจญฺฮัล อะลัยยะ

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ในการที่ฉันจะหลงผิดหรือถูกทำให้หลงผิด หรือในการที่ฉันจะกระทำผิดพลาดหรือถูกทำให้กระทำผิดพลาด หรือในการที่ฉันจะอยุติธรรมแก่ผู้อื่นหรือถูกอธรรมโดยผู้อื่น หรือในการที่ฉันไม่รู้ผิดชอบชั่วดีหรือถูกผู้อื่นกระทำอย่างโง่เขลาต่อฉัน) [49]

 011 บทซิกิรขณะเข้าบ้าน

«بِسْمِ اللهِ وَلَجْنَا وَبِسْمِ اللهِ خَرَجْنَا وَعَلَى اللهِ رَبِّنَا تَوَكَّلْنَا».

บิสมิลลาฮิวะลัจญฺนา วะบิสมิลลาฮิเคาะร็อจญฺนา วะอะลัลลอฮิร็อบบินา ตะวักกัลนา

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺเราได้เข้า (ที่พำนัก) และด้วยพระนามของอัลลอฮฺเราได้ออก (จากที่พำนัก) และต่ออัลลอฮฺเท่านั้น โอ้พระเจ้าของเราเราขอมอบหมาย)

หลังจากนั้นก็ให้สลามแก่คนในครอบครัวของเขา[50]

 012 บทดุอาอ์ขณะเดินไปยังมัสญิด

«اللَّهُمَّ اجْعَلْ فِي قَلْبِي نُوراً، وَفِي لِسَانِي نُوراً، وَفِي سَمْعِي نُوراً، وَفِي بَصَرِي نُوراً، وَمِنْ فَوْقِي نُوراً، وَمِنْ تَحْتِي نُوراً، وَعَنْ يَمِينِي نُوراً، وَعَنْ شِمَالِي نُوراً، وَمِنْ أَمَامِي نُوراً، وَمِنْ خَلْفِي نُوراً، وَاجْعَلْ فِي نَفْسِي نُوراً، وَأَعْظِمْ لِي نُوراً، وَعَظِّم لِي نُوراً، وَاجْعَلْ لِي نُوراً، وَاجْعَلْنِي نُوراً، اللَّهُمَّ أَعْطِنِي نُوراً، وَاجْعَلْ فِي عَصَبِي نُوراً، وَفِي لَحْمِي نُوراً، وَفِي دَمِي نُوراً، وَفِي شَعْرِي نُوراً، وَفِي بَشَرِي نُوراً ».

อัลลอฮุมมัจญฺอัลฟีก็อลบีนูรอ วะฟีลิสานีนูรอ วะฟีสัมอีนูรอ วะฟีบะเศาะรีนูรอ วะมินเฟากีนูรอ วะมินตะหฺตีนูรอ วะอัยยะมีนีนูรอ วะอันชิมาลีนูรอ วะมินอะมามีนูรอ วะมินค็อลฟีนูรอ วัจญฺอัลฟีนัฟสีนูรอ วะอะอฺซิมลีนูรอ วะอัซซิมลีนูรอ วัจญฺอัลลีนูรอ วัจญฺอัลนีนูรอ อัลลอฮุมมะ อะอฺฏินีนูรอ วัจญฺอัลฟีอะเศาะบีนูรอ วะฟีละหฺมีนูรอ วะฟีดะมีนูรอ วะฟีชะอฺรีนูรอ วะฟีบะชะรีนูรอ

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดทำให้หัวใจของฉันมีนูรฺ[51] ให้ลิ้นของฉันมีนูร ให้หูของฉันมีนูร ให้ตาของฉันมีนูร ให้เบื้องบนของฉันมีนูร ให้เบื้องล่างของฉันมีนูร ให้เบื้องขวาของฉันมีนูร ให้เบื้องซ้ายของฉันมีนูร ให้เบื้องหน้าของฉันมีนูร ให้เบื้องหลังของฉันมีนูร และได้โปรดทำให้จิตใจของฉันมีนูร ให้นูรของฉันมีความยิ่งใหญ่ และให้สร้างนูรอันยิ่งใหญ่แก่ฉัน โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานนูรแก่ฉัน และให้กล้ามเนื้อของฉันมีนูร ให้เนื้อของฉันมีนูร ให้เลือดของฉันมีนูร ให้เส้นขนของฉันมีนูร ให้หนังของฉันมีนูร)[52]

«اللَّهُمَّ اجْعَلْ لِي نُوراً فِي قَبْرِي وَنُوراً فِي عِظَامِي ».

อัลลอฮุมมัจญฺอัลลีนูร็อนฟีก็อบรี วะนูร็อนฟีอิซอมี

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้หลุมฝังศพของฉันมีนูร และให้กระดูกของฉันมีนูร) [53]

«وَزِدْنِي نُوراً، وَزِدْنِي نُوراً، وَزِدْنِي نُوراً ».

วะซิดนีนูรอ วะซิดนีนูรอ วะซิดนีนูรอ

(และได้โปรดเพิ่มพูนนูรให้แก่ฉัน และได้โปรดเพิ่มพูนนูรให้แก่ฉัน และได้โปรดเพิ่มพูนนูรให้แก่ฉัน) [54]

«وَهَبْ لِي نُوراً عَلَى نُورٍ».

วะฮับลีนูร็อนอะลานูร

(และได้โปรดประทานนูรซ้อนนูรให้แก่ฉัน) [55]

 013 บทดุอาอ์เข้ามัสญิด

ให้เริ่มก้าวเท้าเข้าด้วยข้างขวา[56] แล้วให้กล่าวว่า

«أَعُوذُ بِاللهِ العَظِيمِ وَبِوَجْهِهِ الكَرِيمِ وَسُلْطَانِـهِ القَدِيمِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ».

อะอูซุบิลลาฮิลอะซีม วะบิวัจญฺฮิฮิลกะรีม วะสุลฏอนิฮิลเกาะดีม  มินัชชัยฏอนิรเราะญีม

(ฉันขอความคุ้มครองด้วยอัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ และด้วยพระพักตร์อันทรงเกียรติของพระองค์ และด้วยอำนาจอันดั้งเดิมของพระองค์ จากชัยฏอนผู้ถูกสาปแช่ง) [57]

«بِسْمِ اللهِ وَالصَّلَاةُ وَالسَّلَامُ عَلَى رَسُولِ اللهِ».

บิสมิลลาฮฺ วัศเศาะลาตุวัสสลาม อะลาเราะสูลิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และการสดุดีแห่งอัลลอฮฺ[58] และความสันติสุขปลอดภัยจงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ) [59]

«اللهُمَّ افْتَحْ لِي أَبْوَابَ رَحْمَتِكَ».

อัลลอฮุมมัฟตะหฺลี อับวาบะเราะหฺมะติก

(โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงเปิดประตูแห่งความเมตตาของพระองค์แก่ฉันด้วยเถิด) [60]

 014 บทดุอาอ์ออกจากมัสญิด

ให้เริ่มก้าวเท้าออกด้วยข้างซ้าย[61] แล้วให้กล่าวว่า

«بِسْمِ اللهِ وَالصَّلَاةُ وَالسَّلَامُ عَلَى رَسُولِ اللهِ».

บิสมิลลาฮฺ วัศเศาะลาตุวัสสลาม อะลาเราะสูลิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และการสดุดีแห่งอัลลอฮฺ[62]และความสันติสุขปลอดภัยจงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ) [63]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ مِنْ فَضْلِكَ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ มินฟัฎลิก

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ จากความประเสริฐของพระองค์ด้วยเถิด)[64]

«اللَّهُمَّ اعْصِمْنِي مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ».

อัลลอฮุมมะอฺศิมนี มินัชชัยฏอนิรรอญีม

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดคุ้มครองฉันจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่งด้วยเถิด) [65]

 015 บทซิกิรของการอะซาน

ให้กล่าวเหมือนกับที่มุอัซซิน (ผู้ที่อะซาน) กล่าว ยกเว้นในคำกล่าวนี้ “หัยยะ อะลัศ เศาะลาฮฺ หัยยะ อะลัล ฟะลาหฺ” ให้กล่าวว่า

«لَا حَولَ وَلَا قُوَّةَ إلَّا بِاللهِ».

ลาเหาละ วะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ

(ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ) [66]

และให้กล่าวหลังจากมุอัซซินได้กล่าวตะชะฮุด นั่นคือ “อัชฮะดุอัลลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะอัชฮะดุอันนะมุหัมมะดัรเราะสูลุลลอฮฺ” [67] ว่า

«وَأَنَا أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ وَأَنَّ مُحَمَّداً عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ، رَضِيتُ بِاللهِ رَبَّاً، وَبِمُحَمَّدٍ رَسُولاً، وَبِالْإِسْلاَمِ دِينَاً ».

วะอะนา อัชฮะดุอัลลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮู ลาชะรีกะละฮฺ วะอันนะมุหัมมะดัน อับดุฮูวะเราะสูลุฮฺ เราะฎีตุบิลลาฮิร็อบบัน วะบิมุหัมมะดิรเราะสูลัน วะบิลอิสลามิดีนา

(ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น โดยไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และมุหัมมัดนั้นเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ฉันพอใจที่อัลลอฮฺเป็นพระผู้อภิบาลของฉัน พอใจที่มุหัมมัดเป็นศาสนทูตของฉัน และพอใจที่อิสลามเป็นศาสนาของฉัน) [68]

แล้วให้กล่าวเศาะละวาตต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หลังจากที่มุอัซซินได้กล่าวอะซานเสร็จ[69]

หลังจากนั้นให้กล่าวว่า

«اللَّهُمَّ رَبَّ هَذِهِ الدَّعْوَةِ التَّامَّةِ، وَالصَّلاَةِ القَائِمَةِ آتِ مُحَمَّدًا الوَسِيلَةَ وَالفَضِيلَةَ، وَابْعَثْهُ مَقَامًا مَحْمُودًا الَّذِي وَعَدْتَهُ إِنَّكَ لَا تُخْلِفُ الْمِيعَادَ».

อัลลอฮุมมะร็อบบะ ฮาซิฮิดดะอฺวะติตตามมะฮฺ วัศเศาะลาติลกออิมะฮฺ อาติมุหัมมะดะนิลวะสีละตะ วัลฟะฎีละฮฺ วับอัษฮุมะกอมัม มะหฺมูดะนิลละซีวะอัดตะฮฺ อินนะกะลาตุคลิฟุลมีอาด

(โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งเสียงการเรียกร้องอันสมบูรณ์นี้ และพระผู้อภิบาลแห่งการละหมาดที่ดำเนินขึ้น ขอทรงโปรดประทาน อัล-วะสีละฮฺและอัล-ฟะฎีละฮฺ[70] แก่ท่านนบีมุหัมมัดด้วยเถิด และขอทรงโปรดให้เขาฟื้นขึ้นในวันกิยามะฮฺในสภาพที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้แก่เขาด้วยเถิด[71] แท้จริงพระองค์จะไม่ทรงบิดพลิ้วในคำมั่นสัญญา) [72] 

หลังจากนั้นให้ขอดุอาอ์ระหว่างการอะซานและอิกอมะฮฺตามความต้องการ เพราะการดุอาอ์ในช่วงเวลานั้นจะไม่ถูกปฏิเสธ[73]

 016 บทดุอาอ์อิสติฟตาหฺ[74]

«اللَّهُـمَّ بَاعِدْ بَيْنِيْ وَبَيْنَ خَطَايَايَ كَمَا بَاعَدْتَ بَيْنَ المَشْرِقِ وَالمَغْرِبِ اللَّهُـمَّ نَقِّنِي مِنْ خَطَايَايَ كَمَا يُنَقَّى الثَّوْبُ الأَبْيَضُ مِنَ الدَّنَسِ اللَّهُـمَّ اغْسِلْني مِنْ خَطَايَايَ بِالثَّلْـجِ وَالمَاءِ وَالبَرَدِ».

อัลลอฮุมมะบาอิดบัยนี วะบัยนะเคาะฏอยายะ กะมาบาอัดตะ บัยนัลมัชริกิวัลมัฆริบ อัลลอฮุมมะนักกินี มินเคาะฏอยายะ กะมายุนักก็อษเษาบุ อัลอับยะฎุมินัดดะนัส อัลลอฮุมมัฆสิลนี มินเคาะฏอยายะ บิษษัลญิวัลมาอิวัลบะร็อด

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดแยกระหว่างฉันและบาปของฉันให้ห่างไกลกัน เฉกเช่นที่พระองค์ได้แยกทิศตะวันออกและทิศตะวันตก โอ้อัลลอฮฺได้โปรดชำระฉันให้บริสุทธิ์จากความผิดของฉัน เฉกเช่นผ้าขาวที่ถูกชำระจนบริสุทธิ์จากความสกปรก โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดล้างฉันจากความผิดทั้งหลายของฉันด้วยหิมะ น้ำ และลูกเห็บ) [75] [76]

«سُبْـحَانَكَ اللَّهُـمَّ وَبِـحَـمْدِكَ وَتَـبَارَكَ اسْمُكَ وَتعَالَى جَدُّكَ وَلا إلَـهَ غَيْرُكَ».

สุบหานะกัลลอฮุมมะ วะบิหัมดิกะ วะตะบาเราะกัสมุกะ วะตะอาลาญัดดุกะ วะลาอิลาฮะฆ็อยรุกะ 

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ และด้วยการสรรเสริญพระองค์ และพระนามของพระองค์จำเริญยิ่งแล้ว และบารมีของพระองค์สูงส่งยิ่งแล้ว และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์) [77]

«وَجَّهْتُ وَجْهِيَ لِلَّذِي فَطَرَ السَّمَواتِ والأَرْضَ حَنيفاً وَمَا أَناَ مِنَ الْمُشْرِكِينَ إِنَّ صَلاَتِي وَنُسُكِي وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِي للهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ لاَ شَرِيكَ لَهُ وَبِذَلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا مِنَ الْمُسْلِمِينَ اللَّهُمَّ أَنْتَ الْمَلِكُ لاَ إِلهَ إِلاَّ أَنْتَ، أَنْتَ رَبِّي وَأَنَا عَبْدُكَ ظَلَمْتُ نَفْسِي وَاعْتَرَفْتُ بِذَنْبِي فَاغْفِرْ لِي ذُنُوبِي جَمِيعاً فإِنَّهُ لاَ يَغْفِرُ الذُّنُوبَ إِلاَّ أَنْتَ وَاهْدِنِي لِأَحْسَنِ الأَخْلاَقِ لاَ يَهْدِي لِأَحْسَنِهَا إِلاَّ أَنْتَ واصْرِفْ عَنِّي سَيِّئَهَا لاَ يَصْرِفُ عَنِّي سَيِّئَهَا إِلاَّ أَنْتَ لَبَّيْكَ وَسَعْدَيْكَ وَالْخَيْرُ كُلُّهُ في يَدَيْكَ وَالشَّرُّ لَيْسَ إِلَيْكَ أَناَ بِكَ وإِلَيْكَ تَبَارَكْتَ وَتَعَالَيْتَ أَسْتَغْفِرُكَ وأَتُوبُ إِلَيْكَ».

วัจญะฮฺตุวัจญฺฮิยะลิลละซี ฟะเฏาะร็อสสะมาวาติวัลอัรฎฺ หะนีฟัน วะมาอะนะ มินัลมุชริกีน อินนะเศาะลาตี วะนุสุกี วะมะหฺยายะ วะมะมาตี ลิลลาฮิร็อบบิลอาละมีน ลาชะรีกะละฮู วะบิซาลิกะอุมิรตุ วะอะนา มินัลมุสลิมีน อัลลอฮุมมะ อันตัลมะลิก ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ อันตะร็อบบี วะอะนะอับดุกะ เซาะลัมตุนัฟสี วะอฺตะร็อฟตุบิซัมบี ฟัฆฺฟิรลีซุนูบีญะมีอัน ฟะอินนะฮู ลายัฆฺฟิรุซซุนูบะ อิลลาอันตะ วะฮฺดินีลิอะหฺสะนิลอัคลากฺ ลายะฮฺดีลิอะหฺสะนิฮา อิลลาอันตะ วัศริฟอันนีสัยยิอะฮา ลายัศริฟุอันนีสัยยิอะฮา อิลลาอันตะ ลับบัยกะ วะสะอฺดัยกะ วัลค็อยรุกุลลุฮู ฟียะดัยกะ วัชชัรรุลัยสะอิลัยกะ อะนาบิกะ วะอิลัยกะ ตะบาร็อกตะ วะตะอาลัยตะ อัสตัฆฺฟิรุกะ วะอะตูบุอิลัยกฺ   

(ฉันขอผินหน้าของฉันแด่ผู้ที่ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินในฐานะผู้ใฝ่หาความจริง และฉันไม่ใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ให้มีภาคีขึ้นมา แท้จริงการละหมาดของฉัน และการอิบาดะฮฺของฉัน และการมีชีวิตของฉัน และการตายของฉันนั้นเพื่ออัลลอฮฺผู้เป็นพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น ไม่มีภาคีใดๆ แก่พระองค์ และด้วยสิ่งนั้นแหละฉันถูกใช้ และฉันคือคนหนึ่งในหมู่ผู้สวามิภักดิ์ทั้งหลาย โอ้อัลลอฮฺพระองค์ทรงเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์เหนือสรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์เป็นพระเจ้าของฉัน และฉันเป็นบ่าวของพระองค์ ฉันได้อธรรมต่อตัวของฉันเอง และฉันได้ยอมรับในความผิดบาปที่ฉันได้ทำ ดังนั้นขอพระองค์ได้ทรงอภัยในความผิดบาปต่างๆ ของฉันทั้งหมด แท้จริงไม่มีผู้ใดที่จะอภัยในความผิดบาปทั้งหลายได้นอกจากพระองค์เท่านั้น ขอพระองค์ได้ทรงชี้นำฉันสู่การมีจรรยามารยาทที่ดีที่สุด ไม่มีผู้ใดชี้นำสู่การมีจรรยามารยาทที่ดีที่สุดได้นอกจากพระองค์เท่านั้น และขอพระองค์ได้ทรงปัดให้พ้นจากฉันซึ่งจรรยามารยาทที่เลวทราม ซึ่งไม่มีผู้ใดปัดจรรยามารยาทที่เลวทรามให้พ้นจากฉันได้นอกจากพระองค์เท่านั้น ฉันตอบรับแล้วและฉันถวายต่อพระองค์แล้ว และความดีงามทั้งหลายอยู่ในพระหัตถ์ทั้งสองของพระองค์ และความชั่วช้าจะไม่มีไปยังพระองค์ ฉันอยู่กับพระองค์และจะกลับไปยังพระองค์ พระองค์ทรงมีความจำเริญยิ่ง พระองค์ทรงสูงส่งยิ่ง ฉันขออภัยต่อพระองค์และขอกลับเนื้อกลับตัวยังพระองค์ด้วย) [78]

«اللَّهُـمَّ رَبَّ جِبْرِيلَ وَمِيكَائِيلَ وَإسْرَافِيلَ فَاطِرَ السَّمَاوَاتِ وَالأَرْضِ عَالِـمَ الغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ أَنْتَ تَـحْكُمُ بَيْنَ عِبَادِكَ فِيْـمَا كَانُوا فِيهِ يَـخْتَلِفُونَ اهْدِنِي لِـمَا اخْتُلِفَ فِيْـهِ مِنَ الحَقِّ بِإذْنِكَ إنَّكَ تَـهْدِي مَنْ تَشَاءُ إلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيمٍ».

อัลลอฮุมมะร็อบบะญิบรีล วะมีกาอีล วะอิสรอฟีล ฟาฏิร็อสสะมาวาติวัลอัรฎฺ อาลิมัลฆ็อยบิวัชชะฮาดะฮฺ อันตะตะหฺกุมุ บัยนะอิบาดิกะฟีมากานู ฟีฮิยัคตะลิฟูน อิฮฺดินีลิมัคตุลิฟะฟีฮิมินัลฮักกิบิอิซนิก อินนะกะตะฮฺดีมันตะชาอุ อิลาศิรอฏิมมุสตะกีม

(โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งญิบรีล มีกาอีล และอิสรอฟีล ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน ผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่เร้นลับและเปิดเผย พระองค์คือผู้ตัดสินระหว่างบ่าวทั้งหลายของพระองค์ในเรื่องที่พวกเขาขัดแย้งกัน ได้โปรดชี้ทางฉันสู่ความถูกต้องในเรื่องที่มีการขัดแย้งนั้นด้วยการอนุญาตแห่งพระองค์ด้วยเถิด แท้จริง พระองค์ทรงชี้ทางนำสำหรับผู้ที่ทรงประสงค์สู่ทางอันเที่ยงตรง) [79]

«الله أَكْبَرُ كَبِيراً الله أَكْبَرُ كَبِيراً الله أَكْبَرُ كَبِيراً وَالحَـمْدُ لِلهِ كَثِيراً وَالحَـمْدُ لِلهِ كَثِيراً وَالحَـمْدُ لِلهِ كَثِيراً وَسُبْـحَانَ اللهِ بُكْرَةً وَأَصِيلاً».

อัลลอฮุอักบัรกะบีรอ อัลลอฮุอักบัรกะบีรอ อัลลอฮุอักบัรกะบีรอ วัลหัมดุลิลลาฮิกะษีรอ วัลหัมดุลิลลาฮิกะษีรอ วัลหัมดุลิลลาฮิกะษีรอ วะสุบหานัลลอฮิ บุกเราะตัน วะอะศีลา

(อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด การสรรเสริญอย่างมากมายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ การสรรเสริญอย่างมากมายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺการสรรเสริญอย่างมากมายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺทรงบริสุทธิ์ยิ่งทั้งในยามเช้าและยามเย็น) ให้กล่าว จำนวนสามครั้งด้วยกัน และให้กล่าวต่อว่า

«أَعُوذُ بِاللهِ مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ مِنْ نَفْخِهِ وَنَفْثِهِ وَهَمْزِهِ».

อะอูซุบิลลาฮิมินัชชัยฏอนิรเราะญีม มินนัฟคิฮิ วะนัฟษิฮิ วะฮัมซิฮิ

(ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ให้พ้นจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง จากความหยิ่งยโสของมัน คุณไสยของมัน และการกระซิบกระซาบของมัน)  [80]

«اللَّهُـمَّ لَكَ الحَـمْدُ أَنْتَ نُورُ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضِ وَمَنْ فِيهِنَّ وَلَكَ الحَـمْدُ أَنْتَ قَيِّمُ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضِ وَمَنْ فِيهِنَّ وَلَكَ الحَـمْدُ أَنْتَ رَبُّ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضِ وَمَنْ فِيهِنَّ وَلَكَ الْحَمْدُ لَكَ مُلْكُ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضِ وَمَنْ فِيهِنَّ وَلَكَ الْحَمْدُ أَنْتَ مَلِكُ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضِ وَلَكَ الحَـمْدُ أَنْتَ الحَقُّ وَوَعْدُكَ الحَقُّ وَقَولُكَ الحَقُّ وَلِقَاؤُكَ حَقُّ وَالجَنَّةُ حَقٌّ وَالنَّارُ حَقٌّ والنَبِيُّونَ حَقٌّ  وَمُحَمَّدٌ حَقٌ وَالسَّاعَةُ حَقٌّ  اللَّهُـمَّ لَكَ أَسْلَـمْتُ وَعَلَيكَ تَوَكَّلْتُ وَبِكَ آمَنْتُ وَإِلَيْكَ أَنَبْتُ وَبِكَ خَاصَمْتُ وَإِلَيْكَ حَاكَمْتُ فَاغْفِرْ لِي مَا قَدَّمْتُ وَمَا أَخَّرْتُ وَمَا أَسْرَرْتُ وَمَا أَعْلَنْتُ وَمَا أَنْتَ أَعْلَمُ بِهِ مِنِّي أَنْتَ المُقَدِّمُ وَأَنْتَ المُؤَخِّرُ لاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ أَنْتَ إِلَهِي لَا إلَـهَ إلَّا أَنْتَ وَلاَ حَوْلَ وَلاَ قُوَّةَ إِلاَّ بِا اللهِ».

อัลลอฮุมมะละกัลหัมดุ อันตะนูรุสสะมาวาติวัลอัรฎฺ วะมันฟีฮิน วะละกัลหัมดุ อันตะก็อยยิมุสสะมาวาติวัลอัรฎฺ วะมันฟีฮิน วะละกัลหัมดุ อันตะร็อบบุสสะมาวาติวัลอัรฎฺ วะมันฟีฮิน วะละกัลหัมดุ ละกะมุลกุสสะมาวาติวัลอัรฎฺ วะมันฟีฮิน วะละกัลหัมดุ อันตะมะลิกุสสะมาวาติวัลอัรฎฺ วะละกัลหัมดุ อันตัลหักฺ วะวะอฺดุกัลหักฺ วะเกาลุกัลหักฺ วะลิกออุกะหักฺ วัลญันนะตุหักฺ วันนารุหักฺ วันนะบียูนะหักฺ วะมุหัมมะดุนหักฺ วัสสาอะตุหักฺ อัลลอฮุมมะ ละกะอัสลัมตุ วะอะลัยกะตะวักกัลตุ วะบิกะอามันตุ วะอิลัยกะอะนับตุ วะบิกะคอศ็อมตุ วะอิลัยกะหากัมตุ ฟัฆฺฟิรลี มาก็อดดัมตุ วะมาอัคค็อรตุ วะมาอัสรอรตุ วะมาอะอฺลันตุ วะมาอันตะอะอฺละมุบิฮีมินนี อันตัลมุก็อดดิม วะอันตัลมุอัคคิร ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ อันตะอิลาฮี ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ วะลาเหาละ วะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ    

(โอ้อัลลอฮฺ การสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ ซึ่งพระองค์เป็นแสงรัศมีแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดินและผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้น และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ ซึ่งพระองค์เป็นผู้บริหารจัดการชั้นฟ้าและแผ่นดินและผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้น และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ ซึ่งพระองค์เป็นพระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดินและผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้น และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ อำนาจแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดินและผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้นแด่พระองค์ และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ ซึ่งพระองค์เป็นผู้ครองกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ ซึ่งพระองค์เป็นผู้สัจจริง สัญญาของพระองค์เป็นเรื่องที่สัจจริง ถ้อยคำของพระองค์เป็นสิ่งที่สัจจริง การพบพระองค์ในโลกหน้าเป็นสิ่งที่สัจจริง สวรรค์ก็เป็นสิ่งที่สัจจริง นรกก็เป็นสิ่งที่สัจจริง บรรดานบีก็เป็นสิ่งที่สัจจริง และท่านนบีมุหัมมัดก็เป็นสิ่งที่สัจจริง การเกิดขึ้นของวันสิ้นโลกก็เป็นสิ่งที่สัจจริง โอ้อัลลอฮฺ แด่พระองค์ฉันขอจำนน ยังพระองค์ฉันขอมอบหมาย ต่อพระองค์ฉันขอศรัทธา ยังพระองค์ฉันได้กลับไป ด้วยพระองค์ฉันขอร้องเรียนการโต้เถียง (กับผู้ปฏิเสธ) ยังพระองค์ฉันขอให้มีการพิพากษาวินิจฉัย ขอพระองค์อภัยให้แก่ฉัน ทั้งบาปที่ฉันได้ทำมาก่อนหน้าและหลังจากนี้ ทั้งที่ฉันปกปิดและเปิดเผย และทั้งสิ่งที่พระองค์ทรงรู้ดีถึงมันยิ่งกว่าฉัน พระองค์เป็นผู้อยู่ก่อนหน้าและเป็นผู้อยู่ภายหลัง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์เป็นพระเจ้าของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ และไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ)[81]

 017 บทดุอาอ์ขณะรุกูอฺ

«سُبْـحَانَ رَبِّيَ العَظِيمِ».

สุบหานะร็อบบิยัลอะซีม

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระผู้อภิบาลของฉันผู้ทรงยิ่งใหญ่)  ให้อ่านสามครั้ง[82] [83]

«سُبْـحَانَكَ اللَّهُـمَّ رَبَّنَا وَبِـحَـمْدِكَ اللَّهُـمَّ اغْفِرْ لِي».

สุบหานะกัลลอฮุมมะ ร็อบบะนา วะบิหัมดิกะ อัลลอฮุมมัฆฟิรฺลี

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญพระองค์ โอ้อัลลอฮฺได้โปรดประทานอภัยโทษแก่ฉันด้วยเถิด) [84]

«سُبُّوحٌ قُدُّوسٌ رَبُّ المَلائِكَةِ وَالرُّوحِ».

สุบบูหุนกุดดูส ร็อบบุลมะลาอิกะติ วัรรูหฺ

(ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง ผู้ทรงศักด์สิทธิ์ยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งมลาอิกะฮฺทั้งหลายและมลาอิกะฮฺญิบรีล) [85]

«اللَّهُـمَّ لَكَ رَكَعْتُ وَبِكَ آمَنْتُ وَلَكَ أَسْلَـمْتُ خَشَعَ لَكَ سَمْعِي وَبَصَرِي وَمُـخِّي وَعَظْمِي وَعَصَبِي وَمَا اسْتَقَلَّتْ بِهِ قَدَمِي».

อัลลอฮุมมะละกะ เราะกะอฺตุ วะบิกะอามันตุ วะละกะอัสลัมตุ เคาะชะอะละกะสัมอี วะบะเศาะรี วะมุคคี วะอัซมี วะอะเศาะบี วะมัสตะก็อลลัตบิฮีเกาะดะมี

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันได้รุกูอฺแด่พระองค์ ฉันได้ศรัทธาต่อพระองค์ และฉันได้ยอมจำนนแด่พระองค์ หูของฉัน ตาของฉัน สมองของฉัน กระดูกของฉัน และเส้นประสาทของฉัน และสิ่งที่ขาของฉันได้แบกมันไว้  (ร่างกายทุกส่วน) ได้นอบน้อมต่อพระองค์แล้ว) [86]

«سُبْـحَانَ ذِي الجَبَرُوتِ وَالمَلَكُوتِ وَالكِبْرِيَاءِ وَالعَظَمَةِ».

สุบหานะ ซิลญะบะรูต วัลมะละกูต วัลกิบริยาอ์ วัลอะเซาะมะฮฺ

(ทรงบริสุทธิ์ยิ่งเถิด พระองค์ผู้ทรงยิ่งด้วยความเกรียงไกร อำนาจ ความทะนง และความยิ่งใหญ่) [87]

 018 บทดุอาอ์เงยขึ้นจากรุกูอฺ (อิอฺติดาล)

«سَمِعَ الله لِـمَنْ حَـمِدَه».

สะมิอัลลอฮุ ลิมันหะมิดะฮฺ

(อัลลอฮฺทรงได้ยินผู้ที่สรรเสริญพระองค์) [88]

«رَبَّنَا وَلَكَ الحَـمْدُ حَـمْدًا كَثِيراً طَيِّباً مُبَارَكاً فِيْـهِ».

ร็อบบะนา วะละกัลหัมดุ หัมดันกะษีร็อน ฏ็อยยิบัน มุบาเราะกันฟีฮฺ

(โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และการสรรเสริญทั้งหลายนั้นแด่พระองค์ ด้วยการสรรเสริญที่มากมาย ดียิ่ง และประเสริฐยิ่ง) [89]

«مِلْءَ السَّمَوَاتِ وَمِلْءَ الأَرْضِ وَمِلْءَ مَا بَيْنَـهُـمَا وَمِلْءَ مَا شِئْتَ مِنْ شَيْءٍ بَـعْدُ أَهْلَ الثَّنَاءِ وَالمَـجْدِ أَحَقُّ مَا قَالَ الْعَبْدُ وَكُلُّنَا لَكَ عَبْدٌ اللهم لَا مَانِعَ لِـمَا أَعْطَيْتَ وَلا مُعْطِيَ لِـمَا مَنَعْتَ وَلا يَنْفَعُ ذَا الجَدِّ مِنْكَ الجَدُّ».

มิลอัสสะมาวาติ วะมิลอัลอัรฎิ วะมิลอะมาบัยนะฮุมา วะมิลอะมาชิอ์ตะ มินชัยอินบะอฺดุ อะฮฺลัษษะนาอิวัลมัจญฺดิ อะหักกุมากอลัลอับดุ วะกุลลุนาละกะอับดุน อัลลอฮุมมะ ลามานิอะลิมา อะอฺฏ็อยตะ วะลามุอฺฏิยะลิมา มะนะอฺตะ วะลายันฟะอุ ซัลญัดดิ มินกัลญัดดุ 

(การสรรเสริญที่เต็มชั้นฟ้าและแผ่นดินและระหว่างทั้งสองนั้น รวมทั้งทุกสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์นอกจากนั้น โอ้พระองค์ผู้ควรแก่การสรรเสริญและให้เกียรติ เป็นความจริงที่สุดในสิ่งที่บ่าวได้กล่าว และเราทุกคนล้วนเป็นบ่าวของพระองค์ โอ้อัลลอฮฺไม่มีสิ่งใดกั้นขวางสิ่งที่พระองค์ประทานให้ และไม่มีสิ่งใดมอบในสิ่งที่พระองค์กั้นขวางได้ และความมั่งมีมิอาจให้ประโยชน์แก่เจ้าของผู้มั่งมีนั้น ณ พระองค์ได้เลย) [90]

 019 บทดุอาอ์ขณะสุญูด

«سُبْـحَانَ رَبِّيَ الأَعْلَى».

สุบหานะร็อบบิยัลอะอฺลา

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระผู้อภิบาลของฉันผู้ทรงสูงส่ง) ให้อ่านสามครั้ง[91] [92]

«سُبْـحَانَكَ اللَّهُـمَّ رَبَّنَا وَبِـحَـمْدِكَ اللَّهُـمَّ اغْفِرْ لِي».

สุบหานะกัลลอฮุมมะ ร็อบบะนา วะบิหัมดิกะ อัลลอฮุมมัฆฟิรลี

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญพระองค์ โอ้อัลลอฮฺได้โปรดประทานอภัยโทษแก่ฉันด้วยเถิด) [93]

«سُبُّوحٌ قُدُّوسٌ رَبُّ المَلائِكَةِ وَالرُّوحِ».

สุบบูหุนกุดดูส ร็อบบุลมะลาอิกะติ วัรรูหฺ

(ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง ผู้ทรงศักด์สิทธิ์ยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งมลาอิกะฮฺทั้งหลายและมลาอิกะฮฺญิบรีล) [94]

«اللَّهُـمَّ لَكَ سَجَدْتُ وَبِكَ آمَنْتُ وَلَكَ أَسْلَـمْتُ سَجَدَ وَجْهِيَ لِلَّذِي خَلَقَهُ وَصَوَّرَهُ وَشَقَّ سَمْعَهُ وَبَصَرَهُ تَـبَارَكَ الله أَحْسَنُ الخَالِقِينَ».

อัลลอฮุมมะละกะสะญัดตุ วะบิกะอามันตุ วะละกะอัสลัมตุ สะญะดะ วัจญฺฮิยะลิลละซี เคาะละเกาะฮู วะเศาวะเราะฮู วะชักเกาะสัมอะฮู วะบะเศาะเราะฮู ตะบาเราะกัลลอฮุ อะหฺสะนุลคอลิกีน

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันได้กราบสุญูดแด่พระองค์ ฉันได้ศรัทธาต่อพระองค์ และได้ยอมจำนนต่อพระองค์ ใบหน้าของฉันได้ก้มกราบแด่พระผู้สร้างมัน ทรงประดิษฐ์มัน ทรงจำแนกการได้ยินของมัน และการเห็นของมันไว้เป็นสัดส่วน อัลลอฮฺผู้ทรงเลอเลิศในหมู่ผู้สร้างสรรค์ ทรงจำเริญยิ่ง) [95]

«سُبْـحَانَ ذِي الجَبَرُوتِ وَالمَلَكُوتِ وَالكِبْرِيَاءِ وَالعَظَمَةِ».

สุบหานะ ซิลญะบะรูต วัลมะละกูต วัลกิบริยาอ์ วัลอะเซาะมะฮฺ

(ทรงบริสุทธิ์ยิ่งเถิด พระองค์ผู้ทรงยิ่งด้วยความเกรียงไกร อำนาจ ความทะนง และความยิ่งใหญ่) [96]

«اللَّهُـمَّ اغْفِرْ لِي ذَنْبِي كُلَّهُ دِقَّهُ وَجِلَّهُ وَأَوَّلَـهُ وَ آخِرَهُ وَعَلانِيَتَـهُ وَسِرَّهُ».

อัลลอฮุมมัฆฟิรฺลีซัมบี กุลละฮู ดิกเกาะฮู วะญิลละฮู วะเอาวะละฮู วะอาคิเราะฮู วะอะลานิยะตะฮู วะสิรเราะฮู

(โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงอภัยแก่ฉัน ซึ่งบาปทั้งหลายของฉัน ทั้งที่เล็กและใหญ่ ทั้งเก่าและใหม่ ทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น) [97]

«اللَّهُـمَّ أَعُوذُ بِرِضَاكَ مِنْ سَخَطِكَ وَبِمُعَافَاتِكَ مِنْ عُقُوبَتِكَ وَأَعُوذُ بِكَ مِنْكَ لَا أُحْصِي ثَنَاءً عَلَيْكَ أَنْتَ كَمَا أَثْنَيْتَ عَلَى نَفْسِكَ».

อัลลอฮุมมะ อะอูซุบิริฎอกะ มินสะเคาะฏิก วะบิมุอาฟาติกะ มินอุกูบะติก วะอะอูซุบิกะมินกะ ลาอุห์ศีษะนาอันอะลัยกะ อันตะกะมา อัษนัยตะอะลานัฟสิก

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองด้วยความพอพระทัยของพระองค์ให้พ้นจากความโกรธกริ้วของพระองค์ ขอความคุ้มครองด้วยการให้ความปลอดภัยของพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์ ขอความคุ้มครองด้วยพระองค์จากพระองค์เอง ฉันมิอาจจะคำนวนการสดุดีสรรเสริญพระองค์ได้ พระองค์นั้นเป็นเช่นที่พระองค์ได้สรรเสริญแก่ตัวพระองค์เอง) [98]

 020 บทดุอาอ์ขณะนั่งระหว่างสองสุญูด

«رَبِّ اغْفِرْ لِي، رَبِّ اغْفِرْ لِي».

ร็อบบิฆฟิรลี ร็อบบิฆฟิรลี

(โอ้พระผู้อภิบาล ได้โปรดอภัยให้ฉันด้วยเถิด โอ้พระผู้อภิบาล ได้โปรดอภัยให้ฉันด้วยเถิด) [99]

«اللَّهُـمَّ اغْفِرْ لِي وَارْحَـمْنِي وَاهْدِنِي وَاجْبُرْنِي وَعَافِنِي وَارْزُقْنِي وَارْفَعْنِي».

อัลลอฮุมมัฆฟิรลี วัรหัมนี วะฮฺดีนี วัจญฺบุรนี วะอาฟินี วัรซุกนี วัรฟะอฺนี

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดอภัยให้ฉัน เมตตาฉัน ชี้นำฉัน ดูแลแก้ไขฉัน ประทานสุขภาพที่แข็งแรงแก่ฉัน ประทานปัจจัยยังชีพแก่ฉัน และยกตำแหน่งแก่ฉันด้วยเถิด) [100]

 021 บทดุอาอ์ขณะสุญูดติลาวะฮฺ[101]

«سَجَدَ وَجْهِيَ لِلَّذِي خَلَقَهُ، وَشَقَّ سَمْعَهُ وَبَصَرَهُ بِحَوْلِهِ وَقُوَّتِهِ، فَتَبارَكَ اللهُ أَحْسَنُ الْخَالِقِينَ».

สะญะดะวัจญฺฮิยะลิลละซี เคาะละเกาะฮู วะชักเกาะสัมอะฮู วะบะเศาะเราะฮู บิเหาลิฮีวะกูวะติฮี ฟะตะบาเราะกัลลอฮุ อะหฺสะนุลคอลิกีน

(ใบหน้าของฉันได้ก้มกราบแด่พระผู้สร้างมัน และได้ทรงจำแนกการได้ยินของมัน และการเห็นของมันไว้เป็นสัดส่วน ด้วยพลังและอำนาจของพระองค์ ซึ่งอัลลอฮฺผู้ทรงเลอเลิศในหมู่ผู้สร้างสรร ทรงจำเริญยิ่ง)  [102]

«اللَّهُمَّ اكْتُبْ لِي بِهَا عِنْدَكَ أَجْراً، وَضَعْ عَنِّي بِهَا وِزْراً، وَاجْعَلْهَا لِي عِنْدَكَ ذُخْراً، وَتَقَبَّلْهَا مِنِّي كَمَا تَقَبَّلْتَهَا مِنْ عَبْدِكَ دَاوُدَ».

อัลลอฮุมมักตุบลีบิฮา อินดะกะอัจญฺร็อน วะฎออฺอันนีบิฮาวิซร็อน วัจญฺอัลฮาลีอินดะกะซุคร็อน วะตะก็อบบัลฮามินนี กะมาตะก็อบบัลตะฮา มินอับดิกะดาวุด

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดบันทึกผลบุญความดีงามของมัน (การสุญูดติลาวะฮฺ) ณ ที่พระองค์แก่ฉัน และได้โปรดให้มันเป็นสิ่งที่ทำให้บาปของฉันลดลง และได้โปรดให้มันเป็นขุมทรัพย์หรือผลบุญแก่ฉัน และได้โปรดตอบรับมันจากฉัน ดังที่พระองค์ทรงตอบรับมันจากบ่าวของพระองค์ นั้นคือนบีดาวูด)  [103]

 022 คำกล่าวตะชะฮฺฮุด[104]

«التَّحِيَّاتُ لِلهِ، وَالصَّلَوَاتُ، وَالطَّيِّباتُ، السَّلاَمُ عَلَيْكَ أَيُّهَا النَّبِيُّ وَرَحْمَةُ اللهِ وَبَرَكَاتُهُ، السَّلاَمُ عَلَيْنَا وَعَلَى عِبَادِ اللهِ الصَّالِحِينَ. أَشْهَدُ أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَأَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّداً عَبْدُهُ وَرَسولُهُ».

อัตตะหิยาตุลิลลาฮฺ วัศเศาะละวาตุ วัฏฏ็อยยิบาต อัสสลามุอะลัยกะ อัยยุฮันนะบียุ วะเราะมาตุลลอฮิ วะบะเราะกาตุฮฺ อัสสลามุอะลัยนา วะอะลาอิบาดิลลาฮิศศอลิฮีน อัชฮะดุอัลลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะอัชฮะดุอันนะมุหัมมะดัน อับดุฮูวะเราะสูลุฮฺ

(ความเคารพ ความภักดีและคุณธรรมทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ขอความสันติสุข ความเมตตาจากอัลลอฮฺและความจำเจริญแห่งพระองค์จงมีแด่ท่าน โอ้ท่านนบี ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกเรา และแก่บรรดาบ่าวที่มีคุณธรรมแห่งอัลลอฮฺ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณว่ามุหัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์) [105]

 023 บทเศาะละวาต[106] ต่อท่านนบีหลังจากกล่าวตะชะฮฺฮุด

«اللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ، وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا صَلَّيتَ عَلَى إِبْرَاهِيمَ، وَعَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ، إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ، اللَّهُمَّ بَارِكْ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا بَارَكْتَ عَلَى إِبْرَاهِيمَ وَعَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ، إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ».

อัลลอฮุมมะศ็อลลิอะลามุหัมมัด วะอะลาอาลิมุหัมมัด กะมาศ็อลลัยตะอะลาอิบรอฮีม วะอะลาอาลิอิบรอฮีม อินนะกะหะมีดุมมะญีด อัลลอฮุมมะบาริกอะลามุหัมมัด วะอะลาอาลิมุหัมมัด กะมาบาร็อกตะอะลาอิบรอฮีม วะอะลาอาลิอิบรอฮีม อินนะกะหะมีดุมมะญีด

(โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงประทานการสดุดีแด่มุหัมมัดและครอบครัวของมุหัมมัด เช่นที่พระองค์ประทานการสดุดีแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง โอ้อัลลอฮฺขอทรงประทานความจำเริญแด่มุหัมมัดและครอบครัวของมุหัมมัด เช่นที่พระองค์ประทานความจำเริญแด่อิบรอฮีมและครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง) [107]

«اللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى أَزْوَاجِهِ وَذُرِّيَّتِهِ، كَمَا صَلَّيْتَ عَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ. وَبَارِكْ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى أَزْوَاجِهِ وَذُرِّيَّتِهِ، كَمَا بَارَكْتَ عَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ. إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ».

อัลลอฮุมมะศ็อลลิอะลามุหัมมัด วะอะลาอัซวาญิฮี วะซุรริยฺยะติฮี กะมาศ็อลลัยตะอะลาอาลิอิบรอฮีม วะบาริกอะลามุหัมมัด วะอะลาอัซวาญิฮี วะซุรริยฺยะติฮี กะมาบาร็อกตะอะลาอาลิอิบรอฮีม อินนะกะหะมีดดุมมะญีด

(โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงประทานการสดุดีแด่มุหัมมัดและแด่ภรรยารวมถึงครอบครัวของท่าน เช่นที่พระองค์ประทานการสดุดีแด่ครอบครัวของอิบรอฮีม และขอทรงประทานความจำเริญแด่มุหัมมัดและแด่ภรรยารวมถึงครอบครัวของท่าน เช่นที่พระองค์ประทานความจำเริญแด่ครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง) [108]

 024 บทดุอาอ์หลังกล่าวตะชะฮฺฮุดในละหมาด

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ، وَمِنْ عَذَابِ جَهَنَّمَ، وَمِنْ فِتْنَةِ الْمَحْيَا وَالْمَمَاتِ، وَمِنْ شَرِّ فِتْنَةِ الْمَسِيحِ الدَّجَّالِ».

อัลลอฮุมมะอินนี อะอูซุบิกะ มินอะซาบิลก็อบรฺ วะมินอะซาบิญะฮันนัม วะมินฟิตนะติลมะหฺยา วัลมะมาต วะมินชัรริ ฟิตนะติลมะสีหิดดัจญาล

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอความคุ้มครองจากการลงโทษในหลุมศพ และการลงโทษในนรกญะฮันนัม และจากความโกลาหลหรือบททดสอบขณะที่มีชีวิตและหลังความตาย และจากความชั่วร้ายที่เป็นบททดสอบ (ฟิตนะฮฺ) ของดัจญาล) [109]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ فِتْنَةِ الْمَسِيْحِ الدَّجَّالِ وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ فِتْنَةِ الْمَحْيَا وَالمَمَاتِ اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ المأْثَمِ وَالْمَغْرَمِ».

อัลลอฮุมมะอินนี อะอูซุบิกะ มินอะซาบิลก็อบริ วะอะอูซุบิกะ  มินฟิตนะติลมะสีหิดดัจญาล วะอะอูซุบิกะ มินฟิตนะติลมะหฺยาวัลมะมาติ อัลลอฮุมมะอินนี อะอูซุบิกะ มินัลมะอ์ษะมิ วัลมัฆฺเราะมิ

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในหลุมศพ และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากบททดสอบ (ฟิตนะฮฺ) ของดัจญาล และฉันขอความคุ้มครองให้พ้นจากความโกลาหลและบททดสอบขณะที่มีชีวิตและหลังความตาย โอ้อัลลอฮฺฉันขอความคุ้มครองให้พ้นจากความผิดต่างๆ และการมีหนี้สินด้วยเถิด) [110]

«اللَّهُـمَّ إنِّي ظَلَـمْتُ نَفْسِي ظُلْـماً كَثِيراً وَلَا يَـغْفِرُ الذُّنُوبَ إلَّا أَنْتَ فَاغْفِرْ لِي مَغْفِرَةً مِنْ عِنْدِكَ وَارْحَـمْنِي إنَّكَ أَنْتَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ».

อัลลอฮุมมะอินนี เซาะลัมตุนัฟสี ซุลมันกะษีรอ วะลายัฆฺฟิรุซซุนูบะ อิลลาอันตะ ฟัฆฺฟิรลีมัฆฺฟิเราะตัน มินอินดิกะ วัรหัมนี อินนะกะ อันตัลเฆาะฟูรุรเราะฮีม

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันได้อธรรมต่อตัวเองซึ่งเป็นการอธรรมอย่างมากมาย และไม่มีผู้ใดที่จะอภัยโทษทั้งหลายได้นอกจากพระองค์เท่านั้น ดังนั้น ได้โปรดอภัยให้ฉันด้วยการอภัยจากพระองค์ด้วยเถิด ได้โปรดเมตตาฉัน แท้จริงแล้วพระองค์นั้นเป็นผู้ที่ทรงอภัยและทรงเมตตายิ่ง)[111]

«اللَّهُـمَّ اغْفِرْ لِي مَا قَدَّمْتُ وَمَا أَخَّرْتُ وَمَا أَسْرَرْتُ وَمَا أَعْلَنْتُ وَمَا أَسْرَفْتُ وَمَا أَنْتَ أَعْلَـمُ بِـهِ مِنِّي أَنْتَ المُقَدِّمُ وَأَنْتَ المُؤَخِّرُ لَا إلَـهَ إلَّا أَنْتَ».

อัลลอฮุมมัฆฟิรลี มาก็อดดัมตุ วะมาอัคค็อรฺตุ วะมาอัสร็อรฺตุ วะมาอะอฺลันตุ วะมาอัสร็อฟตุ วะมาอันตะ อะอฺละมุบิฮีมินนี อันตัลมุก็อดดิมุ วะอันตัลมุอัคคิรุ ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดอภัยในสิ่งที่ฉันทำก่อนหน้านี้และทำหลังจากนี้ สิ่งที่ฉันปิดบังและสิ่งที่ฉันเปิดเผย สิ่งที่ฉันทำเกินเลยและสิ่งที่พระองค์รู้ดีกว่าตัวฉัน แท้จริงพระองค์เป็นผู้อยู่ก่อนหน้าและเป็นผู้อยู่ภายหลัง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น) [112]

«اللَّهُمَّ أَعِنِّي عَلَى ذِكْرِكَ وَشُكْرِكَ وَحُسْنِ عِبَادَتِكَ».

อัลลอฮุมมะอะอินนี อะลาซิกริกะ วะชุกริกะ วะหุสนิอิบาดะติกะ

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดช่วยเหลือฉัน ให้ได้รำลึกถึงพระองค์ และได้แสดงถึงการขอบคุณต่อพระองค์ และทำอิบาดะฮฺแด่พระองค์อย่างงดงาม)  [113]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْبُخْلِ، وَأَعوذُ بِكَ مِنَ الْجُبْنِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ أَنْ أُرَدَّ إِلَى أَرْذَلِ الْعُمُرِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ فِتْنَةِ الدُّنْيَا وَعَذَابِ الْقَبْرِ».

อัลลอฮุมมะอินนี อะอูซุบิกะมินัลบุคลิ วะอะอูซุบิกะมินัลญุบนิ วะอะอูซุบิกะ มินอันอุร็อดดะ อิลาอัรซะลิลอุมุริ วะอะอูซุบิกะ มินฟิตนะติดดุนยา วะอะซาบิลก็อบรฺ

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความตระหนี่ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความขี้ขลาด และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความแก่เฒ่า และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากการทดสอบในชีวิตและการทรมานในหลุมฝังศพ) [114]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْجَنَّةَ وَأَعُوذُ بِكَ مِنَ النَّارِ».

อัลลอฮุมมะอินนี อัสอะลุกัลญันนะฮฺ วะอะอูซุบิกะมินัรนาร

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ทรงประทานซึ่งสวนสวรรค์ และฉันขอความคุ้มครองด้วยพระองค์ให้พ้นจากนรก) [115]

«اللَّهُـمَّ بِـعِلْـمِكَ الغَيْبَ وَقُدْرَتِكَ عَلَى الخَلْقِ أَحْيِنِي مَا عَلِـمْتَ الحَيَاةَ خَيْراً لِيْ وَتَوَفَّنِيْ إِذَا عَلِـمْتَ الوَفَاةَ خَيْراً لِيْ اللَّهُـمَّ إِنِّيْ أَسْأَلُكَ خَشْيَتَـكَ فِيْ الغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ وَأَسْأَلُكَ كَلِـمَةَ الحَقِّ فِي الرِّضَا وَالغَضَبِ وَأَسْأَلُكَ القَصْدَ فِي الفَقْرِ وَالغِنَى وَأَسْأَلُكَ نَعِيماً لا يَنْفَدُ وَأَسْأَلُكَ قُرَّةَ عَيْنٍ لَا تَنْقَطِعُ وَأَسْأَلُكَ الرِّضَا بَـعْدَ القَضَاءِ وَأَسْأَلُكَ بَرْدَ العَيْشِ بَـعْدَ الموْتِ وَأَسْأَلُكَ لَذَّةَ النَّظَرِ إلَى وَجْهِكَ وَالشَّوقَ إلَى لِقَائِكَ فِي غَيْرِ ضَرَّاءَ مُضِرَّةٍ وَلا فِتْنَةٍ مُضِلَّةٍ اللَّهُـمَّ زَيِّنَّا بِزِيْنَةِ الإيمَانِ وَاجْعَلْنَا هُدَاةً مُهْتَدِينَ».

อัลลอฮุมมะ บิอิลมิกัลฆ็อยบะ วะกุดเราะติกะ อะลัลค็อลกิ อะหฺยินี มาอะลิมตัลหะยาตะ ค็อยร็อลลี วะตะวัฟฟะนี อิซาอะลิมตัลวะฟาตะ ค็อยร็อลลี อัลลอฮุมมะอินนี อัสอะลุกะ ค็อชยะตะกะ ฟิลฆ็อยบิ วัชชะฮาดะฮฺ วะอัสอะลุกะ กะลิมะตัลหักฺกิ ฟิรริฎอวัลเฆาะเฎาะบิ วะอัสอะลุกัลก็อศดะ ฟิลฟักริวัลฆินา วะอัสอะลุกะ นะอีมัน ลายันฟะดุ วะอัสอะลุกะ กุรเราะตะอัยนิน ลาตันเกาะฏิอุ วะอัสอะลุกัรริฎอ บะอฺดัลเกาะฎออ์ วะอัสอะลุกะบัรดัลอัยชิ บะอฺดัลเมาติ วะอัสอะลุกะ ลัซซะตันนะเซาะริ อิลาวัจญฺฮิกะ วัชเชาเกาะอิลาลิกออิกะ ฟีฆ็อยริฎ็อรรออะมุฎิรเราะฮฺ วะลาฟิตนะติมมุฎิลละฮฺ อัลลอฮุมมะซัยยินนา บิซีนะติลอีมาน วัจญฺอัลนาฮุดาตัมมุฮฺตะดีน

(โอ้อัลลอฮฺ ด้วยความรอบรู้ของพระองค์ต่อสิ่งเร้นลับ และพลังอำนาจของพระองค์เหนือทุกสรรพสิ่ง ขอพระองค์ทรงทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ตราบที่พระองค์ทราบว่าการมีชีวิตนั้นดีต่อตัวฉัน และขอพระองค์ทรงเอาชีวิตฉันเมื่อพระองค์ทราบว่าการตายนั้นดีต่อตัวฉัน โอ้อัลลอฮฺฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความเกรงกลัวต่อพระองค์ทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งถ้อยคำแห่งสัจจะทั้งในยามพอใจและยามโกรธ และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความพอดีทั้งในยามขัดสนและมั่งมี และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งนิอฺมัตที่ไม่หมดสิ้น และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความรื่นรมย์แก่สายตาที่ไม่ขาดสาย และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความพอใจต่อกำหนดของพระองค์ และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งชีวิตที่ร่มเย็นหลังจากความตาย และฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความสุขในการมองไปยังพระพักตร์ของพระองค์ และความถวิลหาที่จะได้พบกับพระองค์ โดยไม่มีทุกข์ภัยใดๆ ที่เกินแก่ความอดทน และไม่มีบททดสอบใดๆ ที่ทำให้หลงทาง โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงประดับประดาเราด้วยเครื่องประดับแห่งอีมาน และขอทรงทำให้เราเป็นผู้ชี้ทางที่ได้รับทางนำด้วยเถิด) [116]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ يَا أَللهُ بِأَنَّكَ الْوَاحِدُ الْأَحَدُ الصَّمَدُ الَّذِي لَمْ يَلِدْ وَلَمْ يولَدْ، وَلَمْ يَكنْ لَهُ كُفُواً أَحَدٌ، أَنْ تَغْفِرَ لِي ذُنُوبِي إِنَّكَ أَنْتَ الْغَفُورُ الرَّحِّيمُ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ ยาอัลลอฮฺ บิอันนะกัลวาหิด อัลอะหัด อัศเศาะมัด อัลละซีลัมยะลิด วะลัมยูลัด วะลัมยะกุลละฮู กุฟุวันอะหัด อันตัฆฺฟิเราะลีซุนูบี อินนะกะ อันตัลเฆาะฟูรุรเราะฮีม  

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ด้วยการที่พระองค์นั้นคือผู้เป็นเอกะหนึ่งเดียวที่ทรงจัดการดูแลทุกสรรพสิ่ง ผู้ที่ไม่ทรงมีบุตรและไม่ทรงถูกให้กำเนิด และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ ขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่บาปทั้งหลายของฉันด้วยเถิด แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยและเมตตายิ่ง) [117]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ بِأَنَّ لَكَ الْحَمْدَ لَا إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ وَحْدَكَ لاَ شَرِيكَ لَكَ، الْمَنَّانُ، يَا بَدِيعَ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضِ يَا ذَا الْجَلاَلِ وَالْإِكْرَامِ، يَا حَيُّ يَا قَيُّومُ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْجَنَّةَ وَأَعُوذُ بِكَ مِنَ النَّارِ ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ บิอันนะละกัลหัมดฺ ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ วะหฺดะกะลาชะรีกะลักฺ อัลมันนาน ยาบะดีอัสสะมาวาติวัลอัรฎฺ ยาซัลญะลาลิวัลอิกรอม ยาหัยยุยาก็อยยูม อินนีอัสอะลุกัลญันนะฮฺ วะอะอูซุบิกะมินันนารฺ

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ ด้วยเหตุที่การสรรเสริญทั้งหลายนั้นเป็นของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงให้อย่างมากมาย โอ้ผู้ทรงเสกสรรชั้นฟ้าและแผ่นดิน โอ้ผู้ทรงยิ่งด้วยศักดิ์และเกียรติ์อันสูงส่ง โอ้ผู้ทรงชีวิน โอ้ผู้ทรงยืนหยัดจัดการทุกสิ่ง แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งสวนสวรรค์ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากไฟนรก) [118]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ بِأَنِّي أَشْهَدُ أَنَّكَ أَنْتَ اللهُ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ الأَحَدُ الصَّمَدُ، الَّذِي لَمْ يَلِدْ وَلَمْ يُولَدْ وَلَمْ يَكُنْ لَهُ كُفُوًا أَحَدٌ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ บิอันนีอัชฮะดุ อันนะกะอันตัลลอฮฺ ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ อัลอะหัด อัศเศาะมัด อัลละซีลัมยะลิด วะลัมยูลัด วะลัมยะกุลละฮู กุฟุวันอะหัด

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ ด้วยการที่ฉันปฏิญาณว่าพระองค์คืออัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้เป็นเอกะหนึ่งเดียวที่ทรงจัดการดูและทุกสรรพสิ่ง ผู้ที่ไม่ทรงมีบุตรและไม่ทรงถูกให้กำเนิด และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์) [119]

 025 บทซิกิรหลังจากให้สลามเสร็จจากการละหมาด

«أَسْتَغْفِرُ الله أَسْتَغْفِرُ الله أَسْتَغْفِرُ الله».

อัสตัฆฺฟิรุลลอฮฺ อัสตัฆฺฟิรุลลอฮฺ อัสตัฆฺฟิรุลลอฮฺ

(ฉันขออภัยต่ออัลลอฮฺ ฉันขออภัยต่ออัลลอฮฺ ฉันขออภัยต่ออัลลอฮฺ) ให้อ่านสามครั้ง แล้วกล่าวว่า  

«اللَّهُـمَّ أَنْتَ السَّلامُ وَمِنْكَ السَّلامُ تَـبَارَكْتَ يَاذَا الجَلالِ وَالإكْرَام».

อัลลอฮุมมะ อันตัสสะลาม วะมินกัสสลาม ตะบาร็อกตะ ยาซัลญะลาลิ วัลอิกรอม

(โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือผู้เปี่ยมด้วยสันติ จากพระองค์นั้นคือที่มาของสันติ จำเริญยิ่งเถิด โอ้ผู้เปี่ยมด้วยความยิ่งใหญ่และบุญคุณอันล้นเหลือ) [120]

«لا إلَـهَ إلَّا الله وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ لَـهُ المُلْكُ وَلَـهُ الحَـمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ -ثلاثاً-  اللَّهُـمَّ لا مَانِعَ لِـمَا أَعْطَيْتَ وَلا مُعْطِيَ لِـمَا مَنَعْتَ وَلا يَنْفَعُ ذَا الجَدِّ مِنْكَ الجَدُّ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร (ให้อ่านสามครั้ง) อัลลอฮุมมะ ลามานิอะ ลิมาอะอฺฏ็อยตะ วะลามุอฺฏิยะ ลิมามะนะอฺตะ วะลายันฟะอุ ซัลญัดดิ มินกัลญัดดุ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองและการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์ทรงมีความสามารถเหนือทุกสรรพสิ่ง –ให้อ่านสามครั้ง- โอ้อัลลอฮฺไม่มีสิ่งใดกั้นขวางสิ่งที่พระองค์ประทานให้ และไม่มีสิ่งใดมอบในสิ่งที่พระองค์กั้นขวางได้ และความมั่งมีมิอาจให้ประโยชน์แก่เจ้าของผู้มั่งมีนั้น ณ พระองค์ได้เลย) [121]

«لا إلَـهَ إلَّا الله وَحَدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ لَـهُ المُلْكُ وَلَـهُ الحَـمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ لا حَوْلَ وَلا قُوَّةَ إلَّا بِالله لا إلَـهَ إلَّا الله وَلا نَعْبُدُ إلَّا إيَّاهُ لَـهُ النِّعْمَةُ وَلَـهُ الفَضْلُ وَلَـهُ الثَّنَاءُ الحَسَنُ لا إلَـهَ إلَّا الله مُـخْلِصِينَ لَـهُ الدِّينَ وَلَوْ كَرِهَ الكَافِرُونَ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีรฺ ลาเหาละวะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วะลานะอฺบุดุ อิลลาอิยฺยาฮฺ ละฮุนนิอฺมะตุ วะละฮุลฟัฎลุ วะละฮุษษะนาอุลหะสัน ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ มุคลิศีนะละฮุดดีน วะเลากะริฮัลกาฟิรูน

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองและการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์ทรงมีความสามารถเหนือทุกสรรพสิ่ง ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และเราไม่เคารพสักการะสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น เป็นสิทธิแห่งพระองค์ซึ่งการประทานนิอฺมัต (ความโปรดปราน) ความประเสริฐ และการสรรเสริญที่งดงาม ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ โดยที่เรามอบความบริสุทธิ์ใจแห่งการยึดมั่นในศาสนาแด่พระองค์ แม้ว่าเหล่าผู้ปฎิเสธจะชิงชังก็ตาม)  [122]

«سُبْحَانَ الله».  

สุบหานัลลอฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ) 33 ครั้ง

«وَالْحَمْدُ لِله».

อัลหัมดุลิลลาฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ) 33 ครั้ง

«وَاللهُ أَكْبَر».  

อัลลอฮฺอักบัร

(อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด) 33 ครั้ง (รวมแล้ว 99 ครั้ง)

แล้วให้อ่านบทซิกิรฺนี้เพื่อให้จำนวนทั้งหมดครบ 100 ว่า

«لا إلَـهَ إلَّا الله وَحَدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ لَـهُ المُلْكُ وَلَـهُ الحَـمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีรฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์ทรงมีความสามารถเหนือทุกสรรพสิ่ง) [123]  

﴿ قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ١ ٱللَّهُ ٱلصَّمَدُ ٢ لَمۡ يَلِدۡ وَلَمۡ يُولَدۡ ٣ وَلَمۡ يَكُن لَّهُۥ كُفُوًا أَحَدُۢ ٤  ﴾ [الاخلاص: ١،  ٥] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่ง พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์” [124]

﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ١ مِن شَرِّ مَا خَلَقَ ٢ وَمِن شَرِّ غَاسِقٍ إِذَا وَقَبَ ٣ وَمِن شَرِّ ٱلنَّفَّٰثَٰتِ فِي ٱلۡعُقَدِ ٤ وَمِن شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ ٥  ﴾ [الفلق: ١،  ٦] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น และจากความชั่วร้ายแห่งความมืดของเวลากลางคืนเมื่อมันแผ่คลุม และจากความชั่วร้ายของบรรดาผู้เสกเป่าในปมเงื่อน และจากความชั่วร้ายของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา” [125]

﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلنَّاسِ ١ مَلِكِ ٱلنَّاسِ ٢ إِلَٰهِ ٱلنَّاسِ ٣ مِن شَرِّ ٱلۡوَسۡوَاسِ ٱلۡخَنَّاسِ ٤ ٱلَّذِي يُوَسۡوِسُ فِي صُدُورِ ٱلنَّاسِ ٥ مِنَ ٱلۡجِنَّةِ وَٱلنَّاسِ ٦     ﴾ [الناس: ١،  ٠] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งมนุษยชาติ พระราชาแห่งมนุษยชาติ พระผู้เป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์จากหมู่ญินและมนุษย์” [126] [127]

﴿ ٱللَّهُ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡحَيُّ ٱلۡقَيُّومُۚ لَا تَأۡخُذُهُۥ سِنَةٞ وَلَا نَوۡمٞۚ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ مَن ذَا ٱلَّذِي يَشۡفَعُ عِندَهُۥٓ إِلَّا بِإِذۡنِهِۦۚ يَعۡلَمُ مَا بَيۡنَ أَيۡدِيهِمۡ وَمَا خَلۡفَهُمۡۖ وَلَا يُحِيطُونَ بِشَيۡءٖ مِّنۡ عِلۡمِهِۦٓ إِلَّا بِمَا شَآءَۚ وَسِعَ كُرۡسِيُّهُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَۖ وَلَا يَ‍ُٔودُهُۥ حِفۡظُهُمَاۚ وَهُوَ ٱلۡعَلِيُّ ٱلۡعَظِيمُ ٢٥٥ ﴾ [البقرة: ٢٥٥] 

ความว่า “อัลลอฮฺนั้นคือไม่มีผู้ที่ถูกเคารพสักการะใดๆ ที่เที่ยงแท้ นอกจากพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงชีวิต[128] ผู้ทรงบริหารกิจการทั้งหลาย[129] โดยที่การง่วงนอน และการนอนหลับใดๆ จะไม่เอาพระองค์[130] สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นของพระองค์ ใครเล่าคือผู้ที่จะขอความช่วยเหลือให้แก่ผู้อื่น ณ ที่พระองค์ได้ นอกจากด้วยอนุมัติของพระองค์เท่านั้น[131] พระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขา[132] และพวกเขาจะไม่ล้อมสิ่งใด[133] จากความรู้ของพระองค์ไว้ได้นอกจากสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์เท่านั้น[134] เก้าอี้พระองค์นั้นกว้างขวางทั่วชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน[135] และการรักษามันทั้งสองก็ไม่เป็นภาระแก่พระองค์ และพระองค์นั้นคือผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่” [136] [137]

لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ يُحْيِي وَيُمِيتُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ ยุหฺยีวะยุมีตุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ พระองค์ทรงให้เกิด พระองค์ทรงให้ตาย และพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง) ให้อ่านสิบครั้ง ทุกๆ หลังละหมาดมัฆริบและศุบุหฺ[138]

اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ عِلْماً نافِعاً، وَرِزْقاً طَيِّباً، وَعَمَلاً مُتَقَبَّلاً

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ อิลมันนาฟิอัน วะริซก็อนฏ็อยยิบัน วะอะมะลัมมุตะก็อบบะลา

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความรู้ที่ยังประโยชน์ ริซกี (ปัจจัยยังชีพ) ที่ดี และการงานที่ถูกตอบรับ) ให้อ่านหลังจากให้สลามละหมาดศุบุหฺ[139]

 026 บทดุอาอ์ละหมาดอิสติคอเราะฮฺ[140]

ท่านญาบิรฺ บินอับดุลลอฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สอนพวกเราเกี่ยวกับการอิสติคอเราะฮฺในทุกๆ เรื่องเหมือนสอนสูเราะฮฺหนึ่งในอัลกุรอาน ท่านนบี ได้กล่าวว่า เมื่อคนใดในหมู่พวกท่านปรารถนาในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว เขาจงละหมาดสองร็อกอะฮฺซึ่งไม่ใช่ละหมาดวาญิบแล้วให้กล่าวว่า

«اللَّهُـمَّ إنِّي أَسْتَـخِيرُكَ بِـعِلْـمِكَ وَأَسْتَقْدِرُكَ بِقُدْرَتِكَ وَأَسْأَلُكَ مِنْ فَضْلِكَ العَظِيمِ فَإنَّكَ تَقْدِرُ وَلا أَقْدِرُ وَتَعْلَـمُ وَلا أَعْلَـمُ وَأَنْتَ عَلَّامُ الغُيُوبِ اللَّهُـمَّ إنْ كُنْتَ تَعْلَـمُ أَنَّ هَذَا الأَمْرَ -وَيُسَمِّي حَاجَتَه- خَيْرٌ لِي فِي دِينِي وَمَعَاشِي وَعَاقِبَةِ أَمْرِي -أَوْ قَالَ: عَاجِلِهِ وآجِلِـهِ- فَاقْدُرْهُ لِي وَيَسِّرْهُ ثُمَّ بَارِكْ لِيْ فِيْهِ وَإنْ كُنْتَ تَعْلَـمُ أَنَّ هَذَا الأَمْرَ شَرٌّ لِي فِي دِينِي وَمَعَاشِي وَعَاقِبَةِ أَمْرِي -أَوْ قَالَ عَاجِلِهِ وآجِلِـهِ- فَاصْرِفْهُ عَنِّي وَاصْرِفْنِي عَنْـهُ، وَاقْدُرْ لِيَ الخَيْرَ حَيْثُ كَانَ ثُمَّ أَرْضِنِي بِـهِ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสตะคีรุกะ บิอิลมิกะ วะอัสตักดิรุกะ บิกุดเราะติกะ วะอัสอะลุกะ มินฟัฎลิกัลอะซีม ฟะอินนะกะตักดิรุ วะลาอักดิรุ วะตะอฺละมุ วะลาอะอฺละมุ วะอันตะอัลลามุลฆุยูบ อัลลอฮุมมะ อินกุนตะ ตะอฺละมุ อันนะฮาซัลอัมร่อ (ระบุความต้องการที่จะขอตรงนี้) คอยรุลลีฟีดีนี วะมะอาชี วะอากิบะติอัมรี (หรือกล่าวว่า อาญิลิฮี วะอาญิลิฮี) ฟักดุรฮุลี วะยัสสิรฮุลี ษุมมะบาริกลีฟีฮิ วะอินกุนตะ ตะอฺละมุ อันนะฮาซัลอัมร่อ ชัรรุลลีฟีดีนี วะมะอาชี วะอากิบะติอัมรี (หรือกล่าวว่า อาญิลิฮี วะอาญิลิฮี) ฟัศริฟฮุอันนี วัศริฟนีอันฮุ วักดุรลิยัลค็อยร่อ หัยษุกานะ ษุมมะอัรฎินีบิฮี

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอให้พระองค์ช่วยเลือกสิ่งที่ดีด้วยความรอบรู้ของพระองค์ และขอให้พระองค์บันดาลให้ฉันมีความสามารถที่จะลงมือทำ ด้วยพระเดชานุภาพของพระองค์ และฉันวิงวอนต่อพระองค์จากพระมหากรุณาอันใหญ่หลวงของพระองค์ (ให้เปิดใจเพื่อคุณธรรมความดีด้วยเถิด) แน่แท้พระองค์ทรงเดชานุภาพ  ส่วนฉันไม่มีความสามารถใดๆ เลย พระองค์ทรงรอบรู้ยิ่ง ส่วนฉันไม่มีความรู้อะไรเลย  พระองค์ทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย  โอ้อัลลอฮฺ หากพระองค์ทรงทราบว่าการงานนี้ (ระบุชื่อของความต้องการเป็นภาษาใดก็ได้)  เป็นสิ่งที่ดีสำหรับฉัน ในศาสนาของฉัน และในการครองชีพของฉัน และในบั้นปลายแห่งการงานของฉันแล้ว (ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล)  ดังนั้น ขอพระองค์กำหนดการงานนั้นให้ฉันและให้มันสะดวก ง่ายดายแก่ฉันแล้วขอพระองค์ประทานความศิริมงคลในการงานนี้ให้แก่ฉันด้วย แต่ถ้าพระองค์ทรงรู้ว่าการงานนี้เป็นผลร้ายแก่ฉัน ในศาสนาของฉัน และในการครองชีพของฉัน และในบั้นปลายแห่งการงานของฉันแล้ว  (ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล) ขอพระองค์ได้ทรงโปรดให้สิ่งนี้หลีกพ้นไปจากฉันด้วย และขอให้ฉันรอดพ้นจากสิ่งนี้ด้วยเถิด และขอพระองค์ทรงบันดาลความดีให้แก่ฉัน ไม่ว่าสถานที่ใด แล้วขอพระองค์ทรงประทานความพอพระทัยให้แก่ฉันในการงานนั้นๆ ด้วย) [141]

แน่นอนที่สุด ผู้ที่ขอให้ผู้ทรงสร้างเลือกสิ่งที่ดี (อิสติคอเราะฮฺ) และได้ปรึกษาหารือกับผู้คน และได้หาความชัดเจนในการงานของเขานั้น จะไม่มีวันโศกเศร้าเสียใจ  (ในสิ่งที่จะทำ)  ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ดำรัสว่า

﴿ وَشَاوِرۡهُمۡ فِي ٱلۡأَمۡرِۖ فَإِذَا عَزَمۡتَ فَتَوَكَّلۡ عَلَى ٱللَّهِۚ ١٥٩ ﴾ [ال عمران: ١٥٩] 

ความว่าและจงปรึกษาหารือกับพวกเขาในกิจการทั้งหลาย ครั้นเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว ก็จงมอบหมายแด่อัลลอฮฺเถิด[142]

 027 การซิกรุลลอฮฺ (รำลึกถึงอัลลอฮฺ) ทั้งในยามเช้าและยามเย็น[143]

الْحَمْدُ لِلهِ وَحْدَهُ، وَالصَّلاَةُ وَالسَّلاَمُ عَلَى مَنْ لاَ نَبِيَّ بَعْدَهُ

أَعُوذُ بِاللهِ مِنَ الشَّيطَانِ الرَّجِيمِ

อะอูซุบิลลาฮฺ มินัชชัยฏอนิรเราะญีม

(ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง)

﴿ ٱللَّهُ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡحَيُّ ٱلۡقَيُّومُۚ لَا تَأۡخُذُهُۥ سِنَةٞ وَلَا نَوۡمٞۚ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ مَن ذَا ٱلَّذِي يَشۡفَعُ عِندَهُۥٓ إِلَّا بِإِذۡنِهِۦۚ يَعۡلَمُ مَا بَيۡنَ أَيۡدِيهِمۡ وَمَا خَلۡفَهُمۡۖ وَلَا يُحِيطُونَ بِشَيۡءٖ مِّنۡ عِلۡمِهِۦٓ إِلَّا بِمَا شَآءَۚ وَسِعَ كُرۡسِيُّهُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَۖ وَلَا يَ‍ُٔودُهُۥ حِفۡظُهُمَاۚ وَهُوَ ٱلۡعَلِيُّ ٱلۡعَظِيمُ ٢٥٥ ﴾ [البقرة: ٢٥٥] 

ความว่า “อัลลอฮฺนั้นคือไม่มีผู้ที่ถูกเคารพสักการะใดๆ ที่เที่ยงแท้ นอกจากพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงชีวิต[144] ผู้ทรงบริหารกิจการทั้งหลาย[145] โดยที่การง่วงนอน และการนอนหลับใดๆ จะไม่เอาพระองค์[146] สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นของพระองค์ ใครเล่าคือผู้ที่จะขอความช่วยเหลือให้แก่ผู้อื่น ณ ที่พระองค์ได้ นอกจากด้วยอนุมัติของพระองค์เท่านั้น[147] พระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขา[148] และพวกเขาจะไม่ล้อมสิ่งใด[149] จากความรู้ของพระองค์ไว้ได้นอกจากสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์เท่านั้น[150] เก้าอี้พระองค์นั้นกว้างขวางทั่วชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน[151] และการรักษามันทั้งสองก็ไม่เป็นภาระแก่พระองค์ และพระองค์นั้นคือผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่” [152] [153]

﴿ قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ١ ٱللَّهُ ٱلصَّمَدُ ٢ لَمۡ يَلِدۡ وَلَمۡ يُولَدۡ ٣ وَلَمۡ يَكُن لَّهُۥ كُفُوًا أَحَدُۢ ٤  ﴾ [الاخلاص: ١،  ٥] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่ง พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์”  [154]

﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ١ مِن شَرِّ مَا خَلَقَ ٢ وَمِن شَرِّ غَاسِقٍ إِذَا وَقَبَ ٣ وَمِن شَرِّ ٱلنَّفَّٰثَٰتِ فِي ٱلۡعُقَدِ ٤ وَمِن شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ ٥  ﴾ [الفلق: ١،  ٦] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น และจากความชั่วร้ายแห่งความมืดของเวลากลางคืนเมื่อมันแผ่คลุม และจากความชั่วร้ายของบรรดาผู้เสกเป่าในปมเงื่อน และจากความชั่วร้ายของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา” [155]

﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلنَّاسِ ١ مَلِكِ ٱلنَّاسِ ٢ إِلَٰهِ ٱلنَّاسِ ٣ مِن شَرِّ ٱلۡوَسۡوَاسِ ٱلۡخَنَّاسِ ٤ ٱلَّذِي يُوَسۡوِسُ فِي صُدُورِ ٱلنَّاسِ ٥ مِنَ ٱلۡجِنَّةِ وَٱلنَّاسِ ٦     ﴾ [الناس: ١،  ٠] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งมนุษยชาติ พระราชาแห่งมนุษยชาติ พระผู้เป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์จากหมู่ญินและมนุษย์” [156]

ให้อ่านทั้งสามสูเราะฮฺนี้สามครั้ง[157]

«أَصْبَحْنَا وَأَصْبَحَ المُلْكُ للهِ، وَالحَـمْدُ للهِ، لا إلٰـهَ إلَّا اللهُ وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ، لَهُ المُلْكُ، وَلَهُ الحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيْرٌ، رَبِّ أَسْأَلُكَ خَيرَ مَا فِي هَذَا اليَوْمِ ، وَخَيرَ مَا بَعْدَهُ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا فِي هَذَا اليَوْمِ ، وَشَرِّ مَا بَعْدَهُ، رَبِّ أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْكَسَلِ وَسُوءِ الْكِبَرِ، رَبِّ أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابٍ فِي النَّارِ، وَعَذَابٍ فِي القَبْرِ»

อัศบะหฺนา วะอัศบะหัลมุลกุลิลลาฮฺ วัลหัมดุลิลลาฮฺ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร ร็อบบิอัสอะลุกะ ค็อยเราะมาฟีฮาซัลเยามฺ วะค็อยเราะมาบะอฺดะฮฺ วะอะอูซุบิกะมินชัรริมา ฟีฮาซัลเยามฺ วะชัรริมาบะอฺดะฮฺ ร็อบบิอะอูซุบิกะมินัลกะสัล วะสูอิลกิบัร ร็อบบิอะอูซุบิกะ มินอะซาบินฟินนาร วะอะซาบินฟิลก็อบรฺ

(พวกเรามีชีวิตอยู่ในเช้านี้โดยที่อำนาจการปกครองเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว โดยปราศจากภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ อำนาจทั้งหลายและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์นั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันวิงวอนขอต่อพระองค์ โปรดประทานความดีของวันนี้ และความดีที่มีอยู่ในวันนี้ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของวันนี้ และความชั่วร้ายที่มีอยู่ในวันนี้ โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความเกียจคร้าน ความเลวร้ายของความแก่ชรา โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในนรก และการลงโทษในหลุมฝังศพ)

และเมื่อถึงเวลาเย็นให้กล่าวว่า

«أَمْسَيْنَا وَأَمْسَى المُلْكُ للهِ، وَالحَـمْدُ للهِ، لا إلٰـهَ إلَّا اللهُ وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ، لَهُ المُلْكُ، وَلَهُ الحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيْرٌ، رَبِّ أَسْأَلُكَ خَيرَ مَا فِي هَذِهِ اللَّيلَةِ، وَخَيرَ مَا بَعْدَهَا، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا فِي هَذِهِ اللَّيلَةِ ، وَشَرِّ مَا بَعْدَهَا، رَبِّ أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْكَسَلِ وَسُوءِ الْكِبَرِ، رَبِّ أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابٍ فِي النَّارِ، وَعَذَابٍ فِي القَبْرِ»

อัมสัยนา วะอัมสัลมุลกุลิลลาฮฺ วัลหัมดุลิลลาฮฺ ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร ร็อบบิอัสอะลุกะ ค็อยเราะมา ฟีฮาซิฮิลลัยละฮฺ วะค็อยเราะมาบะอฺดะฮา วะอะอูซุบิกะมินชัรริมา ฟีฮาซิฮิลลัยละฮฺ วะชัรริมาบะอฺดะฮา ร็อบบิอะอูซุบิกะมินัลกะสัล วะสูอิลกิบัร ร็อบบิอะอูซุบิกะ มินอะซาบินฟินนาร วะอะซาบินฟิลก็อบรฺ

(พวกเรามีชีวิตอยู่ในคำคืนนี้โดยที่อำนาจการปกครองเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว โดยปราศจากภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ อำนาจทั้งหลายและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์นั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันวิงวอนขอต่อพระองค์ โปรดประทานความดีของค่ำคืนนี้ และความดีที่มีอยู่ในค่ำคืนนี้ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของค่ำคืนนี้ และความชั่วร้ายที่มีอยู่ในค่ำคืนนี้ โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความเกียจคร้าน ความเลวร้ายของความแก่ชรา โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษในนรก และการลงโทษในหลุมฝังศพ)[158]

«اللَّهُـمَّ بِكَ أَصْبَـحْنَا، وَبِكَ أَمْسَيْنَا، وَبِكَ نَحْيَا، وَبِكَ نَمُوتُ، وَإلَيكَ النُّشُورُ».

อัลลอฮุมมะบิกะ อัศบะหฺนา วะบิกะอัมสัยนา วะบิกะนะหฺยา วะบิกะนะมูตุ วะอิลัยกันนุชูร

(โอ้อัลลอฮฺ พวกเราใช้ชีวิตในยามเช้าด้วยพระองค์ และพวกเราใช้ชีวิตในยามเย็นด้วยพระองค์ พวกเรามีชีวิตอยู่ด้วยพระองค์ และตายด้วยพระองค์ และเราจะฟื้นคืนชีพกลับคืนสู่พระองค์)

และเมื่อถึงเวลาเย็นให้กล่าวว่า

«اللَّهُـمَّ بِكَ أَمْسَيْنَا، وَبِكَ أَصْبَـحْنَا، وَبِكَ نَحْيَا، وَبِكَ نَمُوتُ، وَإلَيكَ المَصِيرُ».

อัลลอฮุมมะบิกะ อัมสัยนา วะบิกะอัศบะหฺนา วะบิกะนะหฺยา วะบิกะนะมูตุ วะอิลัยกัลมะศีร

(โอ้อัลลอฮฺ พวกเราใช้ชีวิตในยามเย็นด้วยพระองค์ และพวกเราใช้ชีวิตในยามเช้าด้วยพระองค์ พวกเรามีชีวิตอยู่ด้วยพระองค์ และตายด้วยพระองค์ และยังพระองค์คือบั้นปลายที่เราจะกลับคืนสู่)[159]

«اللهم أَنْتَ رَبِّي لا إلَـهَ إلَّا أَنْتَ خَلَقْتَنِي، وَأَنَا عَبْدُكَ، وَأَنَا عَلَى عَهْدِكَ وَوَعْدِكَ مَا اسْتَطَعْتُ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا صَنَعْتُ، أَبُوءُ لَكَ بِنِعْمَتِكَ عَلَيَّ، وَأَبُوءُ بِذَنْبِي فَاغْفِرْ لِي فَإِنَّهُ لا يَـغْفِرُ الذُّنُوبَ إلَّا أَنْتَ».

อัลลอฮุมมะ อันตะร็อบบี ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ เคาะลักฺตะนี วะอะนะอับดุกะ วะอะนะอะลาอะฮฺดิกะ วะวะอฺดิกะมัสตะฏออฺตุ อะอูซุบิกะมินชัรริมา เศาะนะอฺตุ อะบูอุละกะ บินิอฺมะติกะอะลัยยะ วะอะบูอุบิซัมบี ฟัฆฺฟิรลี ฟะอินนะฮู ลายัฆฺฟิรุซซุนูบ อิลลาอันตะ

(โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือพระผู้อภิบาลของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างฉันและฉันคือบ่าวของพระองค์ ตัวฉันกับสัญญาแห่งผลตอบแทนที่ดีและสัญญาแห่งการลงโทษของพระองค์นั้น (ฉันทำได้) เท่าที่ฉันมีความสามารถเท่านั้น ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายที่ฉันได้กระทำไว้ ฉันขอกลับไปหาพระองค์ด้วยการยอมรับในความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อตัวฉัน และฉันขอกลับไปหาพระองค์ด้วยการยอมรับในความผิดบาปของฉัน ดังนั้น ขอได้โปรดประทานอภัยแก่ฉันด้วยเถิด เพราะแท้จริงไม่มีผู้ใดสามารถประทานอภัยในบาปต่างๆ ได้นอกจากพระองค์)[160]  

«اللهم إِنِّي أَصْبَحْتُ أُشْهِدُكَ وأُشْهِدُ حَمَلَةَ عَرْشِكَ وَمَلائِكَتَكَ وَجَمِيعَ خَلْقِكَ أَنَّكَ أَنْتَ الله لَا إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ وَحْدَكَ لاَ شَرِيكَ لَكَ وَأَنَّ مُحَمَّداً عَبْدُكَ وَرَسُولُكَ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัศบะหฺตุ อุชฮิดุกะวะอุชฮิดุ หะมะละตะอัรชิกะ วะมะลาอิกะตะกะ วะญะมีอะค็อลกิกะ อันนะกะอันตัลลอฮฺ ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ วะหฺดะกะ ลาชะรีกะละกะ วะอันนะมุหัมมะดัน อับดุกะวะเราะสูลุกฺ

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันได้เริ่มเช้าวันนี้ ขอให้พระองค์ทรงเป็นพยาน และขอให้บรรดามลาอิกะฮฺผู้ทรงแบกพระบัลลังค์ของพระองค์ บรรดามลาอิกะฮฺทั้งหลาย และทุกสิ่งที่พระองค์สร้างเป็นพยานว่า แท้จริงพระองค์คืออัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ และนบีมุหัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์)

และเมื่อถึงยามเย็นให้กล่าวว่า

«اللهم إِنِّي أَمْسَيْتُ أُشْهِدُكَ وأُشْهِدُ حَمَلَةَ عَرْشِكَ وَمَلائِكَتَكَ وَجَمِيعَ خَلْقِكَ أَنَّكَ أَنْتَ الله لَا إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ وَحْدَكَ لاَ شَرِيكَ لَكَ وَأَنَّ مُحَمَّداً عَبْدُكَ وَرَسُولُكَ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัมสัยตุ อุชฮิดุกะ วะอุชฮิดุ หะมะละตะอัรชิกะ วะมะลาอิกะตะกะ วะญะมีอะค็อลกิกะ อันนะกะอันตัลลอฮฺ ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ วะหฺดะกะ ลาชะรีกะละกะ วะอันนะมุหัมมะดัน อับดุกะวะเราะสูลุกะ 

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันได้ใช้ชีวิตยามเย็นแล้ว ขอให้พระองค์ทรงเป็นพยาน และขอให้บรรดามลาอิกะฮฺผู้ทรงแบกพระบัลลังค์ของพระองค์ บรรดามลาอิกะฮฺทั้งหลาย และทุกสิ่งที่พระองค์สร้างเป็นพยานว่า แท้จริงพระองค์คืออัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ และนบีมุหัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์) ให้อ่านสี่ครั้ง[161]  

«اللهُمَّ مَا أَصْبَحَ بِيْ مِنْ نِعْمَةٍ أَوْ بِأَحَدٍ مِنْ خَلْقِكَ فَمِنْكَ وَحْدَكَ لاَ شَرِيكَ لَكَ فَلَكَ الْحَمْدُ وَلَكَ الشُّكْرُ».

อัลลอฮุมมะ มาอัศบะหะบี มินนิอฺมะติน เอาบิอะหะดิน มินค็อลกิกะ ฟะมินกะวะหฺดะกะ ลาชะรีกะละกะ ฟะละกัลหัมดุ วะละกัชชุกรฺ

(โอ้อัลลอฮฺ ไม่มีความโปรดปรานใดๆ ในเช้าวันนี้ที่ได้ปรากฏกับฉัน หรือกับสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างให้ เว้นแต่เป็นความโปรดปรานที่มาจากพระองค์เท่านั้น ไม่มีภาคีใดๆกับพระองค์ ดังนั้นการสรรเสริญทั้งหลาย และการขอบพระคุณเป็นสิทธิของพระองค์)

และเมื่อถึงเวลาเย็นให้กล่าวว่า

«اللهم مَا أَمْسَى بِيْ مِنْ نِعْمَةٍ أَوْ بِأَحَدٍ مِنْ خَلْقِكَ فَمِنْكَ وَحْدَكَ لاَ شَرِيكَ لَكَ فَلَكَ الْحَمْدُ وَلَكَ الشُّكْرُ».

อัลลอฮุมมะ มาอัมสาบี มินนิอฺมะติน เอาบิอะหะดิน มินค็อลกิกะ ฟะมินกะวะหฺดะกะ ลาชะรีกะละกะ ฟะละกัลหัมดุ วะละกัชชุกรุ

(โอ้อัลลอฮฺ ไม่มีความโปรดปรานใดๆ ในเย็นวันนี้ที่ได้ปรากฏกับฉัน  หรือกับสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างให้ เว้นแต่เป็นความโปรดปรานที่มาจากพระองค์เท่านั้น ไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ ดังนั้นการสรรเสริญทั้งหลาย และการขอบพระคุณเป็นสิทธิของพระองค์) [162]

«اللهم عَافِنِي فِي بَدَنِي اللهم عَافِنِي فِي سَمْعِي اللهم عَافِنِي فِي بَصَرِي لاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ اللهم إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْكُفْرِ وَالفَقْرِ وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ القَبْرِ لاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ».

อัลลอฮุมมะ อาฟินีฟีบะดะนี อัลลอฮุมมะ อาฟินีฟีสัมอี อัลลอฮุมมะ อาฟินีฟีบะเศาะรี ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ อัลลอฮุมมะ อินนีอะอูซุบิกะ มินัลกุฟริวัลฟักฺริ วะอะอูซุบิกะ มินอะซาบิลก็อบริ ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ

(โอ้อัลลอฮฺ ขอได้โปรดประทานพลานามัยที่ดีแก่เรือนร่างของฉัน โอ้อัลลอฮฺ ขอได้โปรดประทานพลานามัยที่ดีแก่การฟังของฉัน โอ้อัลลอฮฺ ขอได้โปรดประทานพลานามัยที่ดีแก่การมองเห็นของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากการฝ่าฝืนและความยากจน และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากจากการลงโทษในหลุมศพ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์) ให้อ่านสามครั้ง[163]

«حَسْبِيَ اللهُ لاَ إِلَهَ إِلاَّ هُوَ عَلَيهِ تَوَكَّلتُ وَهُوَ رَبُّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ».

หัสบิยัลลอฮุ ลาอิลาฮะอิลลาฮู อะลัยฮิตะวักกัลตุ วะฮุวะร็อบบุลอัรชิลอะซีม  

(อัลลอฮฺทรงพอเพียงแล้วสำหรับฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ แด่เพียงพระองค์เท่านั้นที่ฉันได้มอบหมายและพึ่งพา และพระองค์คือองค์อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่) ให้อ่านเจ็ดครั้ง[164]

«اللَّهُـمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ الْعَفْوَ وَالعَافِيَةَ فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ، اللَّهُـمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ العَفْوَ وَالعَافِيَةَ فِيْ دِيْنِيْ وَدُنْيَايَ وَأَهْلِي وَمَالِي، اللَّهُـمَّ اسْتُرْ عَوْرَاتِي، وَ آمِنْ رَوْعَاتِي، اللَّهُـمَّ احْفَظْنِي مِنْ بَيْنِ يَدَيَّ وَمِنْ خَلْفِي، وَعَنْ يَـمِينِي، وَعَنْ شِمَالِي، وَمِنْ فَوقِي، وَأَعُوذُ بِعَظَمَتِكَ أَنْ أُغْتَالَ مِنْ تَـحْتِي».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกัลอัฟวะ วัลอาฟิยะตะ ฟิดดุนยาวัลอาคิเราะฮฺ อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกัลอัฟวะ วัลอาฟิยะตะ ฟีดีนีวะดุนยายะ วะอะฮฺลีวะมาลี อัลลอฮุมมัสตุรเอารอตี วะอามินเราอาตี อัลลอฮุมมะหฺฟัซนี มินบัยนิยะดัยยะ วะมินค็อลฟี วะอัยยะมีนี วะอันชิมาลี วะมินเฟากี วะอะอูซุบิอะเซาะมะติกะ อันอุฆตาละมินตะหฺตี

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ได้โปรดประทานอภัยและความปลอดภัย (แก่ฉัน)  ทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ  โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์โปรดประทานอภัยและความปลอดภัยในศาสนาของฉัน โลกดุนยาของฉัน ครอบครัวของฉัน และทรัพย์สินของฉัน โอ้อัลลอฮฺ ขอได้โปรดปกปิดเอาเราะฮฺของฉัน[165] และขอได้โปรดประทานความสงบเยือกเย็นในใจของฉัน โอ้อัลลอฮฺ ขอได้โปรดคุ้มครองฉันจาก (ความชั่วร้ายที่อยู่) เบื้องหน้าของฉัน เบื้องหลังของฉัน เบื้องขวาของฉัน เบื้องซ้ายของฉัน และเบื้องบนของฉัน และฉันขอความคุ้มครองด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์จากการถูกจู่โจมจากเบื้องล่างของฉัน) [166] [167]

«اللَّهُـمَّ عَالِـمَ الغَيبِ وَالشَّهَادَةِ، فَاطِرَ السَّمَوَات ِوَالأَرْضِ، رَبَّ كُلِّ شَيْءٍ وَمَلِيْكَهُ، أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ نَفْسِي، وَمِنْ شَرِّ الشَّيْطَانِ وَشِرْكِهِ، وَأَنْ أقْتَرِفَ عَلَى نَفْسِي سُوءاً أَوْ أَجُرَّهُ إلَى مُسْلِـمٍ ».

อัลลอฮุมมะ อาลิมัลฆ็อยบิ วัชชะฮาดะฮฺ ฟาฏิร็อสสะมาวาติวัลอัรฎฺ ร็อบบะกุลลิชัยอิน วะมะลีกะฮฺ อัชฮะดุอันลาอิลาฮะ อิลลาอันตะ อะอูซุบิกะมินชัรรินัฟสี วะมินชัรริชชัยฏอนิวะชิรกิฮฺ วะอันอักตะริฟะ อะลานัฟสี สูอันเอาอะญุรเราะฮู อิลามุสลิม 

(โอ้อัลลอฮฺ ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่ซ่อนเร้นและเปิดเผย ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน โอ้พระผู้อภิบาลและครอบครองแห่งสรรพสิ่งทั้งมวล ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของตัวฉันเอง และจากความชั่วร้ายของชัยฏอนและสมุนของมัน และฉันขอความคุ้มครองจากความชั่วที่ฉันกระทำต่อตัวเอง หรือนำไปกระทำต่อมุสลิมคนอื่น) [168]

«بِاسْمِ اللهِ الَّذِي لا يَضُرُّ مَعَ اسْمِهِ شَيْءٌ فِي الأَرْضِ وَلا فِي السَّمَاءِ وَهُوَ السَّمِيعُ العَلِيمُ».

บิสมิลลาฮิลละซี ลายะฎุรรุ มะอัสมิฮีชัยอุน ฟิลอัรฎิวะลาฟิสสะมาอ์ วะฮุวัสสะมีอุลอะลีม

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งไม่มีสิ่งใดๆ บนพื้นแผ่นดินและชั้นฟ้าสามารถให้โทษพร้อมกับพระนามของพระองค์ได้ และพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินทรงรอบรู้ยิ่ง) ให้อ่านสามครั้ง[169]

«رَضِيتُ بِالله رَبّاً، وَبِالإسْلامِ دِيناً، وَبِمُـحَـمَّدٍ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ نَبِيّاً».

เราะฎีตุบิลลาฮิร็อบบัน วะบิลอิสลามิดีนัน วะบิมุหัมมะดิน ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นะบียา

(ฉันพอใจที่อัลลอฮฺเป็นพระผู้อภิบาล และพอใจที่อิสลามเป็นศาสนา และพอใจที่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นนบี) ให้อ่านสามครั้ง[170]

«يَا حَيُّ يَا قَيُّومُ بِرَحْمَتِكَ أَسْتَغِيْثُ أَصْلِحْ لِي شَأْنِيَ كُلَّهُ وَلاَ تَكِلْنِي إِلَى نَفْسِي طَرْفَةَ عَيْنٍ».

ยาหัยยุยาก็อยยูม บิเราะหฺมะติกะอัสตะฆีษุ อัศลิหฺลีชะอ์นีกุลละฮู วะลาตะกิลนีอิลานัฟสี ฏ็อรฟะตะอัยน์ 

(โอ้ผู้ทรงชีวิน ผู้ทรงดำรง (การบริหารจัดการทุกๆ สรรพสิ่ง) ด้วยพระองค์เท่านั้นที่ฉันวิงวอนขอความช่วยเหลือ ดังนั้นขอพระองค์โปรดปรับปรุงกิจการต่างๆ ของฉันให้ดีด้วยเถิด และโปรดอย่าได้ทอดทิ้งหรือปล่อยวางให้เป็นภาระแก่ตัวฉันเพียงลำพัง (โดยไม่ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากพระองค์) แม้เพียงกระพริบตาเดียว) [171]

«أَصْبَحْنَا وَأَصْبَحَ الْمُلْكُ لِلهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَ هَذَا الْيَوْمِ فَتْحَهُ، وَنَصْرَهُ، وَنُورَهُ، وَبَرَكَتَهُ، وَهُدَاهُ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا فِيهِ وَشَرِّ مَا بَعْدَهُ».

อัศบะหฺนา วะอัศบะหัลมุลกุ ลิลลาฮิร็อบบิลอาละมีน อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ ค็อยเราะฮาซัลเยาม์ ฟัตหะฮู วะนัศเราะฮู วะนูเราะฮู วะบะเราะกะตะฮู วะฮุดาฮู วะอะอูซุบิกะ มินชัรริมาฟีฮิ วะชัรริมาบะอฺดะฮฺ 

(พวกเราได้มีชีวิตอยู่ในเช้านี้ โดยที่อำนาจการปกครองเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ซึ่งการเปิดทาง ชัยชนะและความช่วยเหลือ รัศมี สิริมงคล และทางนำของวันนี้ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายในวันนี้และหลังจากนั้น)

และเมื่อถึงเวลาเย็นให้กล่าวว่า

«أَمْسَيْنَا وَأَمْسَى الْمُلْكُ لِلهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَ هَذَهِ الْلَّيْلَةِ فَتْحَهَا، وَنَصْرَهَا، وَنُورَهَا، وَبَرَكَتَهَا، وَهُدَاهَا، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا فِيهَا وَشَرِّ مَا بَعْدَهَا».

อัมสัยนา วะอัมสัลมุลกุ ลิลลาฮิร็อบบิลอาละมีน อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ ค็อยเราะฮาซิฮิลลัยละฮฺ ฟัตหะฮา วะนัศเราะฮา วะนูเราะฮา วะบะเราะกะตะฮา วะฮุดาฮา วะอะอูซุบิกะ มินชัรริมาฟีฮา วะชัรริมาบะอฺดะฮา 

(พวกเราได้มีชีวิตอยู่ในเย็นนี้ โดยที่อำนาจการปกครองเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ซึ่งการเปิดทาง ชัยชนะและความช่วยเหลือ รัศมี สิริมงคล และทางนำของค่ำคืนนี้ และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายในค่ำคืนนี้และหลังจากนั้น) [172]

«أَصْبَحْنَا عَلَى فِطْرَةِ الْإِسْلاَمِ وَعَلَى كَلِمَةِ الْإِخْلاَصِ، وَعَلَى دِينِ نَبِيِّنَا مُحَمَّدٍ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَعَلَى مِلَّةِ أَبِينَا إِبْرَاهِيمَ، حَنِيفاً مُسْلِماً وَمَا كَانَ مِنَ الْمُشرِكِينَ».

อัศบะหฺนา อะลาฟิฏเราะติลอิสลาม วะอะลากะลิมะติลอิคลาศ วะอะลาดีนินะบียินามุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม วะอะลามิลละติอะบีนาอิบรอฮีม หะนีฟัมมุสลิมัน วะมากานะมินัลมุชริกีน

(เรามีชีวิตอยู่ในเช้านี้ด้วยฟิฎเราะฮฺ (ความบริสุทธิ์อันเป็นกมลสันดาน) แห่งอิสลาม และบนถ้อยคำที่บริสุทธิ์ (คำปฏิญาณตน ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ มุหัมมัด เราะสูลุลลอฮฺ) และบนศาสนาของนบีของพวกเรา มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบนศาสนาของบิดาของพวกเรา นบีอิบรอฮีม ผู้ที่ยึดมั่นอยู่บนแนวทางที่เที่ยงตรงและยอมจำนนเสมอ และเขาไม่ใช่คนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี)

และเมื่อถึงเวลาเย็นให้กล่าวว่า

«أَمْسَيْنَا عَلَى فِطْرَةِ الْإِسْلاَمِ وَعَلَى كَلِمَةِ الْإِخْلاَصِ، وَعَلَى دِينِ نَبِيِّنَا مُحَمَّدٍ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَعَلَى مِلَّةِ أَبِينَا إِبْرَاهِيمَ، حَنِيفاً مُسْلِماً وَمَا كَانَ مِنَ الْمُشرِكِينَ».

อัมสัยนา อะลาฟิฏเราะติลอิสลาม วะอะลากะลิมะติลอิคลาศ วะอะลาดีนินะบียินามุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม วะอะลามิลละติอะบีนาอิบรอฮีม หะนีฟัมมุสลิมัน วะมากานะมินัลมุชริกีน

(เรามีชีวิตอยู่ในเย็นนี้ด้วยฟิฎเราะฮฺ (ความบริสุทธิ์อันเป็นกมลสันดาน) แห่งอิสลาม และบนถ้อยคำที่บริสุทธิ์ (คำปฏิญาณตน ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ มุหัมมัด เราะสูลุลลอฮฺ) และบนศาสนาของนบีของพวกเรา มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบนศาสนาของบิดาของพวกเรา นบีอิบรอฮีม ผู้ที่ยึดมั่นอยู่บนแนวทางที่เที่ยงตรงและยอมจำนนเสมอ และเขาไม่ใช่คนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี) [173]

«سُبْحَانَ اللهِ وَبِحَمْدِهِ».

สุบหานัลลอฮฺ วะบิหัมดิฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ และด้วยการสรรเสริญสดุดีต่อพระองค์) ให้อ่านหนึ่งร้อยครั้ง[174] 

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ، وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์ทรงอำนาจเหนือสรรพสิ่งทั้งมวล)

ให้อ่านสิบครั้ง หรือถ้าไม่ขยันก็ให้อ่านหนึ่งครั้ง [175]

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ، وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดสำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ และพระองค์ทรงอำนาจเหนือสรรพสิ่งทั้งมวล)  [176]

«سُبْحَانَ اللهِ وَبِحَمْدِهِ عَدَدَ خَلْقِهِ، وَرِضَا نَفْسِهِ، وَزِنَةَ عَرْشِهِ، وَمِدَادَ كَلِمَاتِهِ».

สุบหานัลลอฮฺ วะบิหัมดิฮฺ อะดะดะค็อลกิฮฺ วะริฎอนัฟสิฮฺ วะซินะตะอัรชิฮฺ วะมิดาดะกะลิมาติฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งอัลลอฮฺ และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ มากเท่าสิ่งถูกสร้างของพระองค์ และเท่าที่ตัวพระองค์โปรดปราน และเท่ากับน้ำหนักของบัลลังก์แห่งพระองค์ และเท่ากับน้ำหมึกแห่งถ้อยคำของพระองค์) ให้อ่านสามครั้งในช่วงเช้า[177]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ عِلْماً نَافِعاً، وَرِزْقاً طَيِّباً، وَعَمَلاً مُتَقَبَّلاً».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ อิลมันนาฟิอัน วะริซก็อนฏ็อยยิบัน วะอะมะลัมมุตะก็อบบะลา

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความรู้ที่ยังประโยชน์ ริซกี (ปัจจัยยังชีพ) ที่ดี และการงานที่ถูกตอบรับ) ให้อ่านในช่วงเช้า[178]

«أَسْتَغْفِرُ اللهَ وَأَتُوبُ إِلَيْهِ».

อัสตัฆฺฟิรุลลอฮฺ วะอะตูบุอิลัยฮฺ

(ฉันขออภัยต่ออัลลอฮฺ และขอกลับเนื้อกลับตัวสู่พระองค์)  ให้อ่านหนึ่งร้อยครั้งในแต่ละวัน[179] 

«أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللهِ التَّامَّاتِ مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ».

อะอูซุบิกะลิมาติลลาฮฺ อัตตามมาติ มินชัรริมาเคาะลักฺ

(ฉันขอความคุ้มครองด้วยพระพจนารถแห่งอัลลอฮฺที่สมบูรณ์ยิ่ง (ให้ปลอดภัย)  จากความชั่วร้ายของสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงสร้าง) ให้อ่านสามครั้งในช่วงเย็น [180]

«اللهم صَلِّ وَسَلِّمْ عَلَى نَبَيِّنَا مُحَمَّدٍ».

อัลลอฮุมมะ ศ็อลลิวะสัลลิม อะลานะบียินามุหัมมัด

(โอ้อัลลอฮฺ ขอการสดุดีและความสันติสุขปลอดภัยจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัดของเรา) ให้อ่านสิบครั้ง[181]

 028 บทซิกิรเมื่อเข้านอน

            ท่านนบีจะรวบสองฝ่ามือของท่านเข้าด้วยกัน จากนั้นท่านจะเป่าลมลงในฝ่ามือทั้งสอง แล้วก็อ่าน 

﴿ قُلۡ هُوَ ٱللَّهُ أَحَدٌ ١ ٱللَّهُ ٱلصَّمَدُ ٢ لَمۡ يَلِدۡ وَلَمۡ يُولَدۡ ٣ وَلَمۡ يَكُن لَّهُۥ كُفُوًا أَحَدُۢ ٤  ﴾ [الاخلاص: ١،  ٥] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่ง พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์” [182]

﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلۡفَلَقِ ١ مِن شَرِّ مَا خَلَقَ ٢ وَمِن شَرِّ غَاسِقٍ إِذَا وَقَبَ ٣ وَمِن شَرِّ ٱلنَّفَّٰثَٰتِ فِي ٱلۡعُقَدِ ٤ وَمِن شَرِّ حَاسِدٍ إِذَا حَسَدَ ٥  ﴾ [الفلق: ١،  ٦] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น และจากความชั่วร้ายแห่งความมืดของเวลากลางคืนเมื่อมันแผ่คลุม และจากความชั่วร้ายของบรรดาผู้เสกเป่าในปมเงื่อน และจากความชั่วร้ายของผู้อิจฉาเมื่อเขาอิจฉา” [183]

﴿ قُلۡ أَعُوذُ بِرَبِّ ٱلنَّاسِ ١ مَلِكِ ٱلنَّاسِ ٢ إِلَٰهِ ٱلنَّاسِ ٣ مِن شَرِّ ٱلۡوَسۡوَاسِ ٱلۡخَنَّاسِ ٤ ٱلَّذِي يُوَسۡوِسُ فِي صُدُورِ ٱلنَّاسِ ٥ مِنَ ٱلۡجِنَّةِ وَٱلنَّاسِ ٦     ﴾ [الناس: ١،  ٠] 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมุหัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระผู้อภิบาลแห่งมนุษยชาติ พระราชาแห่งมนุษยชาติ พระผู้เป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์จากหมู่ญินและมนุษย์” [184]

เสร็จแล้วท่านก็จะเอามือทั้งสองลูบตามตัวเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยท่านจะใช้มือทั้งสองเริ่มลูบจากศีรษะ ใบหน้า และด้านหน้าของลำตัวก่อน ซึ่งท่านจะทำอย่างนั้นเป็นจำนวนสามครั้งด้วยกัน[185]

﴿ ٱللَّهُ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡحَيُّ ٱلۡقَيُّومُۚ لَا تَأۡخُذُهُۥ سِنَةٞ وَلَا نَوۡمٞۚ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ مَن ذَا ٱلَّذِي يَشۡفَعُ عِندَهُۥٓ إِلَّا بِإِذۡنِهِۦۚ يَعۡلَمُ مَا بَيۡنَ أَيۡدِيهِمۡ وَمَا خَلۡفَهُمۡۖ وَلَا يُحِيطُونَ بِشَيۡءٖ مِّنۡ عِلۡمِهِۦٓ إِلَّا بِمَا شَآءَۚ وَسِعَ كُرۡسِيُّهُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَۖ وَلَا يَ‍ُٔودُهُۥ حِفۡظُهُمَاۚ وَهُوَ ٱلۡعَلِيُّ ٱلۡعَظِيمُ ٢٥٥ ﴾ [البقرة: ٢٥٥] 

ความว่า “อัลลอฮฺนั้นคือไม่มีผู้ที่ถูกเคารพสักการะใดๆ ที่เที่ยงแท้ นอกจากพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงชีวิต[186] ผู้ทรงบริหารกิจการทั้งหลาย[187] โดยที่การง่วงนอน และการนอนหลับใดๆ จะไม่เอาพระองค์[188] สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นของพระองค์ ใครเล่าคือผู้ที่จะขอความช่วยเหลือให้แก่ผู้อื่น ณ ที่พระองค์ได้ นอกจากด้วยอนุมัติของพระองค์เท่านั้น[189] พระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขา[190] และพวกเขาจะไม่ล้อมสิ่งใด[191] จากความรู้ของพระองค์ไว้ได้นอกจากสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์เท่านั้น[192] เก้าอี้พระองค์นั้นกว้างขวางทั่วชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน[193] และการรักษามันทั้งสองก็ไม่เป็นภาระแก่พระองค์ และพระองค์นั้นคือผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่”  [194] [195]

﴿ ءَامَنَ ٱلرَّسُولُ بِمَآ أُنزِلَ إِلَيۡهِ مِن رَّبِّهِۦ وَٱلۡمُؤۡمِنُونَۚ كُلٌّ ءَامَنَ بِٱللَّهِ وَمَلَٰٓئِكَتِهِۦ وَكُتُبِهِۦ وَرُسُلِهِۦ لَا نُفَرِّقُ بَيۡنَ أَحَدٖ مِّن رُّسُلِهِۦۚ وَقَالُواْ سَمِعۡنَا وَأَطَعۡنَاۖ غُفۡرَانَكَ رَبَّنَا وَإِلَيۡكَ ٱلۡمَصِيرُ ٢٨٥ لَا يُكَلِّفُ ٱللَّهُ نَفۡسًا إِلَّا وُسۡعَهَاۚ لَهَا مَا كَسَبَتۡ وَعَلَيۡهَا مَا ٱكۡتَسَبَتۡۗ رَبَّنَا لَا تُؤَاخِذۡنَآ إِن نَّسِينَآ أَوۡ أَخۡطَأۡنَاۚ رَبَّنَا وَلَا تَحۡمِلۡ عَلَيۡنَآ إِصۡرٗا كَمَا حَمَلۡتَهُۥ عَلَى ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِنَاۚ رَبَّنَا وَلَا تُحَمِّلۡنَا مَا لَا طَاقَةَ لَنَا بِهِۦۖ وَٱعۡفُ عَنَّا وَٱغۡفِرۡ لَنَا وَٱرۡحَمۡنَآۚ أَنتَ مَوۡلَىٰنَا فَٱنصُرۡنَا عَلَى ٱلۡقَوۡمِ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٢٨٦  ﴾ [البقرة: ٢٨٥،  ٢٨٦] 

ความว่า “ศาสนทูตนั้น ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เขาจากพระเจ้าของเขา และบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายก็ศรัทธาด้วย ทุกคนศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และมะลาอิกะฮฺของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาศาสนทูตของพระองค์ (พวกเขากล่าวว่า) เราจะไม่แยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดาศาสนทูตของพระองค์ และพวกเขากล่าวว่า เราได้ยินแล้ว และได้ปฏิบัติตามแล้ว การอภัยโทษจากพระองค์เท่านั้นที่พวกเราปรารถนา โอ้พระเจ้าของพวกเรา และยังพระองค์นั้นคือการกลับไป, อัลลอฮฺจะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น ชีวิตนั้นจะได้รับการตอบแทนดีในสิ่งที่เขาได้แสวงหาไว้ และชีวิตนั้นจะได้รับการลงโทษในสิ่งที่ชั่วที่เขาได้แสวงหาไว้ โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าเอาโทษแก่เราเลย หากพวกเราลืมหรือผิดพลาดไป โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าได้บรรทุกภาระหนักใดๆแก่พวกเรา เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบรรทุกมันแก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเรามาแล้ว โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าให้พวกเราแบกสิ่งที่ไม่มีกำลังใดๆแก่พวกเราที่จะแบกมันได้ และโปรดได้ทรงอภัยแก่พวกเราและยกโทษให้แก่พวกเรา และเมตตาแก่พวกเราด้วยเถิด พระองค์นั้นคือ ผู้ปกครองของพวกเรา ดังนั้นได้โปรดทรงช่วยเหลือพวกเราให้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาด้วยเถิด” [196]  [197]

«بِاسْمِكَ رَبِّ وَضَعْتُ جَنْبِى، وَبِكَ أَرْفَعُهُ، إِنْ أَمْسَكْتَ نَفْسِى فَارْحَمْهَا، وَإِنْ أَرْسَلْتَهَا فَاحْفَظْهَا بِمَا تَحْفَظُ بِهِ عِبَادَكَ الصَّالِحِينَ».

บิสมิกะร็อบบิ วะฎออฺตุญัมบี วะบิกะอัรฟะอุฮฺ อินอัมสักตะนัฟสี ฟัรหัมฮา วะอินอัรสัลตะฮา ฟะหฺฟัซฮา บิมาตะหฺฟะซุบิฮี อิบาดะกัศศอลิฮีน

(ด้วยนามของพระองค์ โอ้พระเจ้าของฉัน ฉันขอวางสีข้างลงนอน[198] และด้วยพระองค์ฉันยกมันขึ้น หากพระองค์ได้ยึดดวงวิญญาณฉันไว้ (ให้ฉันตาย) ก็ขอโปรดทรงเมตตาต่อมัน และหากพระองค์ปล่อยมันไป (ให้ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง) ก็ขอโปรดทรงคุ้มครองมันอย่างที่พระองค์ทรงคุ้มครองปวงบ่าวที่ดีทั้งหลาย) [199]

« اللَّهُمَّ إِنَّكَ خَلَقْتَ نَفْسِي وَأَنْتَ تَوَفَّاهَا ، لَكَ مَـمَاتُـهَا وَمَـحْيَاهَا، إنْ أَحْيَيْتَـهَا فَاحْفَظْـهَـا، وَإنْ أَمَتَّـهَا فَاغْفِـرْ لَـهَـا، اللَّهُـمَّ إنِّـي أَسْأَلُــكَ العَافِيَــةَ» 

อัลลอฮุมมะ อินนะกะ เคาะลักตะนัฟสี วะอันตะ ตะวัฟฟาฮา ละกะมะมาตุฮา วะมะหฺยาฮา อินอะหฺยัยตะฮา ฟะหฺฟัซฮา วะอินอะมัตตะฮา ฟัฆฺฟิรละฮา อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกัลอาฟยะฮฺ

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงพระองค์ได้ทรงสร้างชีวิตของฉันและพระองค์จะทำให้มันตาย การตายและการเป็นของมันเป็นอำนาจของพระองค์เท่านั้น หากพระองค์ให้มันฟื้นก็ขอพระองค์ทรงปกป้องคุ้มครองมัน และหากพระองค์ให้มันตายก็ขอพระองค์ประทานอภัยโทษต่อมัน โอ้อัลลอฮฺ ฉันใคร่ขอความปลอดภัยจากพระองค์) [200]

«اللَّهُمَّ قِنِي عَذَابَكَ يَوْمَ تَبْعَثُ عِبَادَكَ»

อัลลอฮุมมะกินี อะซาบะกะ เยามะตับอะษุ อิบาดะกะ

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดปกป้องฉันจากโทษทัณฑ์ของพระองค์ในวันที่พระองค์ทรงฟื้นชีพปวงบ่าวของพระองค์) [201]

« بِاسْمِكَ اللَّهُمَّ أَمُوتُ وَأَحْيَا».

บิสมิกัลลอฮุมมะ อะมูตุ วะอะหฺยา

(ด้วยพระนามของพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ฉันตายและฉันฟื้น) [202]  

«سُبْحَانَ الله».  

สุบหานัลลอฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ) 33 ครั้ง

«وَالْحَمْدُ لِله».

อัลหัมดุลิลลาฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ) 33 ครั้ง

«وَاللهُ أَكْبَر».  

อัลลอฮฺอักบัร (อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด) 34 ครั้ง[203]

«اللَّهُـمَّ رَبَّ السَّمَوَاتِ السَّبْعِ ، وَرَبَّ الأَرْضِ، وَرَبَّ العَرْشِ العَظِيمِ، رَبَّنَا وَرَبَّ كُلِّ شَيْءٍ، فَالِقَ الحَبِّ وَالنَّوَى، وَمُنْزِلَ التَّورَاةِ وَالإنْجِيلِ وَالفُرْقَانِ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ كُلِّ شَيْءٍ أَنْتَ آخِذٌ بِنَاصِيَتِـهِ. اللَّهُـمَّ أَنْتَ الأَوَّلُ فَلَيْسَ قَبْلَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الآخِرُ فَلَيْسَ بَـعْدَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ الظَّاهِرُ فَلَيْسَ فَوقَكَ شَيْءٌ، وَأَنْتَ البَاطِنُ فَلَيْسَ دُونَـكَ شَيْءٌ، اقْـضِ عَنَّا الدَّيْنَ، وَأَغْنِنَا مِنَ الفَقْرِ»

อัลลอฮุมมะ ร็อบบัสสะมาวาติสสับอฺ วะร็อบบัลอัรฎฺ วะร็อบบัลอัรชิลอะซีม ร็อบบะนา วะร็อบบะกุลลิชัยอ์ ฟาลิก็อลหับบิวันนะวา วะมุนซิลัตเตารอติ วัลอินญีลิวัลฟุรกอน อะอูซุบิกะ มินชัรริกุลลิชัยอ์ อันตะอาคิซุน บินาศิยะติฮฺ อัลลอฮุมมะ อันตัลเอาวัล ฟะลัยสะก็อบละกะชัยอ์ วะอันตัลอาคิรฺ ฟะลัยสะบะอฺดะกะชัยอ์ วะอันตัซซอฮิรฺ ฟะลัยสะเฟาเกาะกะชัยอ์ วะอันตัลบาฏิน ฟะลัยสะดูนะกะชัยอ์ อิกฎิอันนัดดัยน์ วะอัฆฺนินามินัลฟักรฺ

(โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งฟากฟ้าทั้งเจ็ด พระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดิน และพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ โอ้พระผู้อภิบาลของเราและพระผู้อภิบาลของทุกสรรพสิ่ง ผู้ทรงให้เมล็ดพืชและอินทผลัมปริออก ผู้ทรงประทานคัมภีร์เตารอต อินญีล และอัลฟุรกอน (อัลกุรอาน) เราขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของทุกๆ สิ่งที่พระองค์ทรงสามารถยึดชีวิตมันได้ โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือผู้แรกซึ่งไม่มีสิ่งใดๆ ก่อนหน้าพระองค์ พระองค์คือผู้สุดท้ายซึ่งไม่มีสิ่งใดหลังจากพระองค์ พระองค์คือผู้โดดเด่นซึ่งไม่มีสิ่งใดเหนือกว่าพระองค์ และพระองค์คือผู้ซ่อนเร้นซึ่งไม่มีสิ่งใดนอกเหนือจากพระองค์ ขอโปรดทรงชำระหนี้ให้เราและให้เรารอดพ้นจากความยากไร้) [204]

«الْـحَمْدُ لِلهِ الَّذِي أَطْعَمَنَا وَسَقَانَا وَكَفَانَا وَآوَانَا، فَكَمْ مِمَّنْ لاَ كَافِيَ لَهُ وَلاَ مُؤْوِيَ»

อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี อัฏอะมะนา วะสะกอนา วะกะฟานา  วะอาวานา ฟะกัมมิมมัน ลากาฟิยะละฮู วะลามุอ์วิยะ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงให้อาหาร ให้เครื่องดื่ม ให้ความพอเพียง และให้การคุ้มครองแก่เรา ซึ่งยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีผู้ให้หลักประกันและให้การคุ้มครองต่อเขา) [205]

«اللَّهُـمَّ عَالِـمَ الغَيبِ وَالشَّهَادَةِ، فَاطِرَ السَّمَوَات ِوَالأَرْضِ، رَبَّ كُلِّ شَيْءٍ وَمَلِيْكَهُ، أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ نَفْسِي، وَمِنْ شَرِّ الشَّيْطَانِ وَشِرْكِهِ، وَأَنْ أقْتَرِفَ عَلَى نَفْسِي سُوءاً أَوْ أَجُرَّهُ إلَى مُسْلِـمٍ ».

อัลลอฮุมมะ อาลิมัลฆ็อยบิ วัชชะฮาดะฮฺ ฟาฏิร็อสสะมาวาติวัลอัรฎฺ ร็อบบะกุลลิชัยอิววะมะลีกะฮฺ อัชฮะดุอันลาอิลาฮะ อิลลาอันตะ อะอูซุบิกะมินชัรรินัฟสี วะมินชัรริชชัยฏอนิวะชิรกิฮฺ วะอันอักตะริฟะ อะลานัฟสี สูอันเอาอะญุรเราะฮู อิลามุสลิม 

(โอ้อัลลอฮฺ ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่ซ่อนเร้นและเปิดเผย ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน โอ้พระผู้อภิบาลและครอบครองแห่งสรรพสิ่งทั้งมวล ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของตัวฉันเอง และจากความชั่วร้ายของชัยฏอนและสมุนของมัน และฉันขอความคุ้มครองจากความชั่วที่ฉันกระทำต่อตัวเอง หรือนำไปกระทำต่อมุสลิมคนอื่น) [206]

แล้วให้อ่านอลิฟลามมีม ตันซีล[207] และตะบาเราะกัลละซี บิยะดิฮิลมุลกฺ[208] 

«اللهم أَسْلَمْتُ نَفْسِي إِلَيْكَ ، وَوَجَّهْتُ وَجْهِي إِلَيْكَ ، وَفَوَّضْتُ أَمْرِي إلَيكَ، وَأَلْـجَأْتُ ظَهْرِي إلَيكَ، رَغْبَةً وَرَهْبَةً إلَيكَ، لَا مَلْـجَأَ وَلَا مَنْجَا مِنْكَ إلَّا إلَيكَ، آمَنْتُ بِكِتَابِكَ الَّذِي أَنْزَلْتَ، وَبِنَبِيِّكَ الَّذِي أَرْسَلْتَ».

อัลลอฮุมมะ อัสลัมตุนัฟสีอิลัยกะ วะวัจญะฮฺตุวัจญฺฮีอิลัยกะ วะเฟาวัฎฺตุอัมรีอิลัยกะ วะอัลญะอ์ตุเซาะฮฺรีอิลัยกะ ร็อฆฺบะตัน วะร็อฮฺบะตันอิลัยกะ ลามัลญะอะ วะลามันญามินกะ อิลลาอิลัยกะ อามันตุบิกิตาบิกะ อัลละซีอันซัลตะ วะบินะบียิกะ อัลละซีอัรสัลตะ

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันได้นอบน้อมต่อพระองค์แล้ว และฉันผินหน้าของฉันสู่พระองค์แล้ว ฉันได้มอบหมายการงานทุกสิ่งให้กับพระองค์แล้ว และฉันได้ฝากเนื้อฝากตัวให้กับพระองค์แล้ว ด้วยความรักและความยำเกรงที่มีต่อพระองค์ ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่ปลอดภัยจากพระองค์นอกจากด้วยการเข้าหาพระองค์ ฉันศรัทธาแล้วต่อคัมภีร์ที่พระองค์ได้ทรงประทานลงมา และต่อนบีที่พระองค์ได้ทรงส่งมา) [209]

 029 บทดุอาอ์เมื่อพลิกตัวไปมาในยามค่ำคืน

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ الْوَاحِدُ الْقَهّارُ، رَبُّ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضِ وَمَا بَيْنَهُمَا الْعَزيزُ الْغَفَّارُ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ อัลวาหิดุลก็อฮฺฮาร ร็อบบุสสะมาวาติวัลอัรฎฺ วะมาบัยนะฮุมา อัลอะซีซุลฆ็อฟฟารฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงหนึ่งเดียวผู้ทรงยิ่งแห่งความสามารถ (พลานุภาพ) พระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงอภัยอย่างมากหลาย) [210]

 030 บทดุอาอ์เมื่อรู้สึกหวาดผวาในขณะนอนและผู้ที่ต้องอยู่เพียงลำพัง

«أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللهِ التَّامَّةِ مِنْ غَضَبِهِ وَعِقَابِهِ وَشَرِّ عِبَادِهِ وَمِنْ هَمَزَاتِ الشَّيَاطِينِ وَأَنْ يَحْضُرُونِ».

อะอูซุบิกะลิมาติลลาฮฺ อัตตามมะติ มินเฆาะเฎาะบิฮิ วะอิกอบิฮิ วะชัรริอิบาดิฮิ วะมินฮะมะซาติชชะยาฏีน วะอัยยะหฺฎุรูน

(ฉันขอความคุ้มครองด้วยคำกล่าวอันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺให้พ้นจากความกริ้วของพระองค์ ให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์ และให้พ้นจากความชั่วร้ายของบ่าวของพระองค์ และให้พ้นจากการกระซิบกระซาบของบรรดาชัยฏอนทั้งหลาย และการที่พวกมันจะเข้ามาหาฉัน) [211]

 031 สิ่งที่ผู้ฝันร้ายควรปฏิบัติ

            ให้ถุยน้ำลายไปข้างซ้ายสามครั้ง[212]

            ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากชัยฏอนและจากความชั่วร้ายในสิ่งที่ฝันเห็นสามครั้ง[213]

            อย่าเล่าความฝันนั้นให้ผู้ใดฟัง[214]

            ให้เปลี่ยนที่นอน[215]

            ลุกขึ้นละหมาด (สุนนะฮฺ) ถ้าหากประสงค์[216]

 032 ดุอาอ์กุนูตวิติร

«اللَّهُمَّ اهْدِنِي فِيمَنْ هَدَيْتَ، وَعَافِنِي فِيمَنْ عَافَيْتَ، وَتَوَلَّنِي فِيمَنْ تَوَلَّيْتَ، وَبَارِكْ لِي فِيمَا أَعْطَيْتَ، وَقِنِي شَرَّ مَا قَضَيْتَ؛ فَإِنَّكَ تَقْضِي وَلاَ يُقْضَى عَلَيْكَ، إِنَّهُ لاَ يَذِل مَنْ وَالَيْتَ، وَلاَ يَعِزُّ مَنْ عَادَيْتَ، تَبارَكْتَ رَبَّنَا وَتَعَالَيْتَ».

อัลลอฮุมมะฮฺดินี ฟีมันฮะดัยตะ วะอาฟินีฟีมันอาฟัยตะ วะตะวัลละนี ฟีมันตะวัลลัยตะ วะบาริกลี ฟีมาอะอฺฏ็อยตะ วะกินีชัรเราะมา เกาะฎ็อยตะ ฟะอินนะกะตักฎี วะลายุกฎออะลัยกะ อินนะฮูลายะซิลลุ มันวาลัยตะ วะลายะอิซซุ มันอาดัยตะ ตะบาร็อกตะ ร็อบบะนา วะตะอาลัยต์

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดนำทางฉันร่วมกับผู้ที่พระองค์นำทางให้ และได้โปรดประทานความปลอดภัยให้แก่ฉันร่วมกับผู้ที่พระองค์ได้ทรงประทานความปลอดภัยให้ และได้โปรดคุ้มครองฉันร่วมกับผู้ที่พระองค์ได้ทรงคุ้มครอง และได้โปรดประทานความจำเริญแก่ฉันในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้ และได้โปรดปกป้องฉันให้พ้นจากความชั่วที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ แท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ตัดสิน และไม่มีผู้ที่ตัดสินค้านกับพระองค์ได้ ความจริงพระองค์นั้นจะไม่ทรงปล่อยให้ผู้ที่พระองค์คุ้มครองตกต่ำ และจะไม่ทรงทำให้ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระองค์แข็งแกร่ง พระองค์ทรงจำเริญยิ่ง โอ้ผู้อภิบาลของเรา และทรงสูงส่งยิ่ง) [217]

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِرِضَاكَ مِنْ سَخَطِكَ، وَبِمُعَافَاتِكَ مِنْ عُقُوبَتِكَ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْكَ، لاَ أُحْصِي ثَنَاءً عَلَيْكَ، أَنْتَ كَمَا أَثْنَيْتَ عَلَى نَفْسِكَ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอะอูซุบิริฎอกะ มินสะเคาะฏิก วะบิมุอาฟาติกะ มินอุกูบะติกะ วะอะอูซุบิกะมินกะ ลาอุหฺศีษะนาอันอะลัยกะ อันตะกะมาอัษนัยตะ อะลานัฟสิกะ

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอความคุ้มครองด้วยความโปรดปรานของพระองค์จากความกริ้วโกรธของพระองค์ ขอความคุ้มครองด้วยการคุ้มครองของพระองค์จากการลงโทษของพระองค์ ขอความคุ้มครองด้วยพระองค์จากพระองค์เอง ฉันมิอาจบรรลุถึงการกล่าวสรรเสริญพระองค์ได้โดยสมบูรณ์ พระองค์นั้นเป็นดังที่ทรงได้กล่าวสรรเสริญพระองค์เอง) [218]

«اللَّهُمَّ إِيَّاكَ نَعْبُدُ، وَلَكَ نُصَلِّي وَنَسْجُدُ، وَإِلَيْكَ نَسْعَى وَنَحْفِدُ،نَرْجُو رَحْمَتَكَ، وَنَخْشَى عَذَابَكَ، إِنَّ عَذَابَكَ بِالكَافِرِينَ مُلْحَقٌ. اللَّهُمَّ إِنَّا نَسْتَعِينُكَ، وَنَسْتَغْفِرُكَ، وَنُثْنِي عَلَيْكَ الْخَيْرَ، وَلاَ نَكْفُرُكَ، وَنُؤْمِنُ بِكَ، وَنَخْضَعُ لَكَ، وَنَخْلَعُ مَنْ يَكْفُرُكَ».

อัลลอฮุมมะ อิยากะนะอฺบุดฺ วะละกะนุศ็อลลีวะนัสญุดฺ วะอิลัยกะนัสอา วะนะหฺฟิดฺ นัรญูเราะหฺมะตะกะ วะนัคชาอะซาบะกะ อินนะอะซาบะกะ บิลกาฟิรีนะมุลหักฺ อัลลอฮุมมะ อินนานัสตะอีนุกะ วะนัสตัฆฺฟิรุกะ วะนุษนีอะลัยกัลค็อยรฺ วะลานักฟุรุกะ วะนุอ์มินุบิกะ วะนัคฺเฎาะอุละกะ วะนัคฺละอุมัยยักฟุรุก  

(โอ้อัลลอฮฺ แด่พระองค์เท่านั้นเราทำอิบาดะฮฺ และเพื่อพระองค์เท่านั้นเราละหมาดและก้มกราบ (สุญูด) และยังพระองค์เท่านั้นเราพยายามและทำงาน เราหวังในความเมตตาของพระองค์ และเราเกรงกลัวต่อการลงโทษของพระองค์ แท้จริงการลงโทษที่หนักของพระองค์นั้นจะต้องประสบกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างแน่นอน โอ้อัลลอฮฺ เราขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ เราขออภัยโทษต่อพระองค์ เราขอสรรเสริญสดุดีแด่พระองค์ด้วยดี เราไม่ปฏิเสธ (กุฟุร) ต่อพระองค์ เราศรัทธาต่อพระองค์ เรานอบน้อมต่อพระองค์ เราสละทิ้งผู้ทรยศต่อพระองค์) [219]

 033 บทซิกิรหลังจากให้สลามละหมาดวิติร  

«سُبْحَانَ المَلِكِ القُدُّوسِ».

สุบหานัลมะลิกิลกุดดูส

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ ผู้ทรงศักด์สิทธิ์ยิ่ง) ให้อ่านสามครั้ง และสำหรับครั้งที่สามนั้นให้อ่านด้วยเสียงที่ดังและลากเสียง แล้วกล่าวว่า

«رَبِّ الْمَلاَئِكَةِ وَالرُّوحِ».

ร็อบบิลมะลาอิกะติวัรรูหฺ

(พระผู้อภิบาลแห่งมลาอิกะฮฺทั้งหลายและมลาอิกะฮฺญิบรีล) [220]

 034 บทดุอาอ์เมื่อมีความกลุ้มใจและโศกเศร้า

«اللّٰهُـمَّ إنِّي عَبْدُكَ وَابْنُ عَبْدِكَ وَابْنُ أَمَتِكَ نَاصِيَتِي بِيَدِكَ مَاضٍ فِيَّ حُكْمُكَ عَدْلٌ فِيَّ قَضَاؤُكَ أَسْأَلُكَ بِكُلِّ اسْمٍ هُوَ لَكَ سَمَّيْتَ بِـهِ نَفْسَكَ أَوْ أَنْزَلْتَـهُ فِي كِتَابِكَ أَوْ عَلَّمْتَـهُ أَحَداً مِن خَلْقِكَ أَوِ اسْتَأْثَرْتَ بِـهِ فِي عِلْـمِ الغَيْبِ عِنْدَكَ أَنْ تَـجْعَلَ القُرْآنَ رَبِيعَ قَلْبِي وَنُورَ صَدْرِي وَجَلَاءَ حُزْنِي وَذَهَابَ هَـمِّي».

อัลลอฮุมมะ อินนีอับดุกะ วับนุอับดิกะ วับนุอะมะติกะ นาศิยะตีบิยะดิกะ มาฎินฟียฺยะหุกมุกะ อัดลุนฟียฺยะ เกาะฎออุกะ อัสอะลุกะ บิกุลลิสมิน ฮุวะละกะ สัมมัยตะบิฮี นัฟสะกะ เอาอันซัลตะฮุ ฟีกิตาบิกะ เอาอัลลัมตะฮู อะหะดัมมินค็อลกิกะ อะวิสตะอ์ษัรตะบิฮี ฟีอิลมิลฆ็อยบิ อินดะกะ อันตัจญฺอะลัลกุรอานะ เราะบีอะก็อลบี วะนูเราะศ็อดรี วะญะลาอะหุซนี วะซะฮาบะฮัมมี

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันคือบ่าวของพระองค์ บุตรของบ่าวชายของพระองค์ บุตรของบ่าวหญิงของพระองค์ ขม่อมของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ กำหนดการของพระองค์ดำเนินบนตัวฉัน ลิขิตแห่งพระองค์นั้นยุติธรรมแก่ฉันแล้ว ฉันขอต่อพระองค์ด้วยพระนามทุกนามของพระองค์ ที่ซึ่งพระองค์ได้ตั้งไว้สำหรับตัวพระองค์เอง หรือที่พระองค์ทรงประทานไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ หรือที่พระองค์ได้สอนมันแก่บ่าวผู้ใดผู้หนึ่งของพระองค์ หรือที่พระองค์เก็บไว้เป็นความลับในความรอบรู้ของพระองค์ ฉันขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานให้อัลกุรอานเป็นสิ่งที่รื่นรมย์แก่ใจฉัน เป็นรัศมีแก่อกฉัน เป็นสิ่งที่ขจัดความโศกเศร้าของฉัน และเป็นสิ่งที่ลบความกังวลของฉันให้หมดไป) [221]

«اللهم إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْهَمِّ وَالْحَزَنِ، وَالْعَجْزِ وَالْكَسَلِ، وَالْبُخْلِ وَالْجُبْنِ، وَضَلَعِ الدَّيْنِ وَغَلَبَةِ الرِّجَالِ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอะอูซุบิกะ มินัลฮัมมิวัลหะซัน วัลอัจญ์ซิวัล กะสัล วัลบุคลิวัลญุบนิ วะเฎาะละอิดดัยน์ วะเฆาะละบะติรฺ ริญาล

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความกังวลและความโศกเศร้า ความอ่อนแอและความเกียจคร้าน ความตระหนี่และความขี้ขลาด จากการเป็นหนี้ที่มากมายก่ายกอง และจากการกดขี่ของคนอื่น) [222]

 035 บทดุอาอ์เมื่อมีความทุกข์ยาก

«لا إلٰـهَ إلَّا اللهُ العَظِيمُ الحَلِيمُ، لا إلٰـهَ إلَّا اللهُ رَبُّ العَرْشِ العَظِيمِ، لا إلٰـهَ إلَّا اللهُ رَبُّ السَّمَوَاتِ، وَرَبُّ الأَرْضِ، وَرَبُّ العَرْشِ الكَريمِ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ อัลอะซีมุลหะลีม ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ร็อบบุลอัรชิลอะซีม ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ร็อบบุสสะมาวาติ วะร็อบบุลอัรฎฺ วะร็อบบุลอัรชิลกะรีม

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงยิ่งใหญ่และทรงอารีย์ยิ่ง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลาย พระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดิน และพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันมีเกียรติ) [223]

«اللّٰهُمَّ رَحْمَتَكَ أَرْجُوْ فَلاَ تَكِلْنِي إِلَى نَفْسِي طَرْفَةَ عَيْنٍ وَأَصْلِحْ لِي شَأْنِي كُلَّهُ لاَ إِلٰهَ إِلاَّ أَنْتَ».

อัลลอฮุมมะ เราะหฺมะตะกะอัรญู ฟะลาตะกิลนี อิลานัฟสี ฏ็อรฺฟะตะอัยน์ วะอัศลิหฺลีชะอ์นีกุลละฮฺ ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ

(โอ้อัลลอฮฺ ความเมตตาของพระองค์เท่านั้นที่ฉันหวัง ดังนั้นขอพระองค์ทรงโปรดอย่าปล่อยให้ฉันควบคุมดูแลตัวฉันตามลำพังแม้เพียงพริบตาเดียว และได้โปรดปรับปรุงแก้ไขสภาพชีวิตทั้งหมดของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์)  [224]

«لَا إلٰـهَ إلَّا أَنْتَ سُبْـحَانَكَ إنِّي كُنْتُ مِنَ الظَّالِـمِينَ»

ลาอิลาฮะอิลลาอันตะ สุบหานะกะ อินนีกุนตุ มินนัซซอลิมีน

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ แท้จริงฉันเป็นหนึ่งในบรรดาผู้อธรรม) [225]

«اللهُ اللهُ رَبِّي لَا أُشْرِكُ بِـهِ شَيْئاً».

อัลลอฮฺ อัลลอฮุร็อบบี ลาอุชริกุบิฮีชัยอา

(อัลลอฮฺ อัลลอฮฺ ผู้เป็นพระผู้อภิบาลของฉัน ฉันไม่มีภาคีกับพระองค์ด้วยสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น) [226]

 036 บทดุอาอ์เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูและผู้มีอิทธิพล

«اللّٰهُـمَّ إنَّا نَجْعَلُكَ فِي نُحُورِهِـمْ، وَنَعُوذُ بِكَ مِنْ شُرُورِهِـمْ».

อัลลอฮุมมะ อินนานัจญฺอะลุกะ ฟีนุหูริฮิม วะนะอูซุบิกะ มินชุรูริฮิม

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงเราขอให้พระองค์ทรงจัดการกับพวกเขา และเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของพวกเขา) [227] [228]

«اللّٰهُـمَّ أَنْتَ عَضُدِي وَنَصِيرِي، بِكَ أَحُولُ، وَبِكَ أَصُولُ، وَبِكَ أُقَاتِلُ».

อัลลอฮุมมะ อันตะอะฎุดี วะนะศีรี บิกะอะหูลุ วะบิกะอะศูลุ วะบิกะอุกอติล

(โอ้อัลลอฮฺ พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งพิงของฉัน และพระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยเหลือฉัน ด้วยพระองค์ฉันพยายาม ด้วยพระองค์ฉันโจมตี และด้วยพระองค์ฉันต่อสู้กับข้าศึก) [229]

﴿ حَسۡبُنَا ٱللَّهُ وَنِعۡمَ ٱلۡوَكِيلُ ١٧٣ ﴾ [ال عمران: ١٧٣] 

ความว่า “อัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ที่พอเพียงแก่เราแล้ว และเป็นผู้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม”[230]

 037 บทดุอาอ์สำหรับผู้ที่หวาดหวั่นต่อความอธรรมของผู้ปกครอง

«اللَّهُمَّ ربَّ السَّمَوَاتِ السَّبْعِ، وَرَبَّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ، كُنْ لِي جَاراً مِنْ فُلاَنِ بْنِ فُلاَنٍ، وَأَحْزَابِهِ مِنْ خَلاَئِقِكَ، أَنْ يَفْرُطَ عَلَيَّ أَحَدٌ مِنْهُمْ أَوْ يَطْغَى، عَزَّ جَارُكَ، وَجَلَّ ثَنَاؤُكَ، وَلاَ إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ».

อัลลอฮุมมะ ร็อบบัสสะมาวาติสสับอิ วะร็อบบัลอัรชิลอะซีม กุลลีญาร็อนมิน (ระบุชื่อสกุล) วะอะหฺซาบิฮี มินเคาะลาอิกิกะ อัยยัฟรุเฏาะอะลัยยะ อะหะดุมมินฮุม เอายัฏฆอ อัซซะญารุกะ วะญัลละษะนาอุกะ วะลาอิลาฮะอิลลาอันตะ

(โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าทั้งเจ็ด และพระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉันและคอยปกป้องฉันจาก (ระบุชื่อสกุล) และพลพรรคของมันจากสรรพสิ่งทั้งหลายที่พระองค์ทรงสร้าง เพื่อไม่ให้คนใดจากพวกเขาสามารถทำอธรรมต่อฉันหรือกดขี่ฉัน ผู้ที่พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างนั้นมีเกียรติ การสดุดีพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่นัก และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์) [231]

«اللهُ أَكْبَرُ، اللهُ أَعَزُّ مِنْ خَلْقِهِ جَمِيعاً، اللهُ أَعَزُّ مِمَّا أَخَافُ وَأَحْذَرُ، أَعُوذُ بِاللهِ الَّذِي لاَ إِلَهَ إِلاَّ هُوَ، الْمُمْسِكِ السَّمَوَاتِ السَّبْعِ أَنْ يَقَعْنَ عَلَى الْأَرْضِ إِلاَّ بِإِذْنِهِ، مِنْ شَرِّ عَبْدِكَ فُلاَنٍ، وَجُنُودِهِ وَأَتْبَاعِهِ وَأَشْيَاعِهِ، مِنْ الْجِنِّ وَالإِنْسِ، اللَّهُمَّ كُنْ لِي جَاراً مِنْ شَرِّهِمْ، جَلَّ ثَنَاؤُكَ وَعَزَّ جَارُكَ، وَتَبَارَكَ اسْمُكَ، وَلاَ إِلَهَ غَيْرُكَ».

อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอะอัซซุ มินค็อลกิฮีญะมีอา อัลลอฮุอะอัซซุ มิมมาอะคอฟุ วะอะหฺซะรุ อะอูซุบิลลาฮิลละซี ลาอิลาฮะอิลลาฮู อัลมุมสิกิสสะมาวาติสสับอิ อัยยะกออฺนะอะลัลอัรฎฺ อิลลาบิอิซนิฮี มินชัรริอับดิกะ (ระบุชื่อผู้อธรรม) วะญุนูดิฮี วะอัตบาอิฮี วะอัชยาอิฮี มินัลญินนิวัลอินสิ อัลลอฮุมมะ กุลลีญาร็อน มินชัรริฮิม ญัลละษะนาอุกะ วะอัซซะญารุกะ วะตะบาเราะกัสมุกะ วะลาอิลาฮะฆ็อยรุกะ   

(อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด อัลลอฮฺผู้ทรงมีเกียรติเหนือสรรพสิ่งทั้งหลาย อัลลอฮฺทรงมีเกียรติเหนือสิ่งที่ฉันกลัวและเกรงขาม ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺผู้ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงยับยั้งบรรดาฟากฟ้ามิให้ตกลงมาบนพื้นดิน ยกเว้นด้วยการอนุมัติจากพระองค์ ให้พ้นจากความชั่วของบ่าวพระองค์ (ระบุชื่อผู้อธรรม) กองทหาร พันธมิตรและผู้สนับสนุนของเขา (พร้อมกับให้พุ่งจิตไปยังพวกเขาเหล่านั้น) จากหมู่ญิน และมนุษย์ โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉันและคอยปกป้องฉันจากการอธรรมของพวกเขา การสดุดีของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่นัก ผู้ที่พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างเขานั้นมีเกียรติยิ่ง พระนามของพระองค์นั้นจำเริญยิ่ง และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์) อ่านสามครั้ง[232]

 038 บทดุอาอ์ให้มีชัยเหนือศัตรู 

«اللَّهُمَّ مُنْزِلَ الْكِتَابِ، سَرِيعَ الْحِسَابِ، اهْزِمِ الأَحْزَابَ، اللَّهُمَّ اهزِمْهُمْ وَزَلْزِلْهُمْ».

อัลลอฮุมมะ มุนซิลัลกิตาบ สะรีอัลหิสาบ อิฮฺซิมิลอะหฺซาบ อัลลอฮุมมะฮฺซิมฮุม วะซัลซิลฮุม    

(โอ้อัลลอฮฺ พระผู้ทรงประทานกิตาบ (คัมภีร์) ลงมา พระผู้ทรงฉับไวในการสอบสวน ได้โปรดทำให้กลุ่มพันธมิตรของศัตรูพ่ายแพ้ โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงโปรดทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ และทรงโปรดเขย่าของพวกเขาให้สะทกสะท้าน) [233]

 039 บทดุอาอ์สำหรับผู้ที่หวาดหวั่นต่อชนกลุ่มหนึ่ง

«اللَّهُمَّ اكْفِنِيهِمْ بِمَا شِئْتَ».

อัลลอฮุมมักฟินีฮิม บิมาชิอ์ตะ     

(โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงคุ้มครองข้าพระองค์จากพวกเขา ด้วยวิธีที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยเถิด) [234]

 040 บทดุอาอ์สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัย (วิสวาส) ในอีมาน

ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ[235]

ให้หยุดสงสัย (วิสวาส) ทันที[236]

ให้กล่าว 

«آمَنْتُ بِاللهِ وَرُسُلِهِ».

อามันตุบิลลาฮฺ วะรุสุลิฮี

(ฉันได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์แล้ว) [237]

ให้อ่านคำดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า

﴿ هُوَ ٱلۡأَوَّلُ وَٱلۡأٓخِرُ وَٱلظَّٰهِرُ وَٱلۡبَاطِنُۖ وَهُوَ بِكُلِّ شَيۡءٍ عَلِيمٌ ٣ ﴾ [الحديد: ٣] 

ความว่า “พระองค์ทรงเป็นองค์แรกและองค์สุดท้าย และทรงเปิดเผยและทรงเร้นลับ และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง”  [238] [239]

 041 บทดุอาอ์เมื่อมีหนี้สิน

«اللّٰهُمَّ اكْفِنِي بِـحَلالِكَ عَنْ حَرَامِكَ، وَأَغْنِنِي بِفَضْلِكَ عَمَّنْ سِوَاكَ».

อัลลอฮุมมักฟินี บิหะลาลิกะ อันหะรอมิก วะอัฆนินี บิฟัฎลิกะ อัมมันสิวาก

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดทำให้สิ่งที่หะลาลของพระองค์เพียงพอ (ทดแทน) แก่ฉันจากสิ่งที่หะรอมของพระองค์ และได้โปรดทำให้ฉันร่ำรวยอย่างพอเพียงด้วยความประเสริฐของพระองค์ (ทดแทน) จากการต้องพึ่งผู้อื่นนอกเหนือไปจากพระองค์ด้วยเถิด) [240]

«اللهم إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الْهَمِّ وَالْحَزَنِ، وَالْعَجْزِ وَالْكَسَلِ، وَالْبُخْلِ وَالْجُبْنِ، وَضَلَعِ الدَّيْنِ وَغَلَبَةِ الرِّجَالِ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอะอูซุบิกะ มินัลฮัมมิวัลหะซัน วัลอัจญ์ซิวัล กะสัล วัลบุคลิวัลญุบนิ วะเฎาะละอิดดัยน์ วะเฆาะละบะติรฺ ริญาล

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความกังวลและความโศกเศร้า ความอ่อนแอและความเกียจคร้าน ความตระหนี่และความขี้ขลาด จากการเป็นหนี้ที่มากมายก่ายกอง และจากการกดขี่ของคนอื่น) [241]

 042 บทดุอาอ์เมื่อมีข้อสงสัย (วิสวาส) ในละหมาดและขณะอ่านอัลกุรอาน

«أَعُوذُ بِاللهِ مِنَ الشَّيطَانِ الرَّجِيمِ».

อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอนิรเราะญีม      

(ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง) ให้อ่านสามครั้ง[242]

 043 ดุอาอ์เมื่อมีความทุกข์ยากในการงาน

«اللَّهُمَّ لاَ سَهْلَ إِلاَّ مَا جَعَلْتَهُ سَهْلاً، وَأَنْتَ تَجْعَلُ الْحَزْنَ إِذَا شِئْتَ سَهْلاً».

อัลลอฮุมมะ ลาสะฮฺละ อิลลามาญะอัลตะฮู สะฮฺลา วะอันตะตัจญฺอะลุลหัซนะ อิซาชิอ์ตะสะฮฺลา

(โอ้อัลลอฮฺ จะไม่มีความง่ายดาย นอกจากพระองค์จะให้ความง่ายดายเกิดขึ้น และพระองค์ทรงให้ความเศร้าโศก ซึ่งเมื่อพระองค์ทรงประสงค์มันย่อมเป็นสิ่งที่ง่ายดาย) [243]

 044 สิ่งที่คนทำความผิดต้องกล่าวและปฏิบัติ

ไม่มีบ่าวคนใดที่ทำความผิด แล้วเขาได้อาบน้ำละหมาดอย่างดี หลังจากนั้นก็ละหมาดสองร็อกอะฮฺ  แล้วได้ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ เว้นแต่พระองค์จะทรงให้อภัยแก่เขา [244]

 045 บทดุอาอ์เพื่อขับไล่ชัยฏอนและอาการสงสัย (วิสวาส)

          ให้ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากมัน[245]

            ให้อะซาน[246]

            ให้อ่านบทซิกิรต่างๆ และอ่านอัลกุรอาน[247]

 046 บทดุอาอ์ขณะที่เผชิญกับสิ่งที่ไม่พึงพอใจ

«قَدَرُ اللهِ وَمَا شَاءَ فَعَلَ».

เกาะดะรุลลอฮิ วะมาชาอะ ฟะอัล

(อัลลอฮฺได้กำหนดมาแล้ว และพระองค์จะกระทำตามที่พระองค์ประสงค์) [248]  

 047 บทดุอาอ์เพื่ออวยพรแสดงความยินดีแก่ผู้ที่มีลูกคนใหม่และการตอบกลับ

«بَارَكَ اللهُ لَكَ فِي الْمَوْهُوبِ لَكَ، وَشَكَرْتَ الْوَاهِبَ، وَبَلَغَ أَشُدَّهُ، وَرُزِقْتَ بِرَّهُ».

บาเราะกัลลอฮุละกะ ฟิลเมาฮูบิละกะ วะชะกัรตัลวาฮิบะ วะบะละเฆาะอะชุดดะฮู วะรุซิกฺตะบิรเราะฮู 

(ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญแก่ท่าน ในสิ่งที่พระองค์ได้มอบให้แก่ท่าน (นั้นคือลูก) และขอพระองค์ทรงทำให้ท่านพึงพอใจและขอบคุณพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้ และขอพระองค์ทรงให้เขา (ทารก) เติบโตเป็นผู้ใหญ่[249] และขอให้เขาเป็นลูกที่กตัญญูต่อท่าน) [250]

และให้ตอบกลับแก่ผู้ที่อวยพรว่า

«بَارَكَ اللهُ لَكَ وَبَارَكَ عَلَيْكَ، وَجَزَاكَ اللهُ خَيْراً، وَرَزَقَكَ اللهُ مِثْلَهُ، وَأَجْزَلَ ثَوَابَكَ».

บาเราะกัลลอฮุละกะ วะบาเราะกะอะลัยกะ วะญะซากัลลอฮุค็อยร็อน วะเราะซะเกาะกัลลอฮุมิษละฮู วะอัจญฺซะละษะวาบัก

(ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญให้แก่ท่าน (วันนี้) และความจำเริญยังท่าน (หลังจากวันนี้) และขออัลลอฮฺทรงประทานความดีงามให้แก่ท่าน และขออัลลอฮฺทรงมอบแก่ท่านเช่นกัน และได้มอบผลบุญแก่ท่านอย่างมากมายด้วย)  [251]

 048 บทดุอาอ์ขอความคุ้มครองแก่เด็กน้อย  

            ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ขอความคุ้มครองให้แก่ท่านอัล-หะสันและอัล-หุสัยน์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า 

«أُعِيذُكُمَا بِكَلِـمَاتِ اللهِ التَّامَّةِ، مِنْ كُلِّ شَيْطَانٍ وَهَامَّةٍ، وَمِنْ كُلِّ عَيْنٍ لَامَّةٍ».

อุอีซุกุมา บิกะลิมาติลลาฮิตตามมะฮฺ มินกุลลิชัยฏอนิววะฮามมะฮฺ วะมินกุลลิอัยนิลลามมะฮฺ

(ฉันขอความคุ้มครองให้แก่เจ้าทั้งสอง[252] ด้วยถ้อยคำต่างๆ อันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ จากชัยฏอนทุกๆ ตัวที่คอยยุแหย่ล่อลวง รวมถึงแมลงหรือสัตว์มีพิษ และจากทุกๆ อัยน์[253] ที่คอยมุ่งหมาย) [254]

 049 บทดุอาอ์ให้แก่ผู้ป่วยที่ได้ไปเยี่ยมเยียน

«لاَ بأْسَ طَهُورٌ إِنْ شَاءَ اللهُ».

ลาบะอ์สะ เฏาะฮูรุน อินชาอัลลอฮฺ

(ไม่เป็นไรแล้ว ไม่มีบาปและหายแล้ว ด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮฺ) [255]

«أَسْأَلُ اللهَ العَظِيمَ رَبَّ العَرْشِ العَظِيمِ أَنْ يَشْفِيَكَ».

อัสอะลุลลอฮัลอะซีม ร็อบบัลอัรชิลอะซีม อัยยัชฟิยะกะ

(ฉันขอต่ออัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ พระผู้อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ได้โปรดทำให้ท่านหายจากอาการป่วยด้วยเถิด) ให้อ่านเจ็ดครั้ง[256]

 050 ความประเสริฐของการไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วย

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«إِذَا عَادَ الرَّجُلُ أَخَاهُ الْمُسْلِمَ مَشَى فِي خِرَافَةِ الْجَنَّةِ حَتَّى يَجْلِسَ، فَإِذَا جَلَسَ غَمَرَتْهُ الرَّحْمَةُ، فَإِنْ كَانَ غُدْوَةً صَلَّى عَلَيْهِ سَبْعُونَ أَلْفَ مَلَكٍ حَتَّى يُمْسِيَ، وَإِنْ كَانَ مَسَاءً صَلَّى عَلَيْهِ سَبْعُونَ أَلْفَ مَلَكٍ حَتَّى يُصْبِحَ».

ความว่า “ผู้ใดไปเยี่ยมเยียนพี่น้องมุสลิมของเขา เขาจะเดินท่ามกลางผลพวงที่พร้อมเก็บในสรวงสวรรค์จนกว่าเขาจะนั่งลง และเมื่อเขานั่งลงเราะหฺมะฮฺ (ความเมตตาของอัลลอฮฺ) ก็จะปกคลุมเขา หากเขาไปในตอนเช้าเหล่ามลาอิกะฮฺจำนวนเจ็ดหมื่นท่านจะขออภัยโทษให้แก่เขาจนกระทั่งถึงเวลาเย็น และหากเขาไปในเวลาค่ำเหล่ามลาอิกะฮฺจำนวนเจ็ดหมื่นท่านจะขออภัยโทษให้แก่เขาจนกระทั่งถึงเวลาเช้า” [257]

 051 บทดุอาอ์สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ

«اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِي، وَارْحَمْنِي، وَأَلْحِقْنِي بِالرَّفِيقِ الْأَعْلَى».

อัลลอฮุมมัฆฺฟิรลี วัรหัมนี วะอัลหิกฺนี บิรเราะฟีกิลอะอฺลา

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้อภัยแก่ฉัน เมตตาฉัน และให้ฉันอยู่ร่วมกับสหายที่สูงส่ง[258] ด้วยเถิด) [259]

            ในขณะที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ใกล้เสียชีวิต ท่านได้จุ่มมือทั้งสองลงในน้ำ แล้วลูบหน้าด้วยกับมือทั้งสองนั้น แล้วท่านก็ได้กล่าวว่า 

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ إِنَّ لِلْمَوْتِ سَكَرَاتٍ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ อินนะลิลเมาติสะกะรอต

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ แท้จริงสำหรับความตายนั้นมีความเจ็บปวดมึนงงยิ่ง)

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَاللهُ أَكْبَرُ، لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ، لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ لَهُ المُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ، لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَلاَ حَوْلَ وَلاَ قُوَّةَ إِلاَّ بِاللهِ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วัลลอฮุอักบัร ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วะหฺดะฮฺ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะลาเหาละ วะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวโดยไม่มีภาคีใดๆ ร่วมกับพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ อำนาจและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ)

 052 การสอนคำกล่าวสุดท้ายให้แก่คนที่ใกล้เสียชีวิต

ผู้ใดที่คำกล่าวสุดท้ายของเขา (ก่อนที่จะเสียชีวิต) คือ

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ) ย่อมได้เข้าสวนสวรรค์ [260]

 053 บทดุอาอ์เมื่อประสบกับความทุกข์ยากหรือความสูญเสีย

«إِنَّا لِلهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ اللهم أْجُرْنِي فِي مُصِيبَتِي، وَأَخْلِفْ لِي خَيراً مِنْـهَا ».

อินนาลิลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน อัลลอฮุมมะอ์ญุรนี ฟีมุศีบะตี วะอัคลิฟลี ค็อยร็อมมินฮา

(แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราจะกลับไปยังพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานผลบุญต่อความทุกข์ยากนี้ของฉัน และขอทรงทดแทนมันด้วยสิ่งที่ดีกว่า) [261]  

 054 บทดุอาอ์ขณะที่ปิดตาให้กับผู้ที่เสียชีวิต

«اللهُمَّ اغْفِرْ لِفُلَانٍ (بِاسْمِهِ) وَارْفَعْ دَرَجَتَهُ فِي الْمَهْدِيِّينَ، وَاخْلُفْهُ فِي عَقِبِهِ فِي الْغَابِرِينَ، وَاغْفِرْ لَنَا وَلَهُ يَا رَبَّ الْعَالَمِينَ، وَافْسَحْ لَهُ فِي قَبْرِهِ، وَنَوِّرْ لَهُ فِيهِ»

อัลลอฮุมมัฆฺฟิร ลิ (ระบุชื่อผู้ที่เสียชีวิต) วัรฟะอฺ ดะเราะญะตะฮู ฟิลมะฮฺดียีน วัคฺลุฟฮูฟีอะกิบิฮี ฟิลฆอบิรีน วัฆฺฟิรละนาวะละฮู ยาร็อบบัลอาละมีน วัฟสะหฺละฮูฟีก็อบริฮี วะเนาวิรละฮูฟีฮี

(โอ้อัลลอฮฺได้โปรดให้อภัยแก่ท่าน (ระบุชื่อผู้ที่เสียชีวิต) และได้โปรดยกระดับของเขาในหมู่ผู้ที่ได้รับทางนำทั้งหลาย  และได้โปรดให้เขาอยู่ในความทรงจำของลูกหลานที่มีชีวิตอยู่ภายหลังจากนั้น และได้โปรดให้อภัยแก่เราและแก่เขา โอ้พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก และได้โปรดขยายหลุมฝังศพของเขาให้กว้าง และได้โปรดให้แสงสว่างแก่เขาในนั้น) [262]

 055 บทดุอาอ์กล่าวในละหมาดให้แก่คนตาย

«اللهم اغْفِرْ لَـهُ وَارْحَـمْهُ، وَعَافِهِ وَاعْفُ عَنْـهُ، وَأَكْرِمْ نُزُلَـهُ، وَوَسِّعْ مُدْخَلَـهُ، وَاغْسِلْـهُ بِالمَاءِ وَالثَّلْـجِ وَالبَرَدِ، وَنَقِّهِ مِنَ الخَطَايَا كَمَا نَقَّيْتَ الثَّوْبَ الأبْيَضَ مِنَ الدَّنَسِ، وَأَبْدِلْـهُ دَاراً خَيْراً مِنْ دَارِهِ، وَأَهْلاً خَيْراً مِنْ أَهْلِـهِ، وَزَوْجاً خَيْراً مِنْ زَوْجِهِ، وَأَدْخِلْـهُ الجَنَّةَ، وَأَعِذْهُ مِنْ عَذَابِ القَبْرِ وعَذَابِ النَّارِ».

อัลลอฮุมมัฆฟิรละฮูวัรหัมฮู วะอาฟิฮีวะอฺฟุอันฮู วะอักริมนุซุละฮู วะวัสสิอฺมุดเคาะละฮู วัฆสิลฮูบิลมาอิ วัษษัลญิวัลบะร็อด วะนักกิฮีมินัลเคาะฏอยา กะมานักก็อยตัษเษาบุลอับยะเฎาะ มินัดดะนัส วะอับดิลฮุ ดาร็อนค็อยร็อมมินดาริฮี วะอะฮฺลันค็อยร็อมมินอะอฺลิฮี  วะเซาญันค็อยร็อมมินเซาญิฮี วะอัดคิลฮุลญันนะฮฺ วะอะอิซฮู มินอะซาบิลก๊อบริ วะอะซาบินนารฺ

(โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงอภัยโทษแก่เขา และทรงเมตตาเขา และทรงให้เขาปลอดภัย และทรงปกป้องเขา ทรงให้เกียรติแก่ ที่พำนักของเขา และทรงทำให้ทางเข้าของเขากว้าง และทรงได้โปรดชำระล้างเขาด้วยน้ำ หิมะ และลูกเห็บ และชำระล้าง ความผิดของเขา เช่นเดียวกับที่ผ้าขาวถูกชำระให้สะอาดจากสิ่งเปรอะเปื้อน ทรงเปลี่ยนให้แก่เขาซึ่งที่อาศัยที่ดีกว่าบ้านของเขา และครอบครัวที่ดีกว่าครอบครัวของเขา และคู่ครองที่ดีกว่าคู่ครองของเขา และทรงทำให้เขาได้เข้าสวนสวรรค์ และทรงปกป้องเขาจากการลงโทษในหลุมฝังศพ และการลงโทษแห่งไฟนรก) [263]

«اللهم اغْفِرْ لِـحَيِّنَا وَمَيِّتِنَا، وَشَاهِدِنَا وَغَائِبِنَا، وَصَغِيرِنَا وَكَبِيرِنَا، وَذَكَرِنَا وَأُنْثَانَا، اللَّـهُـمَّ مَنْ أَحْيَيْتَـهُ مِنَّا فَأَحْيِـهِ عَلَى الإسْلامِ، وَمَنْ تَوَفَّيْتَـهُ مِنَّا فَتَوَفَّهُ عَلَى الْإِيمَانِ، اللَّـهُـمَّ لا تَـحْرِمْنَا أَجْرَهُ، وَلا تُضِلَّنَا بَـعْدَهُ».

อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลิหัยยินา วะมัยยิตินา วะชาฮิดินา วะฆออิบินา วะเศาะฆีรินา วะกะบีรินา วะซะกะรินา วะอุนษานา อัลลอฮุมมะ มันอะหฺยัยตะฮูมินนา ฟะอะหฺยิฮีอะลัลอิสลาม วะมันตะวัฟฟัยตะฮูมินนา ฟะตะวัฟฟะฮู อะลัลอีมาน อัลลอฮุมมะ ลาตะหฺริมนาอัจญฺเราะฮู  วะลาตุฎิลละนาบะอฺดะฮู

(โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษต่อผู้มีชีวิตของเรา ต่อผู้ที่ตายของเรา ผู้ที่อยู่ ณ ที่นี้ และผู้ที่มิได้อยู่ ณ ที่นี้ เด็กๆ ของเรา และผู้ใหญ่ของเรา บรรดาชายของเรา และบรรดาหญิงของเรา โอ้อัลลอฮฺ ผู้ใดที่พระองค์ให้เขามีชีวิต อยู่ในหมู่พวกเรา ขอพระองค์ทรงให้เขามีชีวิตอยู่ในอิสลาม และผู้ใดที่พระองค์ทรงให้เขาตายไป จากพวกเรา ก็ขอได้ทรงให้เขาตายอยู่ในการศรัทธา โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงอย่าได้ยับยั้งรางวัลของเราที่ได้ละหมาดให้แก่เขาจากผลบุญของเขา[264] และทรงโปรดอย่าให้เราหลงผิดหลังจากเขา)[265]

«اللهم إنَّ (فُلانَ بْنَ فُلانٍ) فِي ذِمَّتِكَ وَحَبْلِ جِوَارِكَ، فَقِهِ مِنْ فِتْنَةِ القَبْرِ، وَعَذَابِ النَّارِ، وَأَنْتَ أَهْلُ الوَفَاءِ وَالحَقِّ، فَاغْفِرْ لَـهُ وَارْحَـمْهُ، إنَّكَ أَنْتَ الغَفُورُ الرَّحِيمُ».

อัลลอฮุมมะ อินนะ (ระบุชื่อผู้ที่เสียชีวิต) ฟีซิมมะติกะ วะหับลิ ญิวาริกะ ฟะกีฮีมินฟิตนะติลก็อบรฺ วะอะซาบินนารฺ วะอันตะ อะฮฺลุลวะฟาอิวัลหัก ฟัฆฟิรฺละฮูวัรหัมฮู อินนะกะอันตัลเฆาะฟูรุรเราะฮีม

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริง คนผู้นี้ (ระบุชื่อผู้ที่เสียชีวิต) ได้กลับไปสู่การดูแลของพระองค์ และสายเชือกแห่งการเคียงข้างพระองค์ ดังนั้น ขอทรงปกป้องเขาจากการทดสอบในหลุมฝังศพและการลงโทษในนรกด้วยเถิด พระองค์นั้นเป็นผู้ที่ทรงรักษามั่นในคำสัญญาและความสัจจริง ดังนั้นขอทรงอภัยให้เขาและเมตตาเขาเถิด แท้จริงแล้ว พระองค์เป็นผู้ยิ่งด้วยการอภัยและเมตตา) [266]

«اللَّهُمَّ عَبْدُكَ وَابْنُ أَمَتِكَ احْتَاجَ إِلَى رَحْمَتِكَ، وَأَنْتَ غَنِيٌّ عَنْ عَذَابِهِ، إِنْ كَانَ مُحْسِناً فَزِدْ فِي حَسَنَاتِهِ، وَإِنْ كَانَ مُسِيئاً فَتَجَاوَزْ عَنْهُ».

อัลลอฮุมมะอับดุกะ วับนุอะมะติกะ อิหฺตาญะอิลาเราะหฺมะติกะ วะอันตะเฆาะนียฺยุนอันอะซาบิฮี อินกานะมุหฺสินัน ฟะซิดฟีหะสะนาติฮี วะอินกานะมุสีอัน ฟะตะญาวัซฺอันฮู

(โอ้อัลลอฮฺ บ่าวของพระองค์และเป็นบุตรของบ่าวหญิงของพระองค์ ปรารถนาในความเมตตาของพระองค์ และพระองค์ไม่ได้ต้องการอะไรจากการลงโทษเขา ดังนั้นหากเขาเป็นคนดี ได้โปรดเพิ่มพูนความดีงามให้แก่เขา และหากเขาเป็นคนไม่ดี ได้โปรดยกโทษให้แก่บาปของเขา) [267]

 056 บทดุอาอ์กล่าวในละหมาดให้แก่ผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็ก (ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)

«اللَّهُمَّ أَعِذْهُ مِنْ عَذَابِ القَبْرِ».

อัลลอฮุมมะ อะอิซฮู มินอะซาบิลก็อบรฺ

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดปกป้องเขาจากการลงโทษในหลุมฝังศพด้วยเถิด) [268]

«اللَّهُمَّ اجْعَلْهُ فَرَطاً وَذُخْراً لِوَالِدَيْهِ، وَشَفِيعاً مُجَاباً، اللَّهُمَّ ثَقِّلْ بِهِ مَوَازِينَهُمَا، وَأَعْظِمْ بِهِ أُجُورَهُمَا، وَأَلْحِقْهُ بِصَالِحِ الْمُؤْمِنِينَ، وَاجْعَلْهُ فِي كَفَالَةِ إِبْرَاهِيمَ، وَقِهِ بِرَحْمَتِكَ عَذَابَ الْجَحِيمِ، وَأَبْدِلْهُ دَاراً خَيْراً مِنْ دَارِهِ، وَأَهْلاً خَيْراً مِنْ أَهْلِهِ، اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِأَسْلاَفِنَا، وَأَفْرَاطِنَا، وَمَنْ سَبَقَنَا بِالْإِيمَانِ».

อัลลอฮุมมัจญฺอัลฮู ฟะเราะฏ็อน วะซุคร็อลลิวาลิดัยฮฺ วะชะฟีอัมมุญาบา อัลลอฮุมมะษักกิลบิฮี มะวาซีนะฮุมา วะอะอฺซิมบิฮีอุญูเราะฮุมา วะอัลหิกฺฮุบิศอลิหิลมุอ์มินีน วัจญฺอัลฮุฟี กะฟาละติอิบรอฮีม วะกิฮีบิเราะหฺมะติกะ อะซาบัลญะฮีม วะอับดิลฮุดาร็อน ค็อยร็อมมินดาริฮี วะอะฮฺลันค็อยร็อมมินอะฮฺลิฮี อัลลอฮุมมัฆฟิรลิอัสลาฟินา วะอัฟรอฏินา วะมันสะบะเกาะนาบิลอีมาน

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้เขา (เด็กที่เสียชีวิต) เป็นรางวัลที่ล่วงหน้าไปก่อน และเป็นสิ่งมีค่าที่ถูกเก็บไว้แก่บิดามารดาของเขา และเป็นผู้ที่ให้ชะฟาอะฮฺ (ให้ความช่วยเหลือในวันกิยามะฮฺ) ที่ได้รับการตอบรับ โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้การเสียชิวิตของเขาได้เพิ่มน้ำหนักบนตราชั่งแห่งความดีของบิดามารดาของเขา และทำให้การเสียชีวิตของเขาทำให้บิดามารดาของเขาได้รับผลบุญที่ยิ่งใหญ่ และได้โปรดให้เขาอยู่ในหมู่ชนที่เป็นคนดีจากบรรดาผู้ศรัทธา และได้โปรดให้เขาอยู่ในความอุปถัมภ์ของท่านนบีอิบรอฮีม และได้โปรดปกป้องเขาด้วยความเมตตาของพระองค์จากการลงโทษอันเจ็บปวด และได้โปรดเปลี่ยนให้แก่เขาซึ่งที่อาศัยที่ดีกว่าบ้านของเขา และครอบครัวที่ดีกว่าครอบครัวของเขา โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้อภัยแก่ผู้ที่เสียชีวิตล่วงหน้าไปก่อนเราและผู้ซึ่งได้ศรัทธาก่อนหน้าเรา) [269]

«اللَّهُمَّ اجْعَلْهُ لَنَا فَرَطاً، وَسَلَفاً، وَأَجْراً».

อัลลอฮุมมัจญฺอัลฮุละนา ฟะเราะฏอ วะสะละฟา วะอัจญฺรอ

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้เขา (เด็ก) เป็นรางวัลที่ล่วงหน้าไปก่อน และเป็นผลบุญแก่เรา) [270]

 057 การแสดงความเสียใจและปลอบโยนญาติผู้เสียชีวิต

«أَنَّ لِلهِ مَا أَخَذَ، وَلَهُ مَا أَعْطَى، وَكُلُّ شَيْءٍ عِنْدَهُ بِأَجَلٍ مُسَمَّى فَلْتَصْبِرْ وَلْتَحْتَسِبْ».

อันนะลิลลาฮิ มาอะเคาะซะ วะละฮูมาอะอฺฏอ วะกุลลุชัยอินอินดะฮู บิอะญะลิมมุสสัมมา ฟัลตัศบิร วัลตะหฺสิบ

(แท้จริง เป็นสิทธิของอัลลอฮฺในสิ่งที่พระองค์ได้เอาไป และสิ่งที่พระองค์มอบให้มา และทุกๆ สิ่ง ณ ที่พระองค์นั้นมีอายุที่แน่นอน ดังนั้นขอให้ท่านจงอดทนและจงคิดว่ามันจะเป็นผลบุญที่ท่านจะได้รับเถิด) [271]

            ถ้าจะกล่าวด้วยสำนวนนี้

أَعْظَمَ اللهُ أَجْرَكَ، وَأَحْسَنَ عَزَاءَكَ، وَغَفَرَ لِمَيِّتِكَ

อะอฺเซาะมัลลอฮุ อัจญฺเราะกะ วะอะหฺสะนะ อะซาอะกะ วะเฆาะฟะเราะ ลิมัยยิติกะ

(ขออัลลอฮฺทรงประทานผลบุญอันยิ่งใหญ่แก่ท่าน และทรงประทานให้ความอดทนของท่านเป็นสิ่งที่ดี และทรงให้อภัยต่อผู้ที่เสียชีวิตที่เป็นญาติของท่าน)

ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน[272]

 058 บทดุอาอ์ขณะนำศพผู้เสียชีวิตลงหลุมฝังศพ (กุบูร)

«بِسْمِ اللهِ وَعَلَى سُنَّةِ رَسُولِ اللهِ».

บิสมิลลาฮฺ วะอะลาสุนนะติ เราะสูลิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และตามแบบฉบับของท่านเราะสูลุลลอฮฺ) [273]

 059 บทดุอาอ์หลังจากฝังศพ

«اللَّهُمَّ اغْفِرْ لَهُ، اللَّهُمَّ ثَبِّتْهُ».

อัลลอฮุมมัฆฟิรละฮู อัลลอฮุมมะษับบิตฮู

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้อภัยแก่เขา โอ้อัลอฮฺ ได้โปรดให้เขายืนหยัดด้วยเถิด) [274]

 060 บทดุอาอ์เมื่อเข้าสถานที่ฝังศพ (กุบูร)

«السَّلَامُ عَلَيْكُمْ أَهْلَ الدِّيَارِ مِنَ المُؤْمِنِينَ وَالمُسْلِـمِينَ وَإنَّا إِنْ شَاءَ اللهُ بِكُمْ لَاحِقُونَ وَيَرْحَمُ اللهُ الْمُسْتَقدِمِينَ مِنَّا وَالْمُسْتَأْخِرِينَ  أَسْأَلُ اللهَ لَنَا وَلَكُمُ العَافِيَةَ».

อัสลามุอะลัยกุม อะฮฺลัดดิยาร มินัลมุอ์มินีน วัลมุสลิมีน วะอินนาอินชาอัลลอฮฺ บิกุมลาหิกูน วะยัรหะมุลลอฮฺ อัลมุสตักฺดิมีนะมินนา วัลมุสตะอ์คิรีน อัสอะลุลลอฮะละนา วะละกุมุลอาฟิยะฮฺ 

(ขอความสันติจงมีแด่เจ้าของที่พำนักทั้งหลายเหล่านี้ จากบรรดามุอ์มินีนและมุสลิมีน และพวกเรา อินชาอัลลอฮฺ จะได้ตามพวกท่านไปในภายหลัง ขออัลลอฮฺทรงเมตตาบรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าเรา และผู้ที่มาหลังจากนั้น ฉันขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงประทานความปลอดภัยแก่พวกเราและแก่พวกท่านทั้งหลาย)[275]

 061 บทดุอาอ์เมื่อมีลมพัดกระหน่ำ

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَهَا، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهَا».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ ค็อยเราะฮา วะอะอูซุบิกะ มินชัรริฮา

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งสิ่งที่ดีของมัน (ลมที่พัดกระหน่ำนี้) และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากสิ่งเลวร้ายของมัน (ลมที่พัดกระหน่ำนี้) [276]

«اللهم إنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَهَا، وَخَيْرَ مَا فِيهَا، وَخَيْرَ مَا أُرْسِلَتْ بِـهِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهَا وَشَرِّ مَا فِيهَا، وَشَرِّ مَا أُرْسِلَتْ بِـهِ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ ค็อยเราะฮา วะค็อยเราะมาฟีฮา วะค็อยเราะมา อุรสิลัตบิฮี วะอะอูซุบิกะ มินชัรริฮา วะชัรริมาฟีฮา วะชัรริมา อุรสิลัตบิฮฺ

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งสิ่งที่ดีของมัน (ลมที่พัดกระหน่ำนี้) และสิ่งดีที่มีอยู่ในมัน และสิ่งดีที่มันถูกส่งมาด้วย  และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากสิ่งเลวร้ายของมัน และสิ่งเลวร้ายที่มีอยู่ในมัน และสิ่งเลวร้ายที่มันถูกส่งมาด้วย) [277]

 062 บทดุอาอ์เมื่อมีเสียงฟ้าร้อง

«سُبْحَانَ الَّذِي يُسَبِّحُ الرَّعْدُ بِحَمْدِهِ وَالْمَلَائِكَةُ مِنْ خِيفَتِهِ».

สุบหานัลละซี ยุสับบิหุรเราะอฺดุ บิหัมดิฮี วัลมะลาอิกะตุ มินคีฟะติฮฺ 

(มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ ผู้ซึ่งฟ้าร้องจะกล่าวแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระองค์ และบรรดามลาอิกะฮฺ ด้วยความเกรงกลัวที่มีต่อพระองค์) [278]

 063 บทดุอาอ์ขอให้ฝนตก

«اللَّهُمَّ اسْقِنَا غَيْثاً مُغِيثاً مَرِيئاً مَرِيعاً  نَافِعاً غَيْرَ ضَارٍّ عَاجِلاً غَيْرَ آجِلٍ».

อัลลอฮุมมัสกินา ฆ็อยษัน มุฆีษัน มะรีอัน มะรีอัน นาฟิอัน ฆ็อยเราะฎ็อรริน อาญิลัน ฆ็อยเราะอาญิล

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานฝนแก่เรา ฝนที่ช่วยชีวิตพวกเรา ที่สร้างความปิติยินดี ฝนชุก มีประโยชน์และไม่สร้างความเดือดร้อน ในทันทีโดยไม่ล่าช้า) [279]

«اللَّهُمَّ أَغِثْنَا، اللَّهُمَّ أَغِثْنَا،اللَّهُمَّ أَغِثْنَا».

อัลลอฮุมมะอะฆิษนา อัลลอฮุมมะอะฆิษนา อัลลอฮุมมะอะฆิษนา

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานฝนแก่เราด้วยเถิด โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานฝนแก่เราด้วยเถิด โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานฝนแก่เราด้วยเถิด) [280]

«اللَّهُمَّ اسْقِ عِبَادَكَ، وَبَهَائِمَكَ، وَانْشُرْ رَحْمَتَكَ، وَأَحْيِي بَلَدَكَ الْمَيِّتَ».

อัลลอฮุมมัสกิอิบาดะกะ วะบะฮาอิมะกะ วันชุรเราะหฺมะตะกะ วะอะหฺยีบะละดะกัลมัยยิต

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานฝนแก่ปวงบ่าวของพระองค์ รวมถึงบรรดาสิงสาราสัตว์ทั้งหลาย และได้โปรดแผ่ความเมตตาของพระองค์ และได้โปรดให้แผ่นดินของพระองค์ที่แห้งแล้งมีชีวิตชีวาขึ้น) [281]

 064 บทดุอาอ์เมื่อเห็นฝนตก

«اللَّهُمَّ صَيِّباً نَافِعاً».

อัลลอฮุมมะ ศ็อยยิบันนาฟิอา

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานฝนที่ก่อประโยชน์ด้วยเถิด) [282]

 065 บทดุอาอ์หลังจากฝนตก

«مُطِرْنَا بِفَضْلِ اللهِ وَرَحْمَتِهِ».

มุฏิรนา บิฟัฎฺลิลลาฮฺ วะเราะหฺมะติฮฺ

(ฝนได้ตกลงมายังพวกเรา ด้วยความโปรดปรานและความเมตตาของพระองค์) [283]

 066 บทดุอาอ์ขอให้ท้องฟ้าแจ่มใส

«اللهم حَوَالَيْنَا ولاَ عَلَيْنَا اللهم عَلَى الآكَامِ والظِّرَابِ وَبُطُونِ الأَوْدِيَةِ وَمَنَابِتِ الشَّجَرِ».

อัลลอฮุมมะ หะวาลัยนา วะลาอะลัยนา อัลลอฮุมมะ อะลัลอากาม วัซซิรอบ วะบุตูนิลเอาดิยะฮฺ วะมะนาบิติชชะญัร

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้ฝนตกบริเวณรอบๆ พวกเรา และอย่าให้มันตก (สร้างความเสียหาย) ลงบนพวกเราเลย โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้มันตกลงบนเนินสูง ๆ และเนินเขาเล็กๆ และบนลำธารระหว่างช่องเขา และบรรดาที่งอกเงยของต้นไม้) [284]

 067 บทดุอาอ์เมื่อเห็นจันทร์เสี้ยว (ฮิลาล)

«اللهُ أَكْبَرُ اللهم أَهِلَّهُ عَلَيْنَا بِالأَمْنِ وَالإِيْمَانِ والسَّلاَمَةِ والإِسْلاَمِ والتَّوْفِيقِ لِمَا تُحِبُّ رَبَّنَا وَتَرْضَى رَبُّنَا وَرَبُّكَ اللهُ».

อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุมมะ อะฮิลละฮูอะลัยนา บิลอัมนิวัลอีมาน วัสสลามะติวัลอิสลาม วัตเตาฟีกิ ลิมาตุฮิบบุ ร็อบบะนา วะตัรฎอ ร็อบบุนา วะร็อบบุกัลลอฮุ  

(อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด โอ้อัลลอฮฺ ขอให้ (จันทร์เสี้ยวนี้) ปรากฏต่อเราด้วยความสวัสดิภาพ ความศรัทธา ความปลอดภัย อิสลาม และทางนำในสิ่งที่พระองค์ โอ้พระผู้ทรงอภิบาลของเราทรงโปรดและพอพระทัย พระผู้อภิบาลของเราและท่านคืออัลลอฮฺ) [285]

 068 บทดุอาอ์ละศีลอด

«ذَهَبَ الظَّمَأُ وَابْتَلَّتِ العُرُوقُ، وَثَبَتَ الْأَجْرُ إِنْ شَاءَ اللهُ».

ซะฮะบัซเซาะมะอุ วับตัลละติลอุรูกุ วะษะบะตัลอัจญ์รุ อินชา อัลลอฮฺ

(ความกระหายได้ดับลงแล้ว เส้นโลหิตก็เปียกชื้น และผลบุญก็ได้รับอย่างแน่นอนแล้ว อินชาอัลลอฮฺ (หากอัลลอฮฺทรงประสงค์) [286]

«اللهم إِنِّي أَسْأَلُكَ بِرَحْمَتِكَ الَّتِي وَسِعَتْ كُلَّ شَيْءٍ أَنْ تَغْفِرَ لِي».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ บิเราะหฺมะติกะ อัลละตีวะสิอัต กุลละชัยอ์ อันตัฆฟิเราะลี

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันได้ขอวิงวอนต่อพระองค์ ด้วยกับความเมตตาของพระองค์ที่ครอบคลุมในทุกสิ่ง ได้โปรดให้อภัยแก่ฉันด้วยเถิด) [287]

 069 บทดุอาอ์ก่อนรับประทานอาหาร

เมื่อคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกท่านได้รับประทานอาหาร ก็จงกล่าวนามของอัลลอฮฺเถิด นั่นคือ

«بِاسْمِ اللهِ».

บิสมิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ)

ถ้าหากว่าเขาลืมกล่าวก่อนทาน แล้วเขานึกขึ้นได้ ก็จงกล่าวว่า

«بِاسْمِ اللهِ أَوَّلَهُ وَآخِرَهُ».

บิสมิลลาฮิ เอาวะละฮู วะอาคิเราะฮู

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺทั้งในตอนเริ่มและตอนสุดท้าย) [288]

ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขารับประทานอาหาร ก็จงกล่าวว่า

«اللَّهُمَّ بَارِكْ لَنَا فِيهِ وَأَطْعِمْنَا خَيْراً مِنْهُ».

อัลลอฮุมมะบาริกละนาฟีฮี วะอัฏฺอิมนา ค็อยร็อนมินฮู

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานความจำเริญให้แก่เราในสิ่งนี้ และขอให้เราได้รับประทานสิ่งที่ดีกว่านี้อีก)

และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาดื่มนม ก็จงกล่าวว่า

«اللَّهُمَّ بَارِكْ لَنَا فِيهِ وَزِدْنَا مِنْهُ».

อัลลอฮุมมะบาริกละนาฟีฮี วะซิดนามินฮู

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดประทานความจำเริญให้แก่เราในสิ่งนี้ และขอให้เพิ่มแก่เราอีก) [289]

 070 บทดุอาอ์หลังเสร็จจากรับประทานอาหาร

«الْحَمْدُ لِلهِ الَّذِى أَطْعَمَنِى هَذَا وَرَزَقَنِيهِ مِنْ غَيْرِ حَوْلٍ مِنِّى وَلاَ قُوَّةٍ »

อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี อัฏอะมะนีฮาซา วะเราะซะเกาะนีฮี  มินฆ็อยริ เหาลิมมินนี วะลากูวะฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงให้ฉันได้รับประทานอาหารนี้ และได้ประทานให้แก่ฉันโดยปราศจากพลังและความสามารถใดๆ ของฉัน) [290]

«الْحَمْدُ لِلهِ حَمْدًا كَثِيرًا طَيِّبًا مُبَارَكًا فِيهِ، غَيْرَ مَكْفِىٍّ، وَلاَ مُوَدَّعٍ وَلاَ مُسْتَغْنًى عَنْهُ، رَبَّنَا»

อัลหัมดุลิลลาฮฺ หัมดันกะษีร็อน ฏ็อยยิบัน มุบาเราะกันฟีฮี ฆ็อยเราะมักฟียิน วะลามุวัดดะอิน วะลามุสตัฆฺนันอันฮู ร็อบบะนา

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ซึ่งเป็นการสรรเสริญอย่างเหลือล้นอย่างดี อย่างจำเริญ โดยพระองค์ไม่ทรงปรารถนาต่อสิ่งใด ไม่เคยถูกเพิกเฉยจากผู้ใด และไม่เป็นผู้ที่ไม่พึงประสงค์ของผู้ใด[291] โอ้พระผู้อภิบาลของเรา) [292]

 071 บทดุอาอ์ของผู้เป็นแขกแก่ผู้ที่เลี้ยงอาหาร

«اللهم بَارِكْ لَهُمْ فِى مَا رَزَقْتَهُمْ وَاغْفِرْ لَهُمْ وَارْحَمْهُمْ»

อัลลอฮุมมะ บาริกละฮุม ฟีมาเราะซักตะฮุม วัฆฟิรละฮุม วัรหัมฮุม

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้ความจำเริญแก่พวกเขาในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เขา และได้โปรดประทานอภัยโทษและเมตตาต่อพวกเขา) [293]

 072 บทดุอาอ์ให้แก่ผู้ที่ให้อาหารหรือน้ำ

 «اللَّهُمَّ أَطْعِمْ مَنْ أَطْعَمَنِي، وَاسْقِ مَنْ سَقَانِي». 

อัลลอฮุมมะ อัฏฺอิมมันอัฏฺอะมะนี วัสกิมันสะกอนี

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้อาหารแก่ผู้ที่ให้อาหารแก่ฉัน และให้น้ำดื่มแก่ผู้ที่ให้น้ำดื่มแก่ฉัน) [294]

 073 บทดุอาอ์เมื่อได้ละศีลอด ณ บ้านของผู้อื่น

«أَفْطَرَ عِنْدَكُمُ الصَّائِمُونَ وَأَكَلَ طَعَامَكُمُ الأَبْرَارُ وَصَلَّتْ عَلَيْكُمُ الْمَلاَئِكَةُ»

อัฟเฏาะเราะ อินดะกุมุศศออิมูน วะอะกะละ เฏาะอามะกุมุลอับรอรฺ วะศ็อลลัต อะลัยกุมุลมะลาอิกะฮฺ

(บรรดาผู้ถือศีลอดได้ละศีลอดกับพวกท่านแล้ว บรรดาคนดีได้รับประทานอาหารของพวกท่านแล้ว และบรรดามลาอิกะฮฺต่างได้ขอเศาะละวาต[295] แก่พวกท่านแล้ว) [296]  

 074 บทดุอาอ์สำหรับผู้ที่ถือศีลอด (สุนนะฮฺ) เมื่อมีการเชื้อเชิญให้ร่วมประทานอาหาร โดยที่เขาไม่ต้องการละศีลอด

          เมื่อคนหนึ่งคนใดถูกเชื้อเชิญให้ร่วมรับประทานอาหารก็จงตอบรับการเชื้อเชิญนั้น แต่หากว่าเขาถือศีลอดก็จงขอดุอาอ์ (แก่ผู้ที่เชื้อเชิญ โดยให้อัลลอฮฺได้โปรดให้อภัยและความจำเริญแก่เขา) และหากว่าเขาละศีลอดก็จงรับประทานอาหารนั้น [297]

 075 บทดุอาอ์สำหรับผู้ที่ถือศีลอด เมื่อมีคนมาด่าว่าเขา

«إِنِّي صَائِمٌ، إِنِّي صَائِمٌ»

อินนีศออิม อินนีศออิม

(แท้จริงฉันเป็นผู้ถือศีลอด แท้จริงฉันเป็นผู้ถือศีลอด) [298]

 076 บทดุอาอ์เมื่อเห็นผลไม้ออกผล

«اللهم بَارِكْ لَنَا فِي ثَمَرِنَا، وَبَارِكْ لَنَا فِي مَدِيْنَتِنَا، وَبَارِكْ لَنَا فِي صَاعِنَا، وَبَارِكْ لَنَا فِي مُدِّنَا».

อัลลอฮุมมะ บาริกละนา ฟีษะมะรินา วะบาริกละนา ฟีมะดีนะตินา วะบาริกละนา ฟีศออินา วะบาริกละนา ฟีมุดดินา

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดให้ความจำเริญแก่ผลไม้ของเรา และได้โปรดให้ความจำเริญแก่เมืองของเรา และได้โปรดให้ความจำเริญแก่ศออฺ[299] ของเรา และได้โปรดให้ความจำเริญแก่มุดด์[300] ของเรา) [301]  

 077 บทดุอาอ์เมื่อจาม

เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจาม ก็จงกล่าวว่า

«الْحَمْدُ لِله».

อัลหัมดุลิลลาฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ)

และให้พี่น้องหรือคนที่อยู่กับเขากล่าวว่า

«يَرْحَمُكَ الله».

ยัรหะมุกัลลอฮฺ

(ขออัลลอฮฺทรงให้ความเมตตาแก่ท่าน)

และเมื่อคนที่อยู่กับเขากล่าวเช่นนั้น ก็ให้เขากล่าวว่า

«يَهْدِيكُمُ الله وَيُصْلِحُ بَالَكُمْ».

ยะฮฺดีกุมุลลอฮฺ วะยุศลิหุบาละกุม

(ขออัลลอฮฺโปรดชี้ทางนำให้แก่ท่านและปรับปรุงสภาพของท่าน) [302]

 078 บทดุอาอ์แก่ผู้ปฏิเสธศรัทธาเมื่อเขาจามแล้วเขาสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ

«يَهْدِيكُمُ الله وَيُصْلِحُ بَالَكُمْ».

ยะฮฺดีกุมุลลอฮฺ วะยุศลิหุบาละกุม

(ขออัลลอฮฺโปรดชี้ทางนำให้แก่ท่านและปรับปรุงสภาพของท่าน) [303]

 079 บทดุอาอ์แก่คู่บ่าวสาวที่แต่งงาน

«بَارَكَ الله لَكَ، وَبَارَكَ عَلَيْكَ، وَجَـمَعَ بَيْنَكُمَا فِي خَيرٍ».

บาเราะกัลลอฮุละกะ วะบาเราะกะอะลัยกะ วะญะมะอะ บัยนะกุมา ฟีค็อยรฺ

(ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญให้แก่ท่าน (วันนี้) และความจำเริญยังท่าน (หลังจากวันนี้) และขอพระองค์ทรงรวมท่านทั้งสอง (เจ้าบ่าว-เจ้าสาว) บนความดีงาม) [304]

 080 บทดุอาอ์ของผู้ที่แต่งงานและเมื่อซื้อสัตว์พาหนะ

เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านแต่งงานกับหญิงสาว หรือเมื่อซื้อสาวใช้ ก็ให้เขากล่าวว่า

«اللَّـهُـمَّ إنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَهَا وَخَيْرَ مَا جَبَلْتَهَا عَلَيْـهِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهَا وَمِنْ شَرِّ مَا جَبَلْتهَا عَلَيْـهِ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอัสอะลุกะ ค็อยเราะฮา วะค็อยเราะมา ญะบัลตะฮาอะลัยฮิ วะอะอูซุบิกะ มินชัรริฮา วะมินชัรริมา ญะบัลตะฮาอะลัยฮิ

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์จากความดีของนาง และความดีของสิ่งที่พระองค์ได้ทรงให้นางเกิดมาด้วยสิ่งนั้น และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของนางทั้งปวง และความชั่วร้ายของสิ่งที่พระองค์ได้ทรงให้นางเกิดมาด้วยสิ่งนั้นด้วยเถิด) 

และเมื่อซื้ออูฐก็ให้จับที่ยอดโหนกของมัน แล้วให้กล่าวเช่นเดียวกัน[305]

 081 บทดุอาอ์ก่อนร่วมหลับนอนมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา

«بِاسْمِ الله، اللَّهُـمَّ جَنِّبْنَا الشَّيْطَانَ، وَجَنِّبِ الشَّيْطَانَ مَا رَزَقْتَنَا».

บิสมิลลาฮฺ อัลลอฮุมมะ ญันนิบนัชชัยฏอน วะญันนิบิชชัยฏอน มาเราะซักตะนา

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ได้โปรดให้เราห่างไกลจากชัยฏอน และให้ชัยฏอนห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ประทานให้เรา) [306]  

 082 บทดุอาอ์เมื่อมีอารมณ์โกรธ

«أَعُوذُ بِالله مِنَ الشَّيْطَانِ الرَّجِيمِ».

อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอนิร เราะญีม

(ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ จากชัยฏอนผู้ถูกสาปแช่ง) [307]  

 083 บทดุอาอ์เมื่อเห็นผู้ที่ถูกทดสอบ[308]

«الحَـمْدُ لِلهِ الَّذِي عَافَانِي مِـمَّا ابْتَلَاكَ بِـهِ، وَفَضَّلَنِي عَلَى كَثِيرٍ مِـمَّنْ خَلَقَ تَفْضِيلاً».

อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี อาฟานี มิมมับตะลากะบิฮี วะฟัฎเฎาะละนี อะลากะษีริมมิมมัน เคาะละเกาะตัฟฎีลา

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้ทรงโปรดให้ฉันปลอดภัยจากสิ่งที่ท่านถูกทดสอบ และทรงประทานความประเสริฐอย่างมากมายแก่ฉันเหนือผู้อื่นที่พระองค์ทรงสร้างมา) [309] [310]

 084 บทซิกิรที่ควรอ่านในวงของการพูดคุย

            ท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าว (บทซิกิร) ซ้ำไปซ้ำมามากถึงหนึ่งร้อยครั้งในทุกครั้งที่อยู่ในวงของการพูดคุยก่อนที่ท่านจะลุกขึ้นจากไป (บทซิกิรนั้นก็คือ)

«رَبِّ اغْفِرْ لِي، وَتُبْ عَلَيَّ، إِنَّكَ أَنْتَ التَّوَّابُ الغَفُورُ».

ร็อบบิฆฟิรลี วะตุบอะลัยยะ อินนะกะ อันตัตเตาวาบุลเฆาะฟูร

(โอ้พระผู้ทรงอภิบาลได้โปรดให้อภัยโทษแก่ฉัน และได้โปรดให้นิรโทษโดยปรานีแก่ฉัน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงนิรโทษโดยปรานี ผู้ทรงอภัยโทษ) [311]

 085 บทดุอาอ์ขออภัยโทษจากข้อผิดพลาดในที่ประชุม

«سُبْـحَانَكَ اللهم وَبِـحَـمْدِكَ، أَشْهَدُ أَنْ لا إلهَ إلَّا أَنْتَ، أَسْتَغْفِرُكَ وَأَتُوبُ إلَيْكَ».

สุบหานะกัลลอฮุมมะ วะบิหัมดิกะ อัชฮะดุอัลลาอิลาฮะ อิลลาอันตา อัสตัฆฟิรุกะ วะอะตูบุอิลัยก์

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งอัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพภักดีนอกจากพระองค์ และฉันขออภัยโทษและกลับตัวต่อพระองค์) [312]

 086 บทดุอาอ์แก่ผู้ที่กล่าวแก่ท่านว่าขออัลลอฮฺทรงให้อภัยแก่ท่าน

«وَلَكَ».

วะละกะ

(และแก่ท่านด้วย) [313]

 087 บทดุอาอ์แก่ผู้ที่ทำความดีแก่ท่าน

«جَزَاكَ اللهُ خَيْراً».

ญะซากัลลอฮุ คอยรอน

(ขออัลลอฮฺทรงประทานความดีงามให้แก่ท่าน) [314]

 088 สิ่งที่อัลลอฮฺจะทรงปกป้องคนคนหนึ่งจากดัจญาล

ผู้ใดที่ท่องจำสิบอายะฮฺแรกของสูเราะฮฺอัล-กะฮฺฟิ[315] เขาจะได้รับการคุ้มครองให้รอดพ้นจากดัจญาล[316] บางสายรายงานกล่าวว่า สิบอายะฮฺสุดท้ายของสูเราะฮฺอัล-กะฮฺฟิ[317]

และให้ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากฟิตนะฮฺ (ความเลวร้าย) ของมัน ทุกๆ ครั้งหลังจากกล่าวตะชะฮฺฮุดในละหมาด[318]

 089 บทดุอาอ์แก่ผู้ที่กล่าวแก่ท่านว่าอินนี อุหิบบุกะ ฟิลลาฮฺแท้จริงฉันรักท่านเพื่ออัลลอฮฺ

«أَحَبَّكَ الَّذِي أَحْبَبْتَنِي لَهُ».

อะหับบะกัลละซี อะหฺบับตะนีละฮู

(ขออัลลอฮฺทรงรักท่านที่ท่านรักฉันเพื่อพระองค์) [319]

 090 บทดุอาอ์แก่ผู้ที่มอบทรัพย์สินของเขาให้แก่ท่าน

«بَارَكَ اللهُ لَكَ فِي أَهْلِكَ وَمَالِكَ».

บาเราะกัลลอฮุละกะ ฟีอะฮฺลิกะ วะมาลิกะ

(ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญแก่ท่าน ทั้งครอบครัวของท่าน และทรัพย์สินของท่าน) [320]

 091 บทดุอาอ์แก่ผู้ที่ให้กู้ยืมเงินในขณะที่เราได้นำเงินมาใช้คืนแก่เขา

«بارَكَ اللهُ لَكَ فِي أَهْلِكَ وَمَالِكَ، إِنَّمَا جَزَاءُ السَّلَفِ الْحَمْدُ وَالأَدَاءُ».

บาเราะกัลลอฮุละกะ ฟีอะฮฺลิกะ วะมาลิกะ อินนะมา ญะซาอุสสะลัฟ อัลหัมดุวัลอะดาอ์

(ขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญแก่ท่าน ทั้งครอบครัวของท่าน และทรัพย์สินของท่าน แท้จริง การตอบแทนในการจ่ายหนี้นั้นก็คือ การขอบคุณเจ้าหนี้และการใช้หนี้ให้ครบ) [321]

 092 บทดุอาอ์เมื่อหวาดหวั่นต่อการตั้งภาคี

«اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ أَنْ أُشْرِكَ بِكَ وَأَنَا أَعْلَمُ، وَأَسْتَغْفِرُكَ لِمَا لاَ أَعْلَمُ».

อัลลอฮุมมะ อินนีอะอูซุบิกะ อันอุชริกะบิกะ วะอะนาอะอฺลัม วะอัสตัฆฟิรุกะ ลิมาลาอะอฺลัม

(โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ซึ่งการตั้งภาคีต่อพระองค์ในสิ่งที่ฉันรู้ และฉันขออภัยโทษต่อพระองค์ ในสิ่งที่ฉันไม่รู้) [322]

 093 บทดุอาอ์แก่ผู้ที่กล่าวแก่ท่านว่าบาเราะกัลลอฮุฟีกะขออัลลอฮฺทรงประทานความจำเริญแก่ท่าน

«وَفِيكَ بَارَكَ اللهُ».

วะฟีกะ บาเราะกัลลอฮฺ

(และสำหรับท่าน ย่อมได้รับความจำเริญของอัลลอฮฺเช่นกัน) [323]

 094 บทดุอาอ์เมื่อประสบกับโชคลางที่ไม่ดี

«اللَّهُمَّ لاَ طَيْرَ إِلاَّ طَيْرُكَ، وَلاَ خَيْرَ إِلاَّ خَيْرُكَ، وَلاَ إِلَهَ غَيْرُكَ».

อัลลอฮุมมะ ลาฏ็อยเราะ อิลลาฏ็อยรุกะ วะลาค็อยเราะ อิลลาค็อยรุกะ วะลาอิลาฮะฆ็อยรุกะ

(โอ้อัลลอฮฺ ไม่มีโชคลางใดเว้นแต่โชคลางของพระองค์ และไม่มีความดีงามใดเว้นแต่ความดีงามของพระองค์ และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์) [324]

 095 ดุอาอ์เมื่อขับขี่พาหนะ

«بِسْمِ اللهِ وَالْحَمْدُ لِلهِ ».

บิสมิลลาฮฺ วัลหัมดุลิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ)

แล้วกล่าวว่า

﴿ سُبۡحَٰنَ ٱلَّذِي سَخَّرَ لَنَا هَٰذَا وَمَا كُنَّا لَهُۥ مُقۡرِنِينَ ١٣ وَإِنَّآ إِلَىٰ رَبِّنَا لَمُنقَلِبُونَ ١٤ ﴾ [الزخرف: ١٣،  ١٤] 

ความว่า “มหาบริสุทธิ์ยิ่ง ผู้ทรงอำนวยสิ่งนี้ให้เรา และเรานั้นไม่สามารถจะควบคุมมันได้ และแท้จริงเราจะกลับคืนสู่พระผู้อภิบาลของเราอย่างแน่นอน” [325]

หลังจากนั้น ให้กล่าวว่า

«الْحَمْدُ لِله».

อัลหัมดุลิลลาฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ) 3 ครั้ง

แล้วกล่าวว่า

«اللهُ أَكْبَرُ».

อัลลอฮุอักบัร

(อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด) 3 ครั้ง

แล้วกล่าวต่อว่า

«سُبْحَانَكَ اللهم إِنِّي ظَلَمْتُ نَفْسِى فَاغْفِرْ لِي فَإِنَّهُ لاَ يَغْفِرُ الذُّنُوبَ إِلاَّ أَنْتَ».

สุบหานะกัลลอฮุมมะ อินนีเซาะลัมตุนัฟสี ฟัฆฟิรลี ฟะอินนะฮู ลายัฆฟิรุซซุนูบะ อิลลาอันตะ

(พระองค์ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง โอ้อัลลอฮฺ ฉันนี้ได้อธรรมต่อตัวเอง ดังนั้น ได้โปรดยกโทษให้กับฉันเถิด เพราะแท้จริงแล้วไม่มีผู้ใดสามารถจะยกโทษได้นอกจากพระองค์) [326]

 096 บทดุอาอ์ขณะเดินทาง

«اللهُ أَكْبَرُ».

อัลลอฮุอักบัร

(อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด) 3 ครั้ง

หลังจากนั้น ให้กล่าวว่า

﴿ سُبۡحَٰنَ ٱلَّذِي سَخَّرَ لَنَا هَٰذَا وَمَا كُنَّا لَهُۥ مُقۡرِنِينَ ١٣ وَإِنَّآ إِلَىٰ رَبِّنَا لَمُنقَلِبُونَ ١٤ ﴾ [الزخرف: ١٣،  ١٤] 

ความว่า  “มหาบริสุทธิ์ยิ่ง ผู้ทรงอำนวยสิ่งนี้ให้เรา และเรานั้นไม่สามารถจะควบคุมมันได้ และแท้จริงเราจะกลับคืนสู่พระผู้อภิบาลของเราอย่างแน่นอน”  [327]

แล้วกล่าวว่า

«اللهم إِنَّا نَسْأَلُكَ فِى سَفَرِنَا هَذَا الْبِرَّ وَالتَّقْوَى وَمِنَ الْعَمَلِ مَا تَرْضَى، اللهم هَوِّنْ عَلَيْنَا سَفَرَنَا هَذَا وَاطْوِ عَنَّا بُعْدَهُ، اللهم أَنْتَ الصَّاحِبُ فِى السَّفَرِ وَالْخَلِيفَةُ فِى الأَهْلِ، اللهم إِنِّى أَعُوذُ بِكَ مِنْ وَعْثَاءِ السَّفَرِ، وَكَآبَةِ الْمَنْظَرِ، وَسُوءِ الْمُنْقَلَبِ فِى الْمَالِ وَالأَهْلِ».

อัลลอฮุมมะ อินนานัสอะลุกะ ฟีสะฟะรินา ฮาซัลบิรเราะวัตตักวา วะมินัลอะมะลิมาตัรฎอ อัลลอฮุมมะ เฮาวินอะลัยนา สะฟะเราะนาฮาซา วัฏวิอันนาบุอฺดะฮู อัลลอฮุมมะ อันตัศศอหิบุ ฟิสสะฟะริ วัลเคาะลีฟะตุ ฟิลอะฮฺลิ อัลลอฮุมมะ อินนีอะอูซุบิกะ มินวะอฺษาอิสสะฟะริ วะกาบะติลมันเซาะริ วะสูอิลมุนเกาะละบิ ฟิลมาลิวัลอะฮฺลิ

(โอ้อัลลอฮฺ เราขอจากพระองค์ในการเดินทางครั้งนี้ซึ่งความดีและความยำเกรง และการกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงโปรดปราน โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์โปรดทรงผ่อนคลายในการเดินทางครั้งนี้และย่นระยะทางที่ยาวไกลให้แก่เรา โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือมิตรในยามเดิมทาง และคือผู้แทนที่ดูแลต่อครอบครัว โอ้อัลลอฮฺ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความลำบากในการเดินทาง จากทัศนียภาพที่เศร้าหมอง และจากการพลิกผันที่เลวร้ายในทรัพย์สินและครอบครัว)

และเมื่อกลับ ก็ให้กล่าวคำเหล่านี้เช่นเดียวกัน และให้เพิ่มต่อด้วยคำว่า

«آيِبُونَ تَائِبُونَ، عَابِدُونَ، لِرَبِّنَا حَامِدُونَ».

อายิบูน ตาอิบูน อาบิดูน ลิร็อบบินา หามิดูน

(เรากลับมาแล้ว เราขออภัยโทษแล้ว เราเป็นผู้อ่อนน้อมแล้ว เราเป็นผู้กล่าวสรรเสริญต่อพระผู้อภิบาลของเราแล้ว) [328]

 097 บทดุอาอ์เมื่อต้องการเข้าหมู่บ้านหรือเมือง

«اللهم رَبَّ السَّمَوَاتِ السَّبْعِ وَمَا أَظْلَلْنَ، وَرَبَّ اْلأَرَضِينَ السَّبْعِ وَمَا أَقْلَلْنَ، وَرَبَّ الشَّيَاطِينَ وَمَا أَضْلَلْنَ، وَرَبَّ الرِّيَاحِ وَمَا ذَرَيْنَ، أَسْأَلُكَ خَيْرَ هَذِهِ الْقَرْيَةِ، وَخَيْرَ أَهْلِهَا وَخَيْرَ مَا فِيهَا، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ أَهْلِهَا، وَشَرِّ مَا فِيهَا».

อัลลอฮุมมะ ร็อบบัสสะมาวาติสสับอิ วะมาอัซลัลนะ วะร็อบบัลอะเราะฎีนัสสับอิ วะมาอักลัลนะ วะร็อบบัชชะยาฏีนะ วะมาอัฎลัลนะ วะร็อบบัรริยาหิ วะมาซะร็อยนะ อัสอะลุกะ ค็อยเราะฮาซิฮิลก็อรยะติ วะค็อยเราะอะฮฺลิฮา วะค็อยเราะมาฟีฮา วะอะอูซุบิกะ มินชัรริอะฮฺลิฮา วะชัรริมาฟีฮา 

(โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งฟ้าทั้งเจ็ดและทุกสิ่งที่มันปกคลุมอยู่ พระผู้อภิบาลแห่งแผ่นดินทั้งเจ็ดและทุกสิ่งที่มันแบกรับอยู่ พระผู้อภิบาลของเหล่ามารร้ายชัยฏอนและทุกสิ่งที่พวกมันได้ทำให้หลงทาง และพระผู้อภิบาลแห่งสายลมและทุกสิ่งที่มันพัดพา ฉันขอต่อพระองค์ซึ่งความดีงามของหมู่บ้านนี้และความดีงามของชาวบ้าน และความดีงามที่มีอยู่ในมัน และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของชาวบ้าน และความชั่วร้ายที่มีอยู่ในมัน) [329] 

 098 บทดุอาอ์เมื่อเข้าตลาด

«لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ يُحْيِي وَيُمِيتُ وَهُوَ حَيٌّ لَا يَمُوتُ بِيَدِهِ الْخُيْرُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٍ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ ยุหฺยีย์วะยุมีตุ วะฮุวะหัยยุน ลายะมูต บิยะดิฮิลคอยรฺ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺพระองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีภาคีใดๆ คู่เคียงกับพระองค์ อำนาจและการสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์  พระองค์ทรงให้เกิด พระองค์ทรงให้ตาย และพระองค์คือผู้ทรงชีวินไม่มีวันตาย สิ่งดีงามอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง) [330]

 099 บทดุอาอ์เมื่อพาหนะล้มลง

«بِسْمِ اللهِ».

บิสมิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ) [331]

 100 บทดุอาอ์ของผู้เดินทางแก่ผู้ที่ไม่ได้เดินทาง

«أَسْتَوْدِعُكُمُ اللهَ الَّذِي لَا تَضِيعُ وَدَائِعُهُ».

อัสเตาดิอุกุมุลลอฮฺ อัลละซีลาตะฎีอุ วะดาอิอุฮู  

(ฉันของฝากพวกท่านไว้กับอัลลอฮฺ[332] ผู้ทรงไม่ละเลยต่อของที่ถูกฝากไว้) [333]

 101 บทดุอาอ์ของผู้ที่ไม่ได้เดินทางแก่ผู้เดินทาง

«أَسْتَوْدِعُ اللهَ دِينَكَ وَأَمَانَتَكَ وَخَوَاتِيمَ عَمَلِكَ».

อัสเตาดิอุลลอฮะดีนะกะ วะอะมานะตะกะ วะเคาะวาตีมะ อะมะลิกะ

(ฉันขอฝากศาสนา ความรับผิดชอบ และผลสุดท้ายของการงานของท่านให้กับอัลลอฮฺ) [334] [335]

«زَوَّدَكَ اللهُ التَّقْوى وَغَفَرَ ذَنْبَكَ وَيسَّرَ لَكَ الْخَيْرَ حَيْثُ مَا كُنْتَ ».

เซาวะดะกัลลอฮุตตักวา วะเฆาะฟะเราะซัมบะกะ วะยัสสะเราะ ละกัลค็อยเราะ หัยษุมากุนตะ

(ขออัลลอฮฺทรงให้ท่านได้รับเสบียงแห่งความยำเกรง ขออัลลอฮฺทรงอภัยในความผิดของท่าน ขออัลลอฮฺทรงประทานความง่ายดายในการเก็บเกี่ยวความดีงามในทุกที่ๆ ท่านอยู่) [336]

 102 การกล่าวตักบีรและตัสบีหฺขณะเดินทาง

            ท่านญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า เมื่อพวกเราขึ้นสู่ที่สูง (หรือเนินสูง) พวกเราก็จะกล่าวตักบีรว่า

«اللهُ أَكْبَرُ».

อัลลอฮุอักบัร

(อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด)

และเมื่อพวกเราลงมาจากเนิน ก็จะกล่าวตัสบีหฺว่า

« سُبْـحَانَ الله».

สุบหานัลลอฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ) [337]

 103 บทดุอาอ์ที่ผู้เดินทางควรจะกล่าวเมื่อถึงเวลาใกล้รุ่งอรุณ

«سَمَّعَ سَامِعٌ بِحَمْدِ اللهِ، وَحُسْنِ بَلاَئِهِ عَلَيْنَا، رَبَّنَا صَاحِبْنَا، وَأَفْضِلْ عَلَيْنَا، عَائِذاً بِاللهِ مِنَ النَّارِ».

สัมมะอะ สามิอุน บิหัมดิลลาฮฺ วะหุสนิบะลาอิฮี อะลัยนา ร็อบบะนาศอหิบนา วะอัฟฎิลอะลัยนา อาอิซัมบิลลาฮิ มินันนาร

(ผู้ที่ได้ยิน (คำพูดของฉันนี้) ได้บอกต่อๆ ไป ด้วยการสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ และการทดสอบที่ดีของพระองค์ที่มีต่อพวกเรา โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา ได้โปรดทรงเป็นสหายกับเรา และประทานความโปรดปรานให้แก่เรา โดยที่ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากไฟนรก) [338]

 104 บทดุอาอ์เมื่อเข้าพักค้างแรมระหว่างทาง

«أَعُوذُ بِكَلِـمَاتِ الله التَّامَّاتِ مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ».

อะอูซุ บิกะลิมาติลลาฮิตตามมาติ มินชัรริมาเคาะลัก

(ฉันขอความคุ้มครองด้วยถ้อยคำอันสมบูรณ์แห่งอัลลอฮฺ จากความชั่วร้ายที่พระองค์ทรงสร้าง) [339]

 105 บทซิกิรเมื่อกลับจากการเดินทาง

ให้กล่าวตักบีรในทุกๆ ครั้งที่ขึ้นเนินสูง โดยให้กล่าวตักบีรสามครั้ง แล้วกล่าวบทซิกิรนี้

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ، وَلَهُ الْحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ، آيِبُونَ، تَائِبُونَ، عَابِدُونَ، لِرَبِّنا حَامِدُونَ، صَدَقَ اللهُ وَعْدَهُ، وَنَصَرَ عَبْدَهُ، وَهَزَمَ الْأَحْزابَ وَحْدَهُ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร อายิบูน ตาอิบูน อาบิดูน ลิร็อบบินาหามิดูน เศาะดะก็อลลอฮุวะอฺดะฮฺ วะนะเศาะเราะอับดะฮฺ วะฮะซะมัลอะหฺซาบะวะหฺดะฮฺ  

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ไม่มีผู้ใดเป็นภาคีกับพระองค์ อำนาจ และการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง เรากลับมาแล้ว เราขออภัยโทษแล้ว เราเป็นผู้อ่อนน้อมแล้ว เราเป็นผู้กล่าวสรรเสริญต่อพระผู้อภิบาลของเราแล้ว พระองค์ทรงสัจจะต่อการสัญญาของพระองค์ ทรงช่วยเหลือบ่าวของพระองค์ และพระองค์เพียงผู้เดียวที่ทรงสร้างความปราชัยให้แก่พลพรรคทั้งหลาย) [340]

 106 คำกล่าวเมื่อมีสิ่งที่ทำให้มีความปลื้มปิติหรือสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดี

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ครั้งที่ท่านได้เห็นสิ่งที่ทำให้ท่านมีความปลื้มปิติ ก็จะกล่าวว่า

«الحَمْدُ لِلهِ الَّذِي بِنِعْمَتِهِ تَتِمُّ الصَّالِحَاتُ».

อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี บินิอฺมะติฮี ตะติมมุศศอลิหาตฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ซึ่งด้วยความโปรดปรานของพระองค์สิ่งดีๆ ทั้งหลายจึงได้ครบถ้วน)

และเมื่อท่านเห็นสิ่งที่ทำให้ท่านรู้สึกไม่ดี ก็จะกล่าวว่า

«الْحَمْدُ لِلهِ عَلى كُلِّ حَالٍ».

อัลหัมดุลิลลาฮฺ อะลากุลลิหาล

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺในทุกสภาพการณ์)  [341]

 107 ความประเสริฐของการเศาะละวาต (การสดุดี) ต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

 ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่กล่าวเศาะละวาต (สดุดี) แก่ฉันหนึ่งครั้งอัลลอฮฺจะทรงสดุดี (หรือให้ความเมตตา) แก่เขาสิบเท่า[342]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “พวกท่านอย่าทำให้การเยี่ยมเยียนหลุมฝังศพของฉันเป็นแค่การเพลิดเพลิน แต่พวกท่านจงเศาะละวาต (สดุดี) ต่อฉัน แท้จริงการเศาะละวาตของพวกท่านนั้นย่อมถึงฉัน แม้ว่าพวกท่านจะอยู่ที่ใดก็ตาม” [343]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ที่มีความตระหนี่ถี่เหนี่ยว คือ ผู้ที่เมื่อฉัน (นบี) ถูกเอ่ยขึ้น ณ ที่เขา แต่เขากลับไม่กล่าวเศาะละวาต (สดุดี) ต่อฉัน” [344]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “แท้จริง สำหรับอัลลอฮฺนั้น จะมีมลาอิกะฮฺกลุ่มหนึ่งที่จะตระเวนบนแผ่นดิน โดยที่พวกเขา (มลาอิกะฮฺ) จะนำการกล่าวสลาม (ความสันติสุขปลอดภัย) ของประชาชาติของฉันมายังฉัน” [345]

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ไม่มีผู้ใดที่กล่าวสลาม  (ความสันติสุขปลอดภัย) แก่ฉัน เว้นแต่อัลลอฮฺจะให้วิญญาณคืนสู่ร่างกายของฉัน [346] จนกระทั่งฉันจะตอบกลับสลาม”

 108 การให้สลาม

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “พวกท่านจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์จนกว่าพวกท่านจะศรัทธา และพวกท่านยังไม่มีศรัทธา (ที่แท้จริง) จนกว่าพวกท่านจะรักใคร่ปรองดองกัน พวกท่านต้องการไหม ถ้าฉันจะชี้แนะพวกท่านถึงบางสิ่งเมื่อพวกท่านปฏิบัติมันแล้วจะทำให้พวกท่านเกิดความรักใคร่ต่อกัน?  (นั่นคือ) พวกท่านจงเผยแผ่สลามให้แก่กันในหมู่พวกท่าน” [347]

ท่านอัมมาร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่ได้รวบรวม 3 ประการเหล่านี้ แท้จริงเขาได้รวบรวมความศรัทธาไว้ด้วยกัน นั้นคือ การให้ความเป็นธรรมแก่ตัวท่าน[348] การให้สลามแก่ผู้คนทุกคน และการบริจาคทานทั้งๆ ที่มีความขัดสน” [349]

จากท่านอับดุลลอฮฺ บินอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า “ชายคนหนึ่งได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า บทบัญญัติของอิสลามข้อใดดีที่สุด ? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า คือการที่ท่านให้อาหารแก่ผู้อื่น และการที่ท่านให้สลามแก่คนที่ท่านรู้จักและคนที่ท่านไม่รู้จัก” [350]

 109 การตอบสลามแก่คนต่างศาสนิก เมื่อเขาได้ให้สลามแก่เรา

เมื่อชาวคัมภีร์ (ชาวยิวหรือคริสต์ รวมถึงคนต่างศาสนิกอื่นๆ) ให้สลามแก่พวกท่าน ก็จงตอบกลับว่า

«وَعَلَيْكُمْ».

วะอะลัยกุม

(และแด่พวกท่านด้วย) [351]

 110 บทดุอาอ์ขณะได้ยินเสียงไก่ขันและเสียงลาร้อง

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “เมื่อพวกท่านได้ยินเสียงไก่ขัน ก็จงขอต่ออัลลอฮฺให้ประทานความประเสริฐต่างๆ ของพระองค์ เพราะมัน (ไก่) มองเห็นมลาอิกะฮฺ และเมื่อพวกท่านได้ยินเสียงลาร้องก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากชัยฏอน เพราะมัน  (ลา) มองเห็นชัยฏอน” [352]

 111 บทดุอาอ์ขณะได้ยินเสียงเห่าหอนของสุนัขในเวลากลางคืน

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “เมื่อพวกท่านได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอนและเสียงลาร้องในเวลากลางคืน ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺจากชัยฏอน เพราะพวกมัน (สุนัขและลา)มองเห็นสิ่งที่พวกเจ้ามองไม่เห็น” [353]

 112 บทดุอาอ์แก่ผู้ท่านเคยด่าว่าเหยียดหยามเขา

          ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«اللَّهُمَّ فَأَيُّمَا مُؤْمِنٍ سَبَبْتُهُ فَاجْعَلْ ذَلِكَ لَهُ قُرْبَةً إِلَيْكَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ».

อัลลอฮุมมะ ฟะอัยยุมามุอ์มินิน สะบับตุฮู ฟัจญฺอัลซาลิกะละฮู กุรบะตันอิลัยกะ เยามัลกิยามะฮฺ

(โอ้อัลลอฮฺ ผู้ศรัทธาท่านใดก็ตามที่ฉันเคยด่าว่าเหยียดหยามเขา ได้โปรดทำให้เขาได้ใกล้ชิดพระองค์ในวันกิยามะฮฺด้วยเถิด) [354] [355]

 113 คำกล่าวเมื่อต้องการชมเชยมุสลิม

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจำเป็นต้องชมเชยสหายของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้เขากล่าวว่า

«أَحْسِبُ فُلاَناً وَاللهُ حَسِيبُهُ وَلاَ أُزَكِّي عَلَى اللهِ أَحَداً أَحْسِبُهُ...».

อะหฺสิบุฟุลานัน วัลลอฮุหะสีบุฮู วะลาอุซักกี อะลัลลอฮิอะหะดัน อะหฺสิบุฮู....

(ฉันคิดว่าเขาเป็นอย่างนั้น และอัลลอฮฺทรงเป็นผู้ที่รู้เรื่องเขาดีที่สุด และฉันไม่กล่าวชมผู้ใดเกินเลยเหนือไปจากที่อัลลอฮฺรู้ ฉันคิดว่าเขาเป็น (ให้ระบุคุณลักษณะที่ต้องการชม อย่างนั้นอย่างนี้) [356]

 114 คำกล่าวเมื่อมีคนชม

«اللَّهُمَّ لاَ تُؤَاخِذْنِي بِمَا يَقُولُونَ، وَاغْفِرْ لِي مَا لاَ يَعْلَمُونَ، وَاجْعَلْنِي خَيْراً مِمَّا يَظُنُّونَ».

อัลลอฮุมมะ ลาตุอาคิซนี บิมายะกูลูน วัฆฟิรลี มาลายะอฺละมูน วัจญฺอัลนีค็อยร็อน มิมมายะซุนนูน

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดอย่าได้เอาผิดฉันด้วยสิ่งที่พวกเขากล่าวเลย และได้โปรดอภัยให้ฉันในสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ (เกี่ยวกับฉัน) และได้โปรดทำให้ฉันเป็นคนดียิ่งกว่าที่พวกเขาคาดคิด) [357]

 115 คำกล่าวตัลบียะฮฺของผู้ที่ครองอิหฺรอมในการทำหัจญ์และอุมเราะฮฺ

«لَبَّيْكَ اللَّهُمَّ لَبَّيْكَ، لَبَّيْكَ لاَ شَرِيكَ لَكَ لَبَّيْكَ، إِنَّ الْحَمْدَ، وَالنِّعْمَةَ، لَكَ وَالْمُلْكَ، لاَ شَرِيكَ لَكَ».

ลับบัยกัลลอฮุมมะลับบัยก ลับบัยกะลาชะรีกะ ละกะลับบัยกฺ อินนัลหัมดะ วันนิอฺมะตะ ละกะวัลมุลกะ ลาชะรีกะลัก  

(โอ้อัลลอฮฺ ฉันตอบสนองคำเรียกร้องของพระองค์ ฉันตอบสนองพระองค์ ฉันตอบสนองพระองค์ ไม่มีสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์ แท้จริงการสรรเสริญทั้งหลาย ความโปรดปราน และอำนาจเป็นสิทธิของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์) [358]

 116 การกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) เมื่อมาถึงหินดำในขณะที่กำลังเฏาะวาฟ

          ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำการเฏาะวาฟรอบกะอฺบะฮฺโดยที่ท่านนั่งอยู่บนสัตว์พาหนะ ซึ่งทุกๆ ครั้งที่ท่านมาถึงมุมหินดำของกะอฺบะฮฺ ท่านก็จะชี้ไปยังมุมหินดำนั้นด้วยไม้เท้าที่ท่านถืออยู่ แล้วท่านก็กล่าวตักบีร [359]

 117 บทดุอาอ์ขณะเฏาะวาฟระหว่างมุมรุกนุลยะมานี (มุมหนึ่งของกะอฺบะฮฺก่อนถึงมุมหินดำ) และมุมอัล-หะญัร อัล-อัสวัด (มุมหินดำของกะอฺบะฮฺ)

﴿ رَبَّنَآ ءَاتِنَا فِي ٱلدُّنۡيَا حَسَنَةٗ وَفِي ٱلۡأٓخِرَةِ حَسَنَةٗ وَقِنَا عَذَابَ ٱلنَّارِ ٢٠١ ﴾ [البقرة: ٢٠١] 

ความว่า  “โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ได้โปรดประทานให้แก่พวกเรา ซึ่งสิ่งดีงามในโลกนี้ และสิ่งดีงามในโลกหน้า และโปรด คุ้มครองพวกเราให้พ้นจากลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด”  [360]  [361]

 118 บทดุอาอ์เมื่อวุกูฟ (หยุดยืนขอดุอาอ์) ที่เขาอัศ-เศาะฟาและเขาอัล-มัรวะฮฺในขณะที่ทำการสะแอ

          เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เดินสะแอเข้าใกล้เขาอัศ-เศาะฟา ท่านก็จะอ่าน

﴿ ۞إِنَّ ٱلصَّفَا وَٱلۡمَرۡوَةَ مِن شَعَآئِرِ ٱللَّهِۖ فَمَنۡ حَجَّ ٱلۡبَيۡتَ أَوِ ٱعۡتَمَرَ فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡهِ أَن يَطَّوَّفَ بِهِمَاۚ وَمَن تَطَوَّعَ خَيۡرٗا فَإِنَّ ٱللَّهَ شَاكِرٌ عَلِيمٌ ١٥٨ ﴾ [البقرة: ١٥٨] 

ความว่า “แท้จริงภูเขาเศาะฟาและภูเขามัรวะฮฺนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาเครื่องหมายของอัลลอฮฺ” [362]

แล้วกล่าวต่อว่า

«أَبْدَأُ بِمَا بَدَأَ اللهُ بِهِ».

อับดะอุ บิมาบะดะอัลลอฮุบิฮี

(ฉันขอเริ่มต้นเหมือนกับที่อัลลอฮฺ ตะอาลา เริ่ม)

แล้วให้เริ่มเดินสะแอที่เขาอัศ-เศาะฟา โดยให้ขึ้นไปบนเขานั้นจนกระทั่งเห็นบัยตุลลอฮฺ แล้วยืนหันไปยังทิศกิบละฮฺ ซึ่ง ณ ที่นั้นให้กล่าวแสดงการให้ความเอกะต่ออัลลอฮฺและความยิ่งใหญ่ต่อพระองค์ แล้วกล่าวว่า

«لا إلَـهَ إلَّا الله وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ، لَـهُ المُلْكُ، وَلَـهُ الحَـمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ،  لا إلَـهَ إلا الله وَحْدَهُ، أَنْجَزَ وَعْدَهُ، وَنَصَرَ عَبْدَهُ، وَهَزَمَ الأحْزَابَ وَحْدَهُ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุวะหฺดะฮฺ อันญะซะวะอฺดะฮฺ วะนะเศาะเราะอับดะฮฺ วะฮะซะมัลอะหฺซาบะวะหฺดะฮฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ไม่มีผู้ใดเป็นภาคีกับพระองค์ อำนาจ และการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากอัลลอฮฺ พระองค์ทรงปฏิบัติตามสัญญาของพระองค์ ทรงช่วยเหลือบ่าวของพระองค์ และพระองค์เพียงผู้เดียวที่ทรงสร้างความปราชัยให้แก่พลพรรคทั้งหลาย)

หลังจากนั้นให้ยกมือขอดุอาอ์ และกล่าวบทซิกิรดังกล่าวอีกครั้งแล้วขอดุอาอ์ แล้วกล่าวบทซิกิรดังกล่าวเป็นครั้งที่สาม แล้วขอดุอาอ์ โดยให้ปฏิบัติเช่นนี้ที่เขามัรวะฮฺเช่นเดียวกัน [363]

 119 บทดุอาอ์ในวันอะเราะฟะฮฺ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า การดุอาอ์ที่ดีที่สุดคือการดุอาอ์ในวันอะเราะฟะฮฺ ส่วนบทดุอาอ์ที่ดีที่สุดที่ฉันและบรรดานบีก่อนหน้าฉันได้กล่าว (ในวันนั้น) คือ

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ไม่มีผู้ใดเป็นภาคีกับพระองค์ อำนาจ และการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง) [364]

 120 บทซิกิรเมื่ออยู่ที่อัล-มัชอัร อัล-หะรอม (ช่วงที่ประกอบพิธีหัจญ์)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ขี่อูฐพาหนะของท่าน จนกระทั่งมาถึงอัล-มัชอัร อัล-หะรอม จากนั้นท่านก็ได้ผินหน้าไปยังทิศกิบละฮฺและขอดุอาอ์ที่นั้น แล้วท่านก็กล่าวตักบีร

«اللهُ أَكْبَرُ».

อัลลอฮุอักบัร

(อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด)

กล่าวตะฮฺลีล

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ)

และกล่าว

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ وَحْدَهُ لاَ شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุวะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลากุลลิชัยอินเกาะดีร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ ไม่มีผู้ใดเป็นภาคีกับพระองค์ อำนาจ และการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง)

ซึ่งท่านจะอยู่ที่นั่นจนกระทั่งแสงฟัจรฺปรากฏ แล้วท่านก็จะเดินทางไปยังมินาก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้น[365]

 121 การกล่าวตักบีรขณะขว้างเสาหิน (ช่วงที่ประกอบพิธีหัจญ์)

ให้กล่าวตักบีรทุกครั้งที่ขว้างเสาหินทั้งสามด้วยก้อนกรวด แล้วให้เดินไปข้างหน้าและให้หยุดขอดุอาอ์โดยหันหน้าไปยังทิศกิบละฮฺพร้อมกับยกมือทั้งสอง ซึ่งให้ทำเฉพาะเสาหินที่หนึ่งและสอง ส่วนเสาหินที่สาม (ญัมเราะฮฺ อัล-อะเกาะบะฮฺ) ให้ขว้างมันด้วยก้อนกรวดพร้อมๆ กับกล่าวตักบีรในทุกครั้งที่ขว้าง หลังจากนั้นให้จากไปโดยที่ไม่ต้องหยุดยืนขอดุอาอ์  [366]

 122 บทดุอาอ์เมื่อประหลาดใจและมีความปลื้มปิติ

«سُبْحَانَ اللهِ».

สุบหานัลลอฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ) [367]

«اللهُ أَكْبَرُ».

อัลลอฮุอักบัร

(อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด) [368]

 123 สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อมีเรื่องที่ทำให้ดีใจ

              เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มีเรื่องที่ทำให้ท่านดีใจหรือถูกทำให้ดีใจด้วยมัน ท่านจะรุดลงสุญูดเพื่อขอบคุณต่ออัลลอฮฺผู้ทรงประเสริฐและสูงส่งยิ่ง [369]

 124 สิ่งที่ควรปฏิบัติและกล่าวเมื่อร่างกายมีอาการบาดเจ็บ

ให้วางมือของท่านบนส่วนร่างกายที่มีอาการบาดเจ็บ แล้วกล่าวว่า

«بِاسْمِ الله».

บิสมิลลาฮฺ

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ)  อ่านสามครั้ง

แล้วกล่าวว่า

« أَعُوذُ بِاللهِ وَقُدْرَتِـهِ مِنْ شَرِّ مَا أَجِدُ وَأُحَاذِرُ»

อะอูซุบิลลาฮิ วะกุดเราะติฮิ มินชัรริมา อะญิดุ วะอุหาซิร

(ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ และความเกรียงไกรของพระองค์ จากความชั่วร้ายที่ฉันประสบและที่ฉันระแวดระวัง) อ่าน 7 ครั้ง[370]

 125 บทดุอาอ์เมื่อเกรงว่าจะโดนพลังชั่วร้ายจากสายตาแห่งความอิจฉา (อัล-อัยน์)

เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านเห็นสิ่งที่ทำให้เขามีความประทับใจในตัวของพี่น้องคนหนึ่งของเขา ทั้งที่เกี่ยวข้องกับตัวของเขาหรือในทรัพย์สินของเขา ก็ให้กล่าวอวยพรแสดงความจำเริญ (บะเราะกะฮฺ) แก่เขาคนนั้น เพราะอัยน์ (พลังชั่วร้ายจากสายตาแห่งความอิจฉา) นั้นมีอยู่จริง[371]

 126 คำกล่าวเมื่อรู้สึกหวาดผวา

«لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللهُ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ) [372]

 127 คำกล่าวขณะเชือดสัตว์

«بِسْمِ اللهِ وَاللهُ أَكْبَرُ اللَّهُمَّ مِنْكَ وَلَكَ اللَّهُمَّ تَقَبَّلْ مِنِّي».

บิสมิลลาฮฺ วัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุมมะ มินกะ วะละกะ อัลลอฮุมมะ ตะก็อบบัลมินนี

(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด โอ้อัลลอฮฺ (สิ่งนี้) มาจากพระองค์ และเป็นไปเพื่อพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดตอบรับ  (การงาน) จากฉันด้วยเถิด) [373]

 128 คำกล่าวที่จะปกป้องจากการล่อลวงของชัยฏอน

«أَعُوذُ بكَلِمَاتِ اللهِ التَّامَّاتِ الَّتِي لاَ يُجَاوِزُهُنَّ بَرٌّ وَلاَ فَاجِرٌ: مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ، وَبَرَأَ وَذَرَأَ، وَمِنْ شَرِّ مَا يَنْزِلُ مِنَ السَّمَاءِ، وَمِنْ شَرِّ مَا يَعْرُجُ فيهَا، وَمِنْ شَرِّ مَا ذَرَأَ فِي الْأَرْضِ، وَمِنْ شَرِّ مَا يَخْرُجُ مِنْهَا، وَمِنْ شَرِّ فِتَنِ اللَّيْلِ وَالنَّهَارِ، وَمِنْ شَرِّ كُلِّ طَارِقٍ إِلاَّ طَارِقاً يَطْرُقُ بِخَيْرٍ يَا رَحْمَنُ».

อะอูซุ บิกะลิมาติลลาฮฺ อัตตามมาติ อัลละตี ลายุญาวิซุฮุนนะ บัรรุนวะลาฟาญิร มินชัรริมาเคาะลักฺ วะบะเราะอะ วะซะเราะอะ วะมินชัรริมา ยันซิลุมินัสสะมาอ์ วะมินชัรริมา ยะอฺรุญุฟีฮา วะมินชัรริมา ซะเราะอะฟิลอัรฎฺ วะมินชัรริมา ยัครุญุมินฮา วะมินชัรริ ฟิตะนิลลัยลิ วันนะฮาร วะมินชัรริ กุลลิฏอริกิน อิลลาฏอริก็อน ยัฏฺรุกุบิค็อยริน ยาเราะหฺมาน

(ฉันขอความคุ้มครองด้วยพระพจนารถแห่งอัลลอฮฺที่สมบูรณ์ยิ่ง ซึ่งไม่มีคำพูดของผู้ใดจะสมบูรณ์ยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนเลว  (ให้ปลอดภัย) จากความชั่วร้ายของสิ่งที่ถูกสร้างและจากความชั่วร้ายของทุกสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบังเกิด (สร้าง,ประดิษฐ์) มันขึ้นมา และจากความชั่วร้ายที่ลงมาจากฟากฟ้า และจากความชั่วร้ายที่ขึ้นไปสู่ในนั้น และจากความชั่วร้ายของสิ่งที่มีอยู่ใต้แผ่นดิน และจากความชั่วร้ายสิ่งที่ออกมาจากมัน และจากความชั่วร้ายของบททดสอบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งในยามกลางคืนและกลางวัน และจากความชั่วร้ายของทุกสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในยามค่ำคืน ยกเว้นที่สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดี โอ้พระผู้ทรงเมตตา) [374]

 129 การอิสติฆฺฟาร (ขออภัยโทษ) และการเตาบะฮฺ (การกลับเนื้อกลับตัว)

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ แท้จริงฉันได้อิสติฆฟารต่ออัลลอฮฺ และเตาบะฮฺต่อพระองค์มากกว่าเจ็ดสิบครั้งในหนึ่งวัน” [375]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกท่านทั้งหลายจงเตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺเถิด เพราะแท้จริงฉันได้ทำการเตาบะฮฺต่อพระองค์มากถึงหนึ่งร้อยครั้งในหนึ่งวัน” [376]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า ผู้ใดที่กล่าว

«أَسْتَغْفِرُ اللهَ الْعَظيمَ الَّذِي لاَ إِلَهَ إِلاَّ هُوَ الْحَيُّ القَيُّومُ وَأَتُوبُ إِلَيهِ».

อัสตัฆฟิรุลลอฮัลอะซีม อัลละซี ลาอิลาฮะอิลลา ฮุวัลหัยยุลก็อยยูม วะอะตูบุอิลัยฮฺ

(ฉันขออภัยโทษจากอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงชีวิน ผู้ทรงดูแลอภิบาล และฉันขอกลับเนื้อกลับตัวยังพระองค์)

เขาจะถูกอภัยโทษถึงแม้ว่าเขาจะทำความผิดโดยการหนีสมรภูมิรบก็ตาม[377]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ช่วงเวลาที่พระผู้เป็นเจ้าจะอยู่ใกล้ชิดกับบ่าวมากที่สุดนั้นคือช่วงเวลาสุดท้ายของยามค่ำคืน ดังนั้น หากท่านสามารถที่จะเป็นผู้หนึ่งจากบรรดาผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮฺในช่วงเวลานั้นก็จงเป็นเสียเถิด” [378]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “สภาพที่บ่าวได้ใกล้ชิดกับพระผู้อภิบาลของเขามากที่สุด นั่นคือ ในขณะที่เขาเป็นผู้ที่กำลังสุญูด ดังนั้นพวกท่านจงขอดุอาอ์ให้มากๆ ( (ในขณะที่สุญูด)[379]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า  “ในบางครั้งฉันยังรู้สึกว่าหัวใจของฉันขุ่นหมอง ฉันจึงขออภัยโทษต่อพระองค์อัลลอฮฺหนึ่งร้อยครั้งในหนึ่งวัน” [380]

 130 ความประเสริฐของการกล่าวตัสบีหฺ, ตะหฺมีด, ตะฮฺลีล, ตักบีร[381]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า ผู้ใดที่กล่าว

«سُبْـحَانَ اللهِ وَبِـحَـمْدِهِ».

สุบหานัลลอฮิ วะบิหัมดิฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์)

ในหนึ่งวันเป็นจำนวนหนึ่งร้อยครั้ง [382] ความผิดต่างๆ ของเขาจะถูกทำให้ร่วงหล่นลงไปแม้มันจะมากมายเช่นฟองน้ำในทะเลก็ตาม [383]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า ผู้ใดที่กล่าว

« لا إلَـهَ إلَّا الله وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَـهُ، لَـهُ المُلْكُ وَلَـهُ الحَـمْدُ وَهُوَ عَلٰى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอะลา กุลลิชัยอินเกาะดีร

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ สำหรับพระองค์คืออำนาจการครอบครองและมวลการสรรเสริญ และพระองค์ทรงมีเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง)

ให้อ่านสิบครั้ง เขาจะได้รับผลบุญประหนึ่งไถ่ทาสสี่คนจากลูกหลานของอิสมาอีล [384]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า สองคำที่เบาแก่ลิ้น[385] หนักบนตาชั่ง[386] เป็นที่รักแก่อัร-เราะหฺมาน[387] นั่นคือ

«سُبْحَانَ اللهِ وَبِحَمْدِهِ، سُبْحَانَ اللهِ الْعَظِيمِ».

สุบหานัลลอฮิ วะบิหัมดิฮฺ สุบหานัลลอฮิลอะซีม

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ ผู้ทรงยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด) [388]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า การที่ฉันกล่าว

« سُبْـحَانَ اللهِ، وَالحَـمْدُ للهِ، وَلا إلٰـهَ إلَّا اللهُ، وَاللهُ أَكْبَرُ ».

สุบหานัลลอฮฺ วัลหัมดุลิลลาฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด)

นั้นย่อมเป็นที่รักแก่ฉันมากกว่าสิ่งที่ดวงอาทิตย์ได้ขึ้นมาเหนือมัน [389] [390]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วท่านก็ได้กล่าวว่า “พวกท่านแต่ละคนไม่มีความสามารถที่จะเก็บเกี่ยวหนึ่งพันความดีในแต่ละวันกระนั้นหรือ?” คนที่นั่งอยู่ด้วยคนหนึ่งได้ถามท่านว่า พวกเราแต่ละคนจะเก็บเกี่ยวหนึ่งพันความดีในแต่ละวันได้อย่างไร? ท่านตอบว่า “ให้เขากล่าวตัสบีหฺ

« سُبْـحَانَ اللهِ ».

สุบหานัลลอฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ)

หนึ่งร้อยครั้ง เขาก็จะถูกบันทึกหนึ่งพันความดีให้ หรือจะถูกลบหนึ่งพันความผิดจากเขา” [391] [392]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«سُبْـحاَنَ اللهِ العَظِيمِ وَبِـحَـمْدِهِ».

สุบหานัลลอฮิลอะซีม วะบิหัมดิฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ ผู้ทรงยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์)

จะถูกปลูกต้นอินทผลัมหนึ่งต้นเตรียมไว้แก่เขาในสวนสวรรค์ [393]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “โอ้ท่านอับดุลลอฮฺ บินก็อยสฺ จะให้ฉันบอกแก่ท่านถึงคลังหนึ่งในจำนวนคลังทั้งหลายของสวรรค์ไหม? [394]” ฉันจึงตอบว่า “เอาสิ โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ” ท่านนบีจึงกล่าวว่า จงกล่าวเถิดว่า 

« لَا حَولَ وَلَا قُوَّةَ إلَّا بِاللهِ».

ลาเหาละ วะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ

(ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ)[395]

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ถ้อยคำที่เป็นที่รักยิ่งสำหรับอัลลอฮฺนั้นมีสี่ถ้อยคำ ซึ่งไม่เป็นปัญหาที่จะเริ่มกล่าวด้วยคำใดก่อน” นั้นคือ

«سُبْـحَانَ اللهِ، وَالحَـمْدُ للهِ، وَلا إلٰـهَ إلَّا اللهُ، وَاللهُ أَكْبَرُ».

สุบหานัลลอฮฺ วัลหัมดุลิลลาฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด) [396]

มีชายอาหรับชนบทคนหนึ่งมาหาท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และได้กล่าวแก่ท่านว่า “โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮฺ ได้โปรดสอนฉันถึงถ้อยคำต่างๆ ที่ฉันจะใช้กล่าวมัน” ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า ท่านจงกล่าวว่า  

«لَا إلٰـهَ إلَّا الله وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَـهُ، اللهُ أَكْبَرُ كَبِيراً، وَالحَـمْدُ لِلهِ كَثِيراً، وَسُبْـحَانَ اللهِ رَبِّ العَالَـمِينَ، لا حَولَ وَلاَ قُوَّةَ إلَّا بِاللهِ العَزِيزِ الحَكِيمِ».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮูลาชะรีกะละฮฺ อัลลอฮุอักบัรกะบีรอ วัลหัมดุลิลลาฮิกะษีรอ วะสุบหานัลลอฮิร็อบบิลอาละมีน ลาเหาละวะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮิลอะซีซิลหะกีม

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด การสรรเสริญอย่างมากมายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่ผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเดชานุภาพและปรีชาญาณ)

ชายผู้นั้นกล่าวต่อไปว่า “นั่นสำหรับพระเจ้าของฉัน แล้วสำหรับตัวฉันล่ะ?” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า ท่านจงกล่าวว่า

«اللّٰهُـمَّ اغْفِرْ لِي وَارْحَـمْنِي وَاهْدِنِي وَعَافِنِي وَارْزُقْنِي».

อัลลอฮุมมัฆฟิรลี วัรหัมนี วะฮฺดินี วะอาฟินี วัรซุกนี

(โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดอภัยให้ฉัน และเมตตาฉัน และชี้ทางฉัน และให้ฉันมีความปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ และประทานปัจจัยริสกีแก่ฉันด้วยเถิด)

หลังจากชายเบดูอินคนนั้นเดินจากไป ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ได้กล่าวว่า “มือของเขาทั้งสองจะต้องเต็มไปด้วยความดีงามอย่างแน่นอน”[397]

            ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “แท้จริงบทดุอาอ์ที่ประเสริฐที่สุดนั้นคือ

«الحَـمْدُ للهِ».

อัลหัมดุลิลลาฮฺ

(การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ)

และบทซิกิรที่ประเสริฐที่สุดนั้นคือ

«لَا إلٰـهَ إلَّا الله».

ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ

(ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ) [398]

อัล-บากิยาต อัศ-ศอลิหาตฺ (บทซิกิรที่ดีซึ่งจะมีคุณค่ายั่งยืนถึงอาคิเราะฮฺ) ได้แก่

«سُبْـحَانَ اللهِ، وَالحَـمْدُ للهِ، وَلا إلٰـهَ إلَّا اللهُ، وَاللهُ أَكْبَرُ و لَا حَولَ وَلَا قُوَّةَ إلَّا بِاللهِ».

สุบหานัลลอฮฺ วัลหัมดุลิลลาฮฺ วะลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วัลลอฮุอักบัร วะลาเหาละ วะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ

(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ) [399]

 131 ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้นับตัสบีหฺอย่างไร?

จากท่านอับดุลลอฮฺ บินอัมรฺ เราะฎิยัลลอฮุมา เล่าว่า

«رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَعْقِدُ التَّسْبِيحَ»

ความว่า ฉันเห็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้นับตัสบีหฺด้วยมือขวาของท่าน[400]

 132 ความดีงามบางประการและมารยาทที่ครอบคลุม

ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

«إِذَا كَانَ جُنْحُ اللَّيْلِ، أَوْ أَمْسَيْتُمْ، فَكُفُّوا صِبْيَانَكُمْ، فَإِنَّ الشَّيَاطِينَ تَنْتَشِرُ حِينَئِذٍ، فَإِذَا ذَهَبَ سَاعَةٌ مِنَ اللَّيْلِ فَحُلُّوهُمْ، فَأَغْلِقُوا الأَبْوَابَ وَاذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ، فَإِنَّ الشَّيْطَانَ لاَ يَفْتَحُ بَابًا مُغْلَقًا، وَأَوْكُوا قِرَبَكُمْ وَاذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ، وَخَمِّرُوا آنِيَتَكُمْ وَاذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ، وَلَوْ أَنْ تَعْرُضُوا عَلَيْهَا شَيْئًا، وَأَطْفِئُوا مَصَابِيحَكُمْ»

ความว่า เมื่อเข้าช่วงเวลาพลบค่ำ ก็จงห้ามมิให้บุตรหลานของพวกท่านอยู่นอกบ้าน เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวบรรดาชัยฏอนจะออกมามากมาย เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นไปสักครู่หนึ่งก็ให้ปล่อยพวกเขาได้ และจงปิดประตูและกล่าวซิกรุลลอฮฺ เพราะแท้จริงชัยฏอนจะไม่สามารถเปิดประตูที่ปิดอยู่ได้ และจงมัดถุงหนังใส่น้ำของพวกท่านและกล่าวซิกรุลลอฮฺ และจงปิดภาชนะใส่อาหารของพวกท่านและกล่าวซิกรุลลอฮฺ และให้วางอะไรบางอย่าง (เช่นไม้) บนภาชนะนั้น  และจงดับตะเกียงที่พวกท่านเปิดไว้ [401]

وَصَلَّى اللهُ وَسَلَّمَ وَبَارَكَ عَلَى نَبِيِّنَا مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِهِ وَأَصْحَابِهِ أَجْمَعِينَ



[1]  คำว่า “หิศนุ” หมายถึงป้อมปราการ หิศนุลมุสลิม ในที่นี้ เป็นการเปรียบเทียบว่า บทซิกิรต่างๆ เหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องมุสลิมจากการคุกคามของชัยฏอนได้ เสมือนดังที่ป้อมปราการสามารถปกป้องจากการโจมตีของศัตรู (บรรณาธิการ)

[2] สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ : 152

[3] สูเราะฮฺอัล-อะหฺซาบ : 41

[4] สูเราะฮฺอัล-อะหฺซาบ : 35

[5] สูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ : 205

[6] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6407 และมุสลิม หมายเลข 779

[7] ดีกว่าการบริจาคทาน

[8] ดีกว่าการทำญิฮาด (ต่อสู้ดิ้นร้นในหนทางของอัลลอฮฺ)

[9] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3374, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3790, อะหฺมัด หมายเลข 5/195, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัต-ตัรฆีบ วัต-ตัรฮีบ” หมายเลข 1493

[10] กล่าวคือ ถ้าบ่าวขออภัยโทษอัลลอฮฺก็จะให้อภัย, ถ้าบ่าวขอความช่วยเหลืออัลลอฮฺก็จะให้ความช่วยเหลือ, ถ้าบ่าวขอดุอาอ์อัลลอฮฺจะตอบรับคำขอนั้น เป็นต้น

[11] อัลลอฮฺจะทรงรับฟังในสิ่งที่บ่าวได้รำลึกถึงพระองค์ทั้งด้วยลิ้นและหัวใจ

[12] ด้วยการรำลึกถึงพระองค์เพียงลำพังและเต็มเปี่ยมด้วยความหนักแน่นและบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์

[13] คือจะให้ผลตอบแทนแก่เขา

[14] พร้อมๆ กับบรรดาผู้ศรัทธา

[15] พระองค์จะให้ผลตอบแทนและการยกย่องเชิดชูแก่บ่าวคนนั้น ยิ่งกว่าการที่บ่าวคนนั้นได้รำลึกถึงพระองค์เสียอีก

[16] หะดีษนี้หมายถึง ยิ่งบ่าวเข้าหาอัลลอฮฺด้วยการเคารพภักดีมากเท่าใด พระองค์ก็จะทรงประทานความเมตตา ความช่วยเหลือ รางวัลผลตอบแทน ฯลฯ แก่บ่าวคนนั้นมากขึ้นและเร็วขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับบ่าวคนนั้น

[17] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 7405 และมุสลิม หมายเลข 2675

[18] ให้หมั่นรำลึกถึงอัลลอฮฺอยู่เสมอ

[19] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3375, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3793, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัต-ตัรฆีบ วัต-ตัรฮีบ” หมายเลข 1491

[20] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 2910 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 2910

[21] ด้านหลังของมัสญิดที่คนยากจนขัดสนมุสลิมในสมัยนั้นพักอาศัยและละหมาดที่นั่น

[22] สถานที่แถบชานเมืองมะดีนะฮฺ

[23] ถือเป็นทรัพย์สินที่เป็นที่รักยิ่งและมีค่าที่สุดในยุคสมัยนั้น

[24] เช่น ขโมยหรือยักยอกทรัพย์ เป็นต้น

[25] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 803

[26] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 4856 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่หะสันเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 4856

[27] ความเสียใจและความเสียดาย

[28] เพราะการที่พวกเขาแยกย้ายไปโดยไม่มีการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ

[29] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3380 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 3380

[30] กลุ่มชนที่นั่งร่วมประชุมโดยที่ไม่มีการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พวกเขาจะไม่ได้รับสิ่งใดนอกจากความผิดบาปที่ทำให้มีผลกระทบต่อการเป็นอยู่ในโลกอาคิเราะฮฺ เฉกเช่นที่การร่วมประชุมที่ล้อมวงมูลของลาที่มันจะส่งกลิ่นเหม็นและก่ออันตรายต่อผู้ที่นั่งร่วม

[31] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 4855 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 4855

[32] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6314 และมุสลิม หมายเลข 2711

[33] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1154 และอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3878

[34] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3401 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่หะสัน ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 3401

[35] สูเราะฮฺอาล อิมรอน 190-200

[36] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 4569 และมุสลิม หมายเลข 256

[37] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 4023 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่หะสัน ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 4023

[38] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 4020 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 4020

[39] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 4020 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 4020

[40] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3558 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อิบนุมาญะฮฺหมายเลข 3558

[41] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 606 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 606

[42] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 142 และมุสลิม หมายเลข 375

[43] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 30 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 30

[44] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 101 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 101

[45] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 234

[46] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 55 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 55

[47] บันทึกโดยอัน-นะสาอี ในอะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺหมายเลข 30 และชัยคฺอัล-อัลบานีได้สนับสนุนให้อ่านซิกิรบทนี้ ในอิรวาอ์ อัล-เฆาะลีลเล่ม 1 หน้า 135 และ เล่ม 3 หน้า 94

[48] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5095 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 5095

[49] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5094 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 5094

[50] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5096 นักวิชาการบางท่านกล่าวว่าหะดีษบทนี้เป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ โดยอ้างทัศนะของชัยคฺอัล-อัลบานี ใน “เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ หน้า 839” แต่แท้ที่จริงท่านได้เปลี่ยนทัศนะนี้แล้ว และกล่าวว่าหะดีษจากท่านชุร็อยหฺ ที่รายงานจากท่านอบีมาลิก อัล-อัชอะรี เป็นหะดีษเฎาะอีฟ เนื่องจากท่านชุร็อยหฺ ไม่ได้ยินการรายงานจากท่านอบีมาลิก อัล-อัชอะรี ซึ่งเป็นการรายงานที่ขาดตอน จึงทำให้หะดีษบทนี้เป็นหะดีษเฎาะอีฟ ดูใน “สิลสิละฮฺ อัล-อะหาดีษ อัฎ-เฎาะอีฟะฮฺ หมายเลข 5832”

[51] นักวิชาการอธิบายคำว่า “นูร” ในที่นี้ หมายถึง ความรู้และทางนำ

[52] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6316 และมุสลิม หมายเลข 763

[53] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3419 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เฎาะอีฟ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 3419

[54] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 695 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 536

[55] ดูในอัล-ฟัตหุ เล่ม 11 หน้า 118

[56] ท่านอนัส บินมาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า “สุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อเข้ามัสญิดนั้น ให้เริ่มก้าวเท้าข้างขวา และเมื่อออกจากมัสญิดให้เริ่มก้าวเท้าข้างซ้าย” (บันทึกโดยอัล-หากิม เล่ม 1 หน้า 218 และบัยฮะกี เล่ม 2 หน้า 442 ซึ่งชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่หะสัน ใน “สิลสิละฮฺ อัล-อะหาดีษ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ” หมายเลข 2478)

[57] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 466 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 466

[58] บันทึกโดยอิบนุ อัส-สุนนีย์ หมายเลข 88 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “อัษ-ษะมัร อัล-มุสตะฏอบ” หน้า 706

[59] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 465 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 465

[60] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 713

[61] บันทึกโดยอัล-หากิม เล่ม 1 หน้า 218 และบัยฮะกี เล่ม 2 หน้า 442 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่หะสัน ใน “สิลสิละฮฺ อัล-อะหาดีษ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ” หมายเลข 2478

[62] บันทึกโดยอิบนุ อัส-สุนนี หมายเลข 88 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “อัษ-ษะมัร อัล-มุสตะฏอบ” หน้า 706

[63] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 465 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 465

[64] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 713

[65] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 773 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อิบนุมาญะฮฺหมายเลข 773

[66] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 611,613 และมุสลิม หมายเลข 383

[67] บันทึกโดยอิบนุคุซัยมะฮฺ เล่ม 1 หน้า 220

[68] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 386

[69] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 384

[70] ตำแหน่งหนึ่งอันสูงส่งในสวนสวรรค์ที่ทำให้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดีเลิศเหนือสรรพสิ่งทั้งหลาย

[71] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 614

[72] บันทึกโดยอัล-บัยฮะกี เล่ม 1 หน้า 410 และท่านชัยคฺอับดุลอะซีซ บินบาซ กล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “ตุหฺฟะฮฺ อัล-อัคยาร” หน้า 38

[73] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3594,3595 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 3595

[74] คือบทดุอาอ์ที่ใช้กล่าวหลังจากที่ได้ตักบีรเข้าสู่การละหมาด และก่อนที่อ่านสูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ

[75] กล่าวคือ ขอให้อัลลอฮฺทรงให้อภัยความผิดทั้งหลายของเราด้วยกับวิธีการที่เป็นเหตุให้ได้รับการอภัย

[76] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 744 และมุสลิม หมายเลข 598

[77] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 399

[78] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 771

[79] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 770

[80] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 764, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 807, อะหฺมัด หมายเลข 16739,16784 และชัยคฺชุอัยบฺ อัล-อัรนะอูฏได้กล่าวว่าเป็นหะสันลิฆ็อยริฮิ ในการตรวจสอบหะดีษนี้ในหนังสือมุสนัดอะหฺมัดและชัยคฺอับดุลกอดิร อัล-อัรนะอูฏ ก็กล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺด้วยกับมีสายรายงานอื่นเสริมในการตรวจสอบหนังสืออัล-กะลิม อัฏ-ฏ็อยยิบโดยอิบนุตัยมียะฮฺ หมายเลข 78 และชัยคฺอัล-อัลบานีก็ได้ระบุในหนังสือเศาะฮีหฺ อัล-กะลิม อัฏ-ฏ็อยยิบหมายเลข 62 และมีบันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 601

[81] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1120, 6317, 7385, 7442, 7499 และมุสลิม หมายเลข 769

[82] อนุญาตให้อ่านมากกว่าสามครั้งตามความยาวนานของการรุกูอฺ

[83] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 772 อบีดาวูด หมายเลข 870, และอัต-ติรมิซี หมายเลข 261

[84] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 794 และมุสลิม หมายเลข 484

[85] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 487

[86] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 771, อบีดาวูด หมายเลข 760 และอะหฺมัด หมายเลข 960

[87] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 873, อัน-นะสาอี หมายเลข 1132, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 873

[88] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 799

[89] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 799

[90] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 477

[91] อนุญาตให้อ่านมากกว่าสามครั้งตามความยาวนานของการสุญูด

[92] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 772 อัต-ติรมิซี หมายเลข 261, และอบีดาวูด หมายเลข 886

[93] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 794 และมุสลิม หมายเลข 484

[94] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 487

[95] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 771

[96] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 873, อัน-นะสาอี หมายเลข 1132, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 873

[97] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 483

[98] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 486

[99] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 874, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 874

[100] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 850, อิบนุมาญะฮฺ 898 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 850

[101] การสุญูดติลาวะฮฺ จะกระทำเมื่ออ่านอัลกุรอานผ่านอายะฮฺสัจญดะฮฺหนึ่งซึ่งมีสุนนะฮฺให้ทำการสุญูด 1 ครั้ง การสุญูดนี้ให้สุญูดทั้งผู้อ่านและผู้ฟัง หรือผู้ที่ได้ยินการอ่านทั้งในและนอกเวลาละหมาด อายะฮฺสัจญดะฮฺมีทั้งหมด 15 อายะฮฺคือ 1. สูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ อายะฮฺที่ 206, 2. สูเราะฮฺอัร-เราะอฺดฺ อายะฮฺที่ 15, 3. สูเราะฮฺอัน-นะหฺล์ อายะฮฺที่ 50, 4. สูเราะฮฺอัล-อิสรออ์ อายะฮฺที่ 109, 5. สูเราะฮฺมัรยัม อายะฮฺที่ 58, 6. สูเราะฮฺอัล-หัจญ์ อายะฮฺที่ 18, 7. สูเราะฮฺอัล-หัจญ์ อายะฮฺที่ 77, 8. สูเราะฮฺอัล-ฟุรกอน อายะฮฺที่ 60, 9. สูเราะฮฺอัน-นัมล์ อายะฮฺที่ 26, 10. สูเราะฮฺอัส-สะญะดะฮฺ อายะฮฺที่ 15, 11. สูเราะฮฺศ็อด อายะฮฺที่ 24, 12. สูเราะฮฺฟุศศิลัต อายะฮฺที่ 38, 13. สูเราะฮฺอัน-นัจม์ อายะฮฺที่ 62, 14. สูเราะฮฺอัล-อินชิกอก อายะฮฺที่ 21, 15. สูเราะฮฺอัล-อะลัก อายะฮฺที่ 19

[102] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1414, อัต-ติรมิซี หมายเลข 580 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1414

[103] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 579 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 579

[104] คือการกล่าว “อัตตะหิยาตุ...” ในละหมาด

[105] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 831 และมุสลิม หมายเลข 402

[106] คือการกล่าวสดุดีแด่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หลังจากที่อ่านตะชะฮฺฮุดในละหมาด

[107] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3370 และมุสลิม หมายเลข 406

[108] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3369 และมุสลิม หมายเลข 407

[109] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1377 และมุสลิม หมายเลข 588

[110] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 832 และมุสลิม หมายเลข 587

[111] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 834 และมุสลิม หมายเลข 2705

[112] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 771

[113] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1522, อัน-นะสาอี หมายเลข 2302 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1522

[114] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 2822, 6390

[115] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 792, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 910 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 792

[116] บันทึกโดยอัน-นะสาอี หมายเลข 1305 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัน-นะสาอี” หมายเลข 1305

[117] บันทึกโดยอัน-นะสาอี หมายเลข 1301, อะหฺมัด หมายเลข 18974 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัน-นะสาอี” หมายเลข 1301

[118] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1495, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3544, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3858 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3544

[119] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3475 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3475

[120] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 591

[121] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 844,6473 และมุสลิม หมายเลข 593 

[122] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 594

[123] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 597

[124] สูเราะฮฺอัล-อิคลาศ : 1-4

[125] สูเราะฮฺอัล-ฟะลัก : 1-5

[126] สูเราะฮฺอัน-นาส : 1-6

[127] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1523, อัต-ติรมิซี หมายเลข 2903, อัน-นะสาอี หมายเลข 1335 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 2903

[128] ทรงมีชิวิตอยู่ตลอดกาลโดยไม่มีกาลอวสาน

[129] ทั้งในฟากฟ้าและแผ่นดิน

[130] พระองค์ไม่ทรงง่วงนอนและนอนหลับนั่นเอง แต่ที่พระองค์ทรงใช้สำนวนว่า “การง่วงนอนและการนอนหลับจะไม่เอาพระองค์” นั้นเป็นการเปรียบเทียบว่าการง่วงนอนก็ดีและการนอนหลับก็ดี ประหนึ่งสิ่งที่มีชิวิตและมีอิทธิพลสามารถทำให้ผู้คนง่วงนอนและนอนหลับได้ กระนั้นก็ดีมันจะไม่แตะต้องพระองค์

[131] นอกจากผู้ที่ได้รับอนุมัติจากพระองค์เท่านั้น

[132] ทรงรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

[133] หมายถึงไม่สามารถล่วงรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดจากความรอบรู้ของพระองค์ได้

[134] จะรู้ได้ก็เฉพาะสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์จะให้รู้เท่านั้น

[135] หมายถึงว่าอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้ในทุกหนทุกแห่งทั้งในฟากฟ้าและพิภพ เพราะเมื่อเก้าอี้ของพระองค์กว้างใหญ่ทั่วชั้นฟ้าและแผ่นดินแล้ว สิ่งใดที่เกิดขึ้นในชั้นฟ้าและแผ่นดินจะเป็นที่ใดก็ตาม ก็ย่อมอยู่ในความรู้ของพระองค์ทั้งสิ้น

[136] สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ : 255

[137] บันทึกโดยอัน-นะสาอี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 100, อิบนุ อัส-สุนนี หมายเลข 121 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺใน “เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ” หมายเลข 6464

[138] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3474,3534 อะหฺมัด หมายเลข 23568 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสันลิฆ็อยริฮิ ใน “เศาะฮีหฺ อัต-ตัรฆีบ วัต-ตัรฮีบ” หมายเลข 477   

[139] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 925, อัน-นะสาอี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 102 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 925   

[140] คือการขอให้อัลลอฮฺทรงเลือกและประทานสิ่งที่ดีให้แก่เรา

[141] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6382,7390

[142] สูเราะฮฺอาลิ อิมรอน : 159

[143] ยามเช้าคือ ช่วงเวลาตั้งแต่หลังเวลาละหมาดศุบุหฺถึงดวงอาทิตย์ขึ้น(ชุรูก) ยามเย็นคือ ช่วงเวลาตั้งแต่หลังเวลาละหมาดอัศรฺถึงดวงอาทิตย์ตก (มัฆริบ) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการซิกรุลลอฮฺ แต่ถ้าจะซิกรุลลอฮฺนอกเวลาจากนี้ก็ย่อมทำได้

[144] ทรงมีชิวิตอยู่ตลอดกาลโดยไม่มีกาลอวสาน

[145] ทั้งในฟากฟ้าและแผ่นดิน

[146] พระองค์ไม่ทรงง่วงนอนและนอนหลับนั่นเอง แต่ที่พระองค์ทรงใช้สำนวนว่า “การง่วงนอนและการนอนหลับจะไม่เอาพระองค์” นั้นเป็นการเปรียบเทียบว่าการง่วงนอนก็ดีและการนอนหลับก็ดี ประหนึ่งสิ่งที่มีชิวิตและมีอิทธิพลสามารถทำให้ผู้คนง่วงนอนและนอนหลับได้ กระนั้นก็ดีมันจะไม่แตะต้องพระองค์

[147] นอกจากผู้ที่ได้รับอนุมัติจากพระองค์เท่านั้น

[148] ทรงรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

[149] หมายถึงไม่สามารถล่วงรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดจากความรอบรู้ของพระองค์ได้

[150] จะรู้ได้ก็เฉพาะสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์จะให้รู้เท่านั้น

[151] หมายถึงว่าอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้ในทุกหนทุกแห่งทั้งในฟากฟ้าและพิภพ เพราะเมื่อเก้าอี้ของพระองค์กว้างใหญ่ทั่วชั้นฟ้าและแผ่นดินแล้ว สิ่งใดที่เกิดขึ้นในชั้นฟ้าและแผ่นดินจะเป็นที่ใดก็ตาม ก็ย่อมอยู่ในความรู้ของพระองค์ทั้งสิ้น

[152] สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ : 255

[153] บันทึกโดยอัน-นะสาอี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 961 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่เศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัต-ตัรฆีบ วัต-ตัรฮีบ” หมายเลข 662

[154] สูเราะฮฺอัล-อิคลาศ : 1-4

[155] สูเราะฮฺอัล-ฟะลัก : 1-5

[156] สูเราะฮฺอัน-นาส : 1-6

[157] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5082, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3575 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษที่หะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3575

[158] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2723

[159] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 1199, อบีดาวูด หมายเลข 5068, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3391 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3391   

[160] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6306

[161] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 1201, อบีดาวูด หมายเลข 5069 และชัยคฺบินบาซกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “ตุหฺฟะฮฺ อัล-อัคยาร” หน้า 23        

[162] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข  5073 และชัยคฺบินบาซกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “ตุหฺฟะฮฺ อัล-อัคยาร” หน้า 24       

[163] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 701 อบีดาวูด หมายเลข  5090 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 5090 

[164] บันทึกโดยอิบนุ อัส-สุนนี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 71 อบีดาวูด หมายเลข 5081 และชัยคฺชุอัยบฺและอับดุลกอดิร อัล-อัรนะอูฏกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในการตรวจสอบหะดีษในหนังสือ “ซาดุลมะอาด” เล่ม 2 หน้า 376 

[165] สิ่งที่บกพร่องในตัวฉันและความลับที่ผู้อื่นไม่ควรรู้เห็น

[166] ธรณีสูบ

[167] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5074 และอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3871 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 5074

[168] บันทึกโดยอัล-บุคอรี ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 1329, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3392,3529, อบีดาวูด หมายเลข 5067 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3392,3529  

[169] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5088, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3388, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3869 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺหมายเลข 3869  

[170] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1529, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3389 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1529

[171] บันทึกโดยอัน-นะสาอี ใน “อัส-สุนัน อัล-กุบรอ” หมายเลข 10330 อัล-หากิม ใน “อัล-มุสตัดร็อก” หมายเลข 2000 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ อัต-ตัรฆีบ วัต-ตัรฮีบ” หมายเลข 661

[172] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5084 และชัยคฺชุอัยบฺและชัยคฺอับดุลเกาะดีร อัล-อัรนะอูฏฺกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ในการตรวจสอบหะดีษในหนังสือ “ซาดุลมะอาด” เล่ม 2 หน้า 373

[173] บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลข 15360-15364 และชัยคฺชุอัยบฺ อัล-อัรนะอูฏฺกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ในการตรวจสอบหะดีษในหนังสือ “มุสนัด อัล-อิมาม อะหฺมัด บินหัมบัล” หมายเลข 15363

[174] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2692

[175] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5077, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3798 และชัยคฺอัล-อัลบานีย์กล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 5077  

[176] บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ หมายเลข 3293 และมุสลิม หมายเลข 2691

[177] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2726

[178] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 925, อัน-นะสาอี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 102 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 925   

[179] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6307 และมุสลิม หมายเลข 2702

[180] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2709 และอบีดาวูด หมายเลข 3898

[181] ชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเฎาะอีฟ ดูใน “สิลสิละฮฺ อัล-อะหาดีษ อัฎ-เฎาะอีฟะฮฺ” หมายเลข 5788 อย่างไรก็ตามก็มีหะดีษอื่นที่ส่งเสริมให้เศาะละวาตต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ให้มากๆ เช่น หะดีษที่รายงานโดยท่านอับดุลลอฮฺ บินอัมรฺ บินอัล-อาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่กล่าวเศาะละวาตแก่ฉันหนึ่งครั้งอัลลอฮฺจะทรงประทานเมตตาของพระองค์แก่เขาสิบเท่า” บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 384

[182] สูเราะฮฺอัล-อิคลาศ : 1-4

[183] สูเราะฮฺอัล-ฟะลัก : 1-5

[184] สูเราะฮฺอัน-นาส : 1-6

[185] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 5017 และมุสลิม หมายเลข 2192

[186] ทรงมีชิวิตอยู่ตลอดกาลโดยไม่มีกาลอวสาน

[187] ทั้งในฟากฟ้าและแผ่นดิน

[188] พระองค์ไม่ทรงง่วงนอนและนอนหลับนั่นเอง แต่ที่พระองค์ทรงใช้สำนวนว่า “การง่วงนอนและการนอนหลับจะไม่เอาพระองค์” นั้นเป็นการเปรียบเทียบว่าการง่วงนอนก็ดีและการนอนหลับก็ดี ประหนึ่งสิ่งที่มีชิวิตและมีอิทธิพลสามารถทำให้ผู้คนง่วงนอนและนอนหลับได้ กระนั้นก็ดีมันจะไม่แตะต้องพระองค์

[189] นอกจากผู้ที่ได้รับอนุมัติจากพระองค์เท่านั้น

[190] ทรงรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

[191] หมายถึงไม่สามารถล่วงรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดจากความรอบรู้ของพระองค์ได้

[192] จะรู้ได้ก็เฉพาะสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์จะให้รู้เท่านั้น

[193] หมายถึงว่าอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้ในทุกหนทุกแห่งทั้งในฟากฟ้าและพิภพ เพราะเมื่อเก้าอี้ของพระองค์กว้างใหญ่ทั่วชั้นฟ้าและแผ่นดินแล้ว สิ่งใดที่เกิดขึ้นในชั้นฟ้าและแผ่นดินจะเป็นที่ใดก็ตาม ก็ย่อมอยู่ในความรู้ของพระองค์ทั้งสิ้น

[194] สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ : 255

[195] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 2311

[196] สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ : 285-286

[197] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 4008 และมุสลิม หมายเลข 807

[198] ส่งเสริมให้วางลำตัวด้านขวาลงนอนหรือให้นอนตะแคงขวา

[199] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6320 และมุสลิม หมายเลข 2714  

[200] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2712 และอะหฺมัด หมายเลข 5502

[201] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5045 อัต-ติรมิซี หมายเลข 3398 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 5045  

[202] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6324 และมุสลิม หมายเลข 2711

[203] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3705 และมุสลิม หมายเลข 2727

[204] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2713 และอัต-ติรมิซี หมายเลข 3481

[205] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2715

[206] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 1329, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3392,3529, อบีดาวูด หมายเลข 5067 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3392,3529  

[207] สูเราะฮฺอัส-สัจญฺดะฮฺ

[208] สูเราะฮฺอัล-มุลกฺ

[209] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6311 และมุสลิม หมายเลข 2710

[210] บันทึกโดยอัน-นะสาอี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 864 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ” หมายเลข 4693

[211] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3893, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3528 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 3893  

[212] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2261

[213] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2261,2262

[214] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2261,2263

[215] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2261

[216] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2263

[217] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1425, อัต-ติรมิซี หมายเลข 464, อัน-นะสาอี หมายเลข 1745 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 1425   

[218] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1427, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3566, อัน-นะสาอี หมายเลข 1100 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 1427   

[219] บันทึกโดยอัล-บัยฮะกี ใน “อัส-สุนัน อัล-กุบรอ” หมายเลข 3144 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “อิรวาอ์ อัล-เฆาะลีล” หมายเลข 428   

[220] บันทึกโดยอัน-นะสาอี หมายเลข 1699, อบีดาวูด หมายเลข 1430, ดารุนกุฏนี หมายเลข 1660 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัน-นะสาอี” หมายเลข 1699 และชัยคฺชุอัยบฺกับชัยคฺอับดุลกอดิร อัล-อัรนะอูฏกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในการตรวจสอบหนังสือ “ซาดุลมะอาด” เล่ม 1 หน้า 337 

[221] บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลข 4318 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัต-ตัรฆีบฺ วัต-ตัรฮีบ” หมายเลข 1822

[222] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 2893

[223] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6346 และมุสลิม หมายเลข 2730

[224] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5090 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 5090

[225] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3505 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซีหมายเลข 3505

[226] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1525 และอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3882 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1525

[227] ขอให้พระองค์ปกป้องเราจากศัตรูและกั้นขวางไม่ให้พวกเขาทำร้ายเราได้

[228] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1537 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1537 

[229] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 2632 อัต-ติรมิซี หมายเลข 3584 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 2632

[230] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 4563

[231] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 707 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 707

[232] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 708 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 708

[233] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1742

[234] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 3005

[235] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3276, มุสลิม หมายเลข 134

[236] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3276, มุสลิม หมายเลข 134

[237] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 134

[238] สูเราะฮฺอัล-หะดีด : 3

[239] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5110 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 5110  

[240] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3563 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3563  

[241] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 2893

[242] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2203

[243] บันทึกโดยอิบนุหิบบาน ใน “มะวาริด” หมายเลข 2427 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “สิลสิละฮฺ อัล-อะหาดีษ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ” หมายเลข 2886  

[244] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1521, อัต-ติรมิซี หมายเลข 406 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1521  

[245] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 764, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 807, อะหฺมัด หมายเลข 16739,16784, ดูความหมายอัลกุรอานสูเราะฮฺอัล-มุอ์มินูน อายะฮฺ 97-98 และชัยคฺชุอัยบฺ อัล-อัรนะอูฏได้กล่าวว่าเป็นหะสันลิฆ็อยริฮิ ในการตรวจสอบหะดีษนี้ในหนังสือมุสนัดอะหฺมัดและชัยคฺอับดุลกอดิร อัล-อัรนะอูฏ ก็กล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺด้วยกับมีสายรายงานอื่นเสริมในการตรวจสอบหนังสืออัล-กะลิม อัฏ-ฏ็อยยิบโดยอิบนุตัยมียะฮฺ หมายเลข 78 และชัยคฺอัล-อัลบานีก็ได้ระบุในหนังสือเศาะฮีหฺ อัล-กะลิม อัฏ-ฏ็อยยิบหมายเลข 62 และมีบันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 601

[246] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 608, มุสลิม หมายเลข 389

[247] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 780

[248] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2664

[249] คือให้เด็กมีชีวิตกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ สามารถที่จะช่วยเหลือเป็นกำลังสำคัญของพ่อแม่ต่อไป

[250] เป็นบทดุอาอ์ที่ท่านอัล-หะสัน อัล-บัศรี ได้อ่าน ดูใน “ตุหฺฟะฮฺ อัล-เมาดูด” โดยท่านอิบนุลก็อยยิม หน้า 20

[251] ท่านอิมามอัน-นะวะวี ได้ระบุบทดุอาอ์นี้ในหนังสือ “อัล-อัซการ” หน้า 349 และดูใน “เศาะฮีหฺ อัล-อัซการ ลินนะวะวี” โดย สะลีม อัล-ฮิลาลี เล่ม 2 หน้า 713

[252] ถ้าขอให้เด็กชายคนเดียว ให้กล่าวว่า

«أُعِيذُكَ بِكَلِـمَاتِ الله التَّامَّةِ، مِنْ كُلِّ شَيْطَانٍ وَهَامَّةٍ، وَمِنْ كُلِّ عَيْنٍ لامَّةٍ».

อุอีซุกะ บิกะลิมาติลลาฮิตตามมะฮฺ มินกุลลิชัยฏอน วะฮามมะฮฺ วะมินกุลลิอัยนิล ลามมะฮฺ

(ฉันขอความคุ้มครองให้แก่เจ้าด้วยถ้อยคำต่างๆ อันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ จากชัยฏอนทุกๆ ตัวที่คอยยุแหย่ล่อลวง รวมถึงแมลงหรือสัตว์มีพิษ และจากทุกๆ อัยน์ (พลังชั่วร้ายจากสายตาแห่งความอิจฉา) ที่คอยมุ่งหมาย)

ถ้าขอให้เด็กหญิงคนเดียว ให้กล่าวว่า

«أُعِيذُكِ بِكَلِـمَاتِ الله التَّامَّةِ، مِنْ كُلِّ شَيْطَانٍ وَهَامَّةٍ، وَمِنْ كُلِّ عَيْنٍ لامَّةٍ».

อุอีซุกิ บิกะลิมาติลลาฮิตตามมะฮฺ มินกุลลิชัยฏอน วะฮามมะฮฺ วะมิน กุลลิอัยนิล ลามมะฮฺ

(ฉันขอความคุ้มครองให้แก่เจ้าด้วยถ้อยคำต่างๆ อันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ จากชัยฏอนทุกๆ ตัวที่คอยยุแหย่ล่อลวง รวมถึงแมลงหรือสัตว์มีพิษ และจากทุกๆ อัยน์ (พลังชั่วร้ายจากสายตาแห่งความอิจฉา) ที่คอยมุ่งหมาย)

[253] พลังชั่วร้ายจากสายตาแห่งความอิจฉา

[254] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3371

[255] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3616

[256] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3106, อัต-ติรมิซี หมายเลข 2083 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟฺ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 2083  

[257] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 1442, อัต-ติรมิซี หมายเลข 969, อะหฺมัด หมายเลข 612 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ” หมายเลข 682  

[258] บรรดานบีทั้งหลาย

[259] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 4440, มุสลิม หมายเลข 2444, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3496

[260] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3116 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในมิชกาตุลมะศอบีหฺหมายเลข 1621

[261] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 918

[262] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 920

[263] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 963

[264] คือทรงโปรดประทานผลบุญแก่เราที่ได้ละหมาดศพให้เขา

[265] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3201, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 1498, อัต-ติรมิซี หมายเลข 1024, อะหฺมัด หมายเลข 8809 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 3201  

[266] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3202, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 1499 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 1499  

[267] บันทึกโดยอัล-หากิม ใน “อัล-มุสตัดร็อก” หมายเลข 1328, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “อะหฺกาม อัล-ญะนาอิซ” หน้า 125  

[268] บันทึกโดยมาลิก ใน “อัล-มุวัฏเฏาะอ์” เล่ม 1 หน้า 288, อัล-บัยฮะกี เล่ม 4 หน้า 9 และชัยคฺชุอัยบฺ อัล-อัรนะอูฏกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในการตรวจสอบหะดีษในหนังสือ “ชัรหุสสุนนะฮฺ ลิลบะเฆาะวี” เล่ม 5 หน้า 357    

[269] ดูใน “อัล-มุฆนี” โดยอิบนุกุดามะฮฺ เล่ม 3 หน้า 416 และ “อัด-ดุรูส อัล-มุฮิมมะฮฺ...” โดยชัยคฺบินบาซ หน้า 15

[270] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1335

[271] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 7377 และมุสลิม หมายเลข 923

[272] ดูใน “อัล-อัซการ” โดยอัน-นะวะวี หน้า 126

[273] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3213, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 1550 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 1550  

[274] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3221 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 3221  

[275] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 974,975

[276] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5099, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3727, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 3727  

[277] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 899

[278] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ในอัล-อะดับ อัล-มุฟร็อดหมายเลข 723 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 723  

[279] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1169 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1169  

[280] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1014 และมุสลิม หมายเลข 897

[281] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1176 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1176  

[282] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1032

[283] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 846 และมุสลิม หมายเลข 71

[284] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1014 และมุสลิม หมายเลข 897

[285] บันทึกโดยอัด-ดาริมี หมายเลข 1729,1730, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3451 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนันอัต-ติรมิซี” หมายเลข 3451  

[286] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 2357 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 2357  

[287] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 1753 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเฎาะอีฟ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 1753 ข้างต้นเป็นสำนวนดุอาอ์ที่ท่านอับดุลลอฮฺ บินอัมรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้อ่าน   

[288] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 1858, อบีดาวูด หมายเลข 3767 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 1858  

[289] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3455 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3455  

[290] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3458, อบีดาวูด หมายเลข 4023, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3285 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3458  

[291] ทุกๆ คนต้องการจากพระองค์

[292] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 5458 และอัต-ติรมิซีย์ หมายเลข 3456

[293] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2042

[294] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2055

[295] เหล่ามะลาอิกะฮฺจะขอดุอาอ์ให้มีความจำเริญ ความดีงาม และจะขอต่ออัลลอฮฺให้อภัยแก่พวกเขา

[296] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 3854, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 1747 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 3854  

[297] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1431

[298] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1894 และมุสลิม หมายเลข 1151

[299] เครื่องตวงชนิดหนึ่งเท่ากับ 4-5 ลิตร โดยประมาณ

[300] การตวงโดยใช้กำมือ

[301] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1373

[302] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข  6224

[303] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 2739, อบีดาวูด หมายเลข 5038, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 2739  

[304] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 1905, อบีดาวูด หมายเลข 2130, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 1905  

[305] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 2252, อบีดาวูด หมายเลข 2160, และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 2252  

[306] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 141 และมุสลิม หมายเลข 1434

[307] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3282 และมุสลิม หมายเลข 2610

[308] ด้วยการเป็นโรคหรือทุพพลภาพ ฯลฯ

[309] ไม่ควรที่จะกล่าวดุอาอ์นี้อย่างเปิดเผยต่อหน้าคนที่ประสบกับบททดสอบเพื่อคำนึงถึงความรู้สึกของเขา เป็นการเพียงพอแล้วที่เราจะกล่าวเพียงค่อยๆ ไม่ต้องให้มีเสียงดัง

[310] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3432 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3432  

[311] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3434, อิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3814 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3434  

[312] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3433, อบีดาวูด หมายเลข 4857, อัน-นะสาอี หมายเลข 1344 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3433  

[313] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2346, อะหฺมัด หมายเลข 20778 และอัน-นะสาอี หมายเลข 10054

[314] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 2035 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 2035  

[315] ท่องจำและใคร่ครวญในเนื้อหาของมัน

[316] ความชั่วร้ายและการล่อลวงของมัน

[317] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 809

[318] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 832,1377 และมุสลิม หมายเลข 587-588

[319] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5125 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 5125  

[320] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 2049

[321] บันทึกโดยอัน-นะสาอี หมายเลข 4683 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัน-นะสาอี” หมายเลข 4683  

[322] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 716 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 716  

[323]  บันทึกโดยอิบนุ อัส-สุนนี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 278 และชัยคฺอับดุลกอดิร อัล-อัรนะอูฏกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “อัล-กะลิม อัฏ-ฏ็อยยิบ” หมายเลข 237

[324] บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลข 7045, อิบนุอัส-สุนนี ใน “อะมัล อัล-เยาม์ วัล-ลัยละฮฺ” หมายเลข 292 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “สิลสิละฮฺ อัล-อะหาดีษ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ” หมายเลข 1065  

[325] สูเราะฮฺอัซ-ซุครุฟ 13-14

[326] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 2602, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3446 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3446  

[327] สูเราะฮฺอัซ-ซุครุฟ 13-14

[328] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1342

[329] บันทึกโดยอัน-นะสาอี ในอัส-สุนัน อัล-กุบรอหมายเลข 8775,8776, อิบนุอัส-สุนนี เล่ม 1 หน้า 472 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “ตุรอญะอาต อัล-อัลบานี” หมายเลข 36  

[330] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3428,3429 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3428 

[331] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 4982 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 4982 

[332] ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครอง

[333] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 2825 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 2825 

[334] ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครอง

[335] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 2600, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3443 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ในเศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูดหมายเลข 2600 

[336] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3444 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสันเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3444 

[337] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 2993

[338] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2718

[339] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2709

[340] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1797 และมุสลิม หมายเลข 1344

[341] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3803 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 3803 

[342] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 384

[343] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 2042 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 2042 

[344] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3546 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3546 

[345] บันทึกโดยอัน-นะสาอี หมายเลข 1282 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัน-นะสาอี” หมายเลข 1282 

[346] นักวิชาการบางท่านได้กล่าวว่า “การที่อัลลอฮฺจะให้วิญญาณคืนสู่ร่างกายของท่านนบี” เป็นเรื่องจริง แต่บางท่านก็กล่าวว่าเป็นแค่การเปรียบเปรย กล่าวคือ อัลลอฮฺจะให้ท่านนบีรู้ว่ามีผู้ที่กล่าวสลามแก่ท่านเพียงเท่านั้น 

[347] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 54

[348] กล่าวคือ การปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสั่งใช้ และหลีกห่างจากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสั่งห้าม และให้สิทธิต่อเพื่อนมนุษย์

[349] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ เล่ม 1 หน้า 15

[350] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 12 และมุสลิม หมายเลข 39

[351] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6258 และมุสลิม หมายเลข 2163

[352] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3303 และมุสลิม หมายเลข 2729

[353] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 5103 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 5103 

[354] คือให้คำด่าของเราเปลี่ยนเป็นผลบุญหรือความดีสำหรับเขา ที่จะส่งผลทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ

[355] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6361 และมุสลิม หมายเลข 2601

[356] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 3000

[357] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ ใน “อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 761, อัล-บัยฮะกี ใน “ชุอะบุลอีมาน” หมายเลข 4534 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด” หมายเลข 761  

[358] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1549 และมุสลิม หมายเลข 1184

[359] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1613

[360] สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ : 201

[361] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1892 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1892 

[362] สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ : 158

[363] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1218

[364] บันทึกโดยอัต-ติรมิซีย์ หมายเลข 3585 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซีย์” หมายเลข 3585 

[365] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1218

[366] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 1751,1753 และมุสลิม หมายเลข 1218

[367] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 115,3599,6218 และมุสลิม หมายเลข 1675

[368] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3062 และอัต-ติรมิซี หมายเลข 2180

[369] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 2774, อัต-ติรมิซี หมายเลข 1578 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 2774 

[370] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2202

[371] บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 3509 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อิบนุมาญะฮฺ” หมายเลข 3509   

[372] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 3346 และอัต-ติรมิซี หมายเลข 2880

[373] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1967 และอัล-บัยฮะกี ใน “อัส-สุนัน อัล-กุบรอ” หมายเลข 19184

[374] บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลข 15461 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ” หมายเลข 74   

[375] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6307

[376] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2702

[377] บันทึกโดยอบีดาวูด หมายเลข 1517, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3577 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1517   

[378] บันทึกโดยอัน-นะสาอี หมายเลข 572, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3579 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัน-นะสาอี” หมายเลข 1517   

[379] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 482

[380] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2702

[381] ตัสบีหฺ คือการกล่าว “สุบหานัลลอฮฺ” มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ , ตะหฺมีด คือการกล่าว “อัลหัมดุลิลลาฮฺ” การสรรเสริญทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ , ตะฮฺลีล คือการกล่าว “ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” ไม่พระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ , ตักบีร คือการกล่าว “อัลลอฮุอักบัร” อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด 

[382] อ่านเวลาใดก็ได้ แต่ที่ดีที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ นั่นคือ หลังละหมาดศุบุหฺของแต่ละวัน

[383] เฉพาะบาปเล็กเท่านั้นที่จะถูกลบล้าง และไม่ใช่ความผิดที่เกี่ยวข้องกับลูกหลานอาดัม ที่ต้องให้เขายกโทษให้เสียก่อน ส่วนบาปใหญ่นั้นมีเงื่อนไขสำคัญคือการเตาบะฮฺตัว

[384] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6404 และมุสลิม หมายเลข 2693

[385] เป็นถ้อยคำสั้นๆ มีความง่ายดายในการเรียนรู้ และอนุญาตที่จะให้กล่าวมันทั้งในสภาพที่สะอาดหรือที่มีญุนุบ (คือสภาพที่จำเป็นต้องอาบน้ำชำระร่างกาย)

[386] มีผลบุญที่มากมาย

[387] อัลลอฮฺผู้ทรงเมตตา

[388] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 6406 และมุสลิม หมายเลข 2694

[389] เป็นที่รักมากกว่าสิ่งที่มีอยู่บนโลกนี้

[390] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2695

[391] เฉพาะบาปเล็กเท่านั้นที่จะถูกลบล้าง และไม่ใช่ความผิดที่เกี่ยวข้องกับลูกหลานอาดัม ที่ต้องให้เขายกโทษให้เสียก่อน ส่วนบาปใหญ่นั้นมีเงื่อนไขสำคัญคือการเตาบะฮฺตัว

[392] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2698

[393] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3464 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3464   

[394] ผลบุญที่มีค่าที่สุด ที่เป็นเหตุให้คนคนหนึ่งเข้าสวนสวรรค์

[395] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 4205 และมุสลิม หมายเลข 2704

[396] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2137

[397] บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 2696 และอบีดาวูด หมายเลข 832

[398] บันทึกโดยอัต-ติรมิซี หมายเลข 3383 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อัต-ติรมิซี” หมายเลข 3383   

[399] บันทึกโดยอะหฺมัด หมายเลข 11713 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ” หมายเลข 3214   

[400] บันทึกโดยอัน-นะสาอี หมายเลข 1355, อบีดาวูด หมายเลข 1502, อัต-ติรมิซี หมายเลข 3486 และชัยคฺอัล-อัลบานีกล่าวว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ ใน “เศาะฮีหฺ วะเฎาะอีฟ สุนัน อบีดาวูด” หมายเลข 1502   

[401] บันทึกโดยอัล-บุคอรียฺ หมายเลข 5623 และมุสลิม หมายเลข 2012