คำอธิบาย

จากศรัทธาในพระเยซูคริสต์ สู่หนทางแห่งสัจธรรมอัลอิสลาม อัสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ เดิมนับถือคริสต์ พอมานับถืออิสลามก็เปลี่ยน ชื่อว่า “มัสนีย์” ดิฉันเกิดมาในศาสนาพุทธ และเมื่อโตขึ้นเมื่ออายุได้ 17 ปีก็ได้เข้าเป็นคริสเตียน เมื่อมีผู้หญิงคริสเตียนคนหนึ่ง ที่ได้มาเล่าเรื่องราวของเยซูและเรื่องของการทรงสร้างให้ดิฉันฟัง ดิฉันตัดสินใจรับเชื่อ และเข้าอยู่กับครอบครัวของคริสเตียนแห่งหนึ่งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

รายละเอียดแบบเต็ม

จากศรัทธาในพระเยซูคริสต์ สู่หนทางแห่งสัจธรรมอัลอิสลาม

โดย Musnee

 

อัสลามุอะลัยกุม วะเราะห์มะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ

เดิมนับถือคริสต์ พอมานับถืออิสลามก็เปลี่ยน ชื่อว่า “มัสนีย์”

ดิฉันเกิดมาในศาสนาพุทธ และเมื่อโตขึ้นเมื่ออายุได้ 17 ปีก็ได้เข้าเป็นคริสเตียน เมื่อมีผู้หญิงคริสเตียนคนหนึ่ง ที่ได้มาเล่าเรื่องราวของเยซูและเรื่องของการทรงสร้างให้ดิฉันฟัง ดิฉันตัดสินใจรับเชื่อ และเข้าอยู่กับครอบครัวของคริสเตียนแห่งหนึ่งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว 

ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาดิฉันเรียนไบเบิ้ลทุกวัน และทำทุกอย่างตามระบบที่คริสเตียนได้กำหนด ด้วยว่า ดิฉันเชื่อว่าสรรพสิ่งทั้งหลายต้องมีผู้สร้าง และควบคุมอย่างเป็นระบบระเบียบไม่อาจเกิดขึ้นมาเองได้  ด้วยว่าครอบครัวของดิฉันนั้นมีแต่คนที่ป่วย และดิฉันเป็นคนที่แข็งแรงที่สุดในบ้าน แล้วพี่สาวของดิฉันก็ป่วยทั้งสองคน พ่อของดิฉันเสียไปนานแล้วและแม่ก็แก่มาก เมื่อมีปัญหาอะไรดิฉันกับแม่จะปรึกษากันเสมอ แม่เลี้ยงดูดิฉันโดยให้เกียรติในการตัดสินใจเสมอ ทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนศาสนาด้วยแต่เราก็จะคุยกันเสมอ

ดิฉันพยายามอย่างจิงจังที่จะหาที่พึ่งพาและความสงบสุข แต่ก็ไม่พบกับสิ่งใดนอกจากการเฝ้าอธิษฐานกับเยซูคริสต์ 

ฉันจะไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เสมอ และทำกิจกรรมมากมาย  เล่นละคร ขึ้นเวที สนุกสนานจนติดนิสัยกล้าจนเกินงาม จนลืมความเป็นกุลสตรีที่ควรจะเป็น ฉันมักจะเฮฮาและกรีดกร๊าดกับเพื่อนๆ เสมอ

จนมาวันหนึ่ง ดิฉันได้รู้จักกับกลุ่มเพื่อนที่เป็นมุสลิม เรามักพูดคุยกันเรื่องของศาสนา และเขาจะพยายามแนะนำศาสนาแก่ฉันเสมอ ต้องญะซากัลลอฮุคอยรอนแก่เขา(ขออัลลอฮฺทรงตอบแทน) แต่ตอนนั้นดิฉันก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก

จนวันหนึ่งเราได้โต้แย้งกันเรื่องศาสนา ดิฉันกลับไปค้นหาคำตอบ แต่แทนที่ดิฉันจะได้คำตอบ ดิฉันกลับค้นพบคำถามอีกมากมายที่ไม่รู้จะเอาคำตอบมาจากใหน ดิฉันจึงตัดสินใจเข้าหาผู้นำคริสเตียนและได้ให้สมุดที่จดคำถามไว้ หลายเดือนต่อมาที่ดิฉันเฝ้ารอคำตอบจนไม่มีทีท่าว่าเขาจะตอบ ดิฉันจึงเข้าไปถามเค้าเอง สิ่งที่ได้รับไม่ใช่คำตอบแต่เป็นสมุดเล่มเดิมกับคำถามที่ถามกลับมาว่า “แล้วเธอจะเข้าข้างใคร?”

นี่หรือคือคำตอบที่ดิฉันได้จากผู้นำ ดิฉันอึ้งไปสักพัก แล้วถามกลับไปว่าในเมื่อเกิดความไม่เข้าใจ แล้วพี่เคยสอนว่าถ้าไม่เข้าใจอะไรให้ไปถามให้เข้าหาผู้นำ หนูก็ทำตามที่พี่และไบเบิ้ลสอนและบัญญัติไว้ว่า ถ้าเราสงสัยก็ให้ค้นหาให้เข้าใจ สิ่งใดเป็นความจริงให้ยึดไว้ให้มั่น   ถ้าอย่างนั้นแล้วจะไม่ขัดกับสิ่งที่พูดหรือบัญญัติไว้หรือ ?

แต่สุดท้ายก็ให้ไปอธิษฐานขอคำตอบเอาเอง  ดิฉันกลับมาค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบแต่ละศาสนาจนมาเลื่อมใสในหลักการของอิสลาม ที่มีหลักการและข้อมูลที่ชัดเจน และความน่าจะเป็นตรงกับคำถามที่ดิฉันต้องการคำตอบ  ดิฉันจึงเรียนรู้และตัดสินใจเข้ารับอิสลามในเวลาต่อมาไม่นาน ปัจจุบันเข้ารับอิสลามได้สองเดือนแล้วค่ะ

สำหรับไบเบิ้ลแล้ว อยากบอกทางพี่น้องอิสลามและคริสเตียนให้ทราบว่า ข้อความเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาโดยตลอด ทั้งมีการเพิ่มเติมและตัดออก  เมื่อเทียบกับฉบับของกษัตริย์เจมส์ลดพันธะสัญญาเก่าลงกว่า 50% และลดพันธะสัญญาใหม่ลง  25%

ถ้าความศักดิ์สิทธิ์ หมายความว่าไบเบิ้ลไม่มีความผิดพลาด และพระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ใช่พระเจ้าแห่งการวุ่นวาย ทำไมไบเบิ้ลถึงมีข้อผิดพลาดมากมาย มีหลายอย่างขัดแย้งกันเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นเราจะยึดเอาไบเบิ้ลเป็นโคมส่องทาง  หรือเป็นทางนำแก่เราได้หรือ?

และสุดท้ายอยากฝากถึงพี่น้องมุสลิมทุกท่าน ในฐานะที่อัลลอฮฺได้จัดเตรียมชีวิตโดยเคยเป็นคนที่เคยต่อต้านอิสลาม เคยเป็นทั้งพุทธและคริสต์มาแล้ว จนได้รับทางนำจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา  และเมื่อเรามั่นใจแล้วขอให้ท่านจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และทำตามคำสอนของท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เร่งทำความดีเพราะโลกดุนยา(โลกนี้) ช่างสั้นนัก เป็นเพียงแค่ทางผ่านไปสู่โลกหน้า(อาคีเราะฮฺ) 

ขอให้เราได้ภูมิใจที่อัลลอฮฺทรงเลือกเราให้เป็นบ่าวของพระองค์ ... วัสสลามมุอะลัยกุม  วะเราะมะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ

              ที่มา เว็บบอร์ดอัน-นิสาอ์์

ส่งฟีดแบ็ก