คำอธิบาย

คำถาม - อะไรคือหุก่มของการอิอฺติกาฟ? คำถามตอบโดยเว็บไซต์อิสลามถามตอบ ภายใต้การดูแลของ ท่านเชค มุหัมมัด บิน ศอลิห์ อัล-มุนัจญิด

รายละเอียดแบบเต็ม

> > > >

คำถาม - อะไรคือหุก่มของการอิอฺติกาฟ?

 

คำตอบ - อัลหัมดุลิลลาฮฺ

ประการแรก

การอิอฺติกาฟนั้นมีตัวบทบัญญัติไว้ทั้งในอัลกุรอาน อัสสุนนะฮฺ และอัลอิจญฺมาอฺ

หลักฐานในอัลกุรอานคือ คำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

«وَعَهِدْنَا إِلَى إِبْرَاهِيمَ وَإِسْمَاعِيلَ أَنْ طَهِّرَا بَيْتِيَ لِلطَّائِفِينَ وَالْعَاكِفِينَ وَالرُّكَّعِ السُّجُودِ»

ความว่า และเราได้บัญชาให้อิบรอฮีมและอิสมาอีลทำความสะอาดบ้านของเรา เพื่อพวกที่เฏาะวาฟ พวกที่พำนักอยู่ (อิอฺติกาฟ) และพวกที่รุกูอฺสุญูด [อัลบะเกาะเราะฮฺ: 125]

 

และคำตรัสของอัลลอฮฺอีกอายะฮฺหนึ่งว่า

«وَلا تُبَاشِرُوهُنَّ وَأَنْتُمْ عَاكِفُونَ فِي الْمَسَاجِدِ»

ความว่า และท่านทั้งหลายอย่าร่วมประเวณีกับภรรยาของพวกท่าน ขณะที่พวกท่านอยู่ในมัสยิด (โดยตั้งเจตนาอิอฺติกาฟ) [อัลบะเกาะเราะฮฺ: 167]

 

ส่วนในอัสสุนนะฮฺนั้นมีบัญญัติไว้ในตัวบทหะดีษเป็นจำนวนมาก เช่น หะดีษท่านหญิงอาอิชะฮฺ(เราะฎิยัลลอฮุอันฮา)กล่าวว่า

«كَانَ يَعْتَكِفُ الْعَشْرَ الأَوَاخِرَ مِنْ رَمَضَانَ حَتَّى تَوَفَّاهُ اللَّهُ ، ثُمَّ اعْتَكَفَ أَزْوَاجُهُ مِنْ بَعْدِهِ»

ความว่าท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้อิอฺติกาฟในสิบวันสุดท้ายของเดือนเราะมะฎอน  ต่อมาบรรดาภรรยาของท่านได้ทำการอิอฺติกาฟ  ภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไป  [บันทึกโดยอัลบุคอรี (2026) และมุสลิม (1172)]

 

และในส่วนของการอิจญฺมาอฺนั้น มีอุละมาอฺหลายต่อหลายท่านรายงานอิจญฺมาอฺว่าการอิอฺติกาฟเป็นที่บัญญัติในศาสนาอิสลาม

เช่นท่านอันนะวะวียฺ อิบนุกุดดามะฮฺ และอิบนุตัยมิยฺยะฮฺ เป็นต้น

โปรดดูในหนังสืออัลมัจญฺมูอฺ (6/404) หนังสืออัลมุฆฺนียฺ (4/456)และหนังชัรหุลอุมดะฮฺ(2/711)

 

ท่านอิบนุบาซฺได้กล่าวไว้ในมัจญฺมูอุลฟะตาวา(15/437) ความว่า

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าการอิอฺติกาฟในมัสญิดนั้นเป็นการสร้างความใกล้ชิดกับเอกองค์อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา (อัลกุรบะฮฺ)  และการอิอฺติกาฟในเดือนเราะมะฎอนนั้นประเสริฐกว่าเดือนอื่นๆ  และการอิอฺติกาฟถูกบัญญัติทั้งในเดือนเราะมะฎอนและนอกเหนือเดือนเราะมะฎอน  [คัดมาอย่างสรุป]

 

ประการที่สอง

หุก่มของการอิอฺติกาฟ

เดิมทีหุก่มของการอิอฺติกาฟนั้นเป็นสุนนะฮฺไม่ใช่วาญิบ นอกจากว่าจะมีการนะซัรฺ(บนบาน)ว่าจะกระทำจึงถือว่าเป็นสิ่งวาญิบ ทั้งนี้เนื่องจากคำกล่าวของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)ว่า

«مَنْ نَذَرَ أَنْ يُطِيعَ اللَّهَ فَلْيُطِعْهُ ، وَمَنْ نَذَرَ أَنْ يَعْصِيَهُ فَلا يَعْصِهِ»

ความว่า ใครก็ตามที่ได้ทำการนะซัรฺ(บนบาน)ว่าจะปฏิบัติในสิ่งที่เป็นการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺแล้ว เขาผู้นั้นจงปฏิบัติตามคำบนบานนั้นๆและใครก็ตามที่ได้ทำการนะซัรฺ(บนบาน)ว่าจะปฏิบัติในสิ่งที่เป็นการทรยศต่ออัลลอฮฺแล้ว เขาผู้นั้นอย่าได้ปฏิบัติตามคำบนบานนั้นๆ[รายงานโดยอัลบุคอรี (6696)]

 

และเนื่องจากท่านอุมัรฺ(เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ)เคยกล่าวกับท่านนบีว่า

يَا رَسُولَ اللَّهِ ، إِنِّي نَذَرْتُ فِي الْجَاهِلِيَّةِ أَنْ أَعْتَكِفَ لَيْلَةً فِي الْمَسْجِدِ الْحَرَامِ . قَالَ : « أَوْفِ بِنَذْرِكَ »

ความว่า โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ แท้จริงฉันเคยบนบานไว้ก่อนที่ฉันจะเข้ารับอิสลามว่าฉันจะทำการอิอฺติกาฟในมัสญิดอัลหะรอมหนึ่งคืน  ท่านนบีตอบว่า ท่านจงปฏิบัติตามคำบนบานของท่านเถิด” [รายงานโดยอัลบุคอรี (6697)]

 

และท่านอิบนุมุนซิรฺ ได้กล่าวในหนังสือ(อัลอิจญฺมาอฺ)ของท่าน(หน้า 53)ว่า

"وأجمعوا على أن الاعتكاف سنة لا يجب على الناس فرضا إلا أن يوجبه المرء على نفسه نذرا فيجب عليه" اهـ

ความว่า และบรรดาอุละมาอฺได้มีมติเอกฉันท์ว่าการอิอฺติกาฟนั้นเป็นสุนนะฮฺไม่ใช่เป็นสิ่งที่วาญิบแก่มุสลิม นอกจากว่าเขาจะจงใจทำให้มันเป็นสิ่งวาญิบสำหรับเขาด้วยการนะซัรฺ(บนบาน) เช่นนั้นแล้วจึงถือเป็นสิ่งวาญิบแก่เขา

 

โปรดดูรายละเอียดในหนังสือ ฟิกฮุล อิอฺติกาฟของดร.คอลิด อัลมุชัยกิหฺ หน้า 31

ส่งฟีดแบ็ก