البعث والحشر

نبذة مختصرة

ذكر الأدلة من الكتاب والسنة في موضوع البعث والحشر ، وهي من ضمن الإيمان باليوم الآخر، مقطع من كتاب : مختصر الفقه الإسلامي للشيخ محمد بن إبراهيم التويجري

تفاصيل

โลกที่บ่าวทุกคนต้องผ่าน

มีสามแห่งคือ หนึ่ง โลกที่เราอยู่ในปัจจุบัน สอง โลกสุสาน สาม โลกอันสถาพรในสวนสวรรค์หรือนรก (วันปรโลก)

อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดให้แต่ละภพนั้นมีกฎของมันโดยเฉพาะพระองค์ได้สร้างมนุษย์ประกอบด้วยสองส่วน ส่วนที่เป็นร่างกายและส่วนที่เป็นวิญญาณ  พระองค์ได้กำหนดกฎของโลกนี้สำหรับร่างกายส่วนวิญญาณนั้นเป็นตัวตาม ในขณะที่ในโลกสุสานนั้นทรงกำหนดสำหรับวิญญาณและให้ร่างกายเป็นตัวตาม และพระองค์กำหนดกฎในวันปรโลกไม่ว่าจะเป็นความสุขสบายหรือทุกความทุกข์ทรมานสำหรับร่างกายและดวงวิญญาณพร้อมๆกัน

 

การฟื้นคืนชีพ  คือ การที่คนที่ตายไปแล้วฟื้นมีชีวิตใหม่หลังจากได้ยินเสียงเป่าสังข์ครั้งที่สองของมลาอิกะฮฺ มนุษย์จะฟื้นคืนชีพมุ่งหน้าสู้อัลลอฮฺในสภาพที่เปลือยกาย อวัยวะเพศก็มิได้ขลิบแต่อย่างใด มนุษย์จะถูกให้ฟื้นตามสภาพที่เขาได้สิ้นชีวิต

 

1. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า:

«وَنُفِخَ فِي الصُّورِ فَإِذَا هُمْ مِنَ الأجْدَاثِ إِلَى رَبِّهِمْ يَنْسِلُونَ، قَالُوا يَا وَيْلَنَا مَنْ بَعَثَنَا مِنْ مَرْقَدِنَا هَذَا مَا وَعَدَ الرَّحْمَنُ وَصَدَقَ الْمُرْسَلُونَ»

ความว่า และสังข์ก็จะถูกเป่าขึ้น ทันใดนั้นพวกเขาจะออกจากหลุมศพ แล้วพวกเขาก็รีบรุดไปยังพระเจ้าของพวกเขา พวกเขากล่าวว่า โอ้ความหายนะได้ประสบแก่เรา ใครเล่าที่ให้เราฟื้นขึ้นจากที่นอนของเรา(หลุมฝังศพ) จะมีเสียงกล่าวขึ้นว่านี่แหละคือสิ่งที่พระผู้ทรงกรุณาปรานีได้ทรงสัญญาไว้ และบรรดาศาสนทูตได้กล่าวสมจริงแล้ว (ยาซีน อายะฮฺที่ 51-52)

 

2. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

«ثُمَّ إِنَّكُمْ بَعْدَ ذَلِكَ لَمَيِّتُونَ، ثُمَّ إِنَّكُمْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ تُبْعَثُونَ»

ความว่า หลังจากนั้นแท้จริงพวกเจ้าต้องตายอย่างแน่นอน แล้วแท้จริงพวกเจ้าจะถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นในวันกิยามะฮฺ (อัลมุอ์มินูน 15-16 )

 

ลักษณะการฟื้นคืนชีพ

อัลลอฮฺจะโปรยฝนลงมาเมื่อนั้นมนุษย์ที่สิ้นชีวิตทุกคนจะฟื้นคืนชีพ ดังเช่นพืชพันธุ์งอกเงยขึ้นมาจากพื้นดิน

1. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

«وَهُوَ الَّذِي يُرْسِلُ الرِّيَاحَ بُشْرًا بَيْنَ يَدَيْ رَحْمَتِهِ حَتَّى إِذَا أَقَلَّتْ سَحَابًا ثِقَالا سُقْنَاهُ لِبَلَدٍ مَيِّتٍ فَأَنْزَلْنَا بِهِ الْمَاءَ فَأَخْرَجْنَا بِهِ مِنْ كُلِّ الثَّمَرَاتِ كَذَلِكَ نُخْرِجُ الْمَوْتَى لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ»

ความว่า และพระองค์นั้นคือผู้ที่ส่งลมมาเป็นข่าวดีเบื้องหน้าความเอ็นดูเมตตาของพระองค์จนกระทั่งเมื่อมันได้แบกเมฆอันหนักอึ้งไว้เราก็ให้น้ำลงมาที่เมืองนั้นและเราได้ให้ผลไม้ทุกชนิดออกมาด้วยน้ำนั้น ในทำนองนั้นแหละเราจะให้บรรดาผู้ที่ตายแล้วออกมาเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รำลึก (อัลอะอฺรอฟ อายะฮฺ ที่ 57 )

 

2. จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

«مَا بَيْنَ النَّفْخَتَيْنِ أَرْبَعُونَ» قَالُوا : يَا أَبَا هُرَيْرَةَ أَرْبَعُونَ يَوْمًا ؟ قَالَ : أَبَيْتُ ، قَالُوا : أَرْبَعُونَ شَهْرًا ؟ قَالَ : أَبَيْتُ ، قَالُوا : أَرْبَعُونَ سَنَةً ؟ قَالَ : أَبَيْتُ ، «ثُمَّ يُنْزِلُ اللَّهُ مِنَ السَّمَاءِ مَاءً فَيَنْبُتُونَ، كَمَا يَنْبُتُ الْبَقْلُ» قَالَ : «وَلَيْسَ مِنَ الإِنْسَانِ شَيْءٌ إِلاَّ يَبْلَى، إِلاَّ عَظْمًا وَاحِدًا، وَهُوَ عَجْبُ الذَّنَبِ، وَمِنْهُ يُرَكَّبُ الْخَلْقُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ» (متفق عليه)

ความว่า ระยะเวลาระหว่างการเป่าแตรสังข์ครั้งแรกกับครั้งที่สอง คือ สี่สิบ ผู้คนจึงถามอบูฮูร็อยเราะฮฺว่า โอ้ท่านอบูฮูร็อยเราะฮฺ 40 วันใช่ไหม? อบูฮูร็อยเราะฮฺกล่าวว่าฉันปฏิเสธที่จะยืนยัน  ผู้คนจึงถามท่านอีกว่า 40 เดือนเดือนใช่ไหม ? อบูฮูร็อยเราะฮฺกล่าวว่าฉันปฏิเสธที่จะยืนยัน ผู้คนจึงถามท่านอีกว่า 40 ปี ใช่ไหม? ท่านกล่าวว่าฉันปฏิเสธที่จะยืนยัน จากนั้นอัลลอฮฺจะทรงหลั่งน้ำฝนลงมา มนุษย์ที่สิ้นชีวิตจะฟื้นขึ้นมาดังเช่นต้นถั่วงอกเงยขึ้นมาจากพื้นดิน ในร่างกายของมนุษย์ทุกส่วนจะเปื่อยสลายยกเว้นกระดูกก้นกบ จากจุดนั้นเองร่างกายมนุษย์จะถูกประกอบขึ้นมาอีกครั้งในวันกิยามะฮฺ (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 4935 , มุสลิม หมายเลขหะดีษ 2955 สำนวนรายงานนี้เป็นของท่าน)

 

ผู้ที่ฟื้นคืนชีพคนแรกในวันกิยามะฮฺ

เล่าจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

«أَنَا سَيِّدُ وَلَدِ آدَمَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ، وَأَوَّلُ مَنْ يَنْشَقُّ عَنْهُ الْقَبْرُ ، وَأَوَّلُ شَافِعٍ وَأَوَّلُ مُشَفَّعٍ» (أخرجه مسلم)

ความว่า ฉันคือผู้นำในบรรดาลูกหลานอาดัมในวันกิยามะฮฺ ฉันเป็นคนแรกที่ฟื้นขึ้นจากสุสาน ฉันเป็นคนแรกที่ให้ชะฟาอะฮฺ (ความช่วยเหลือ) และเป็นคนแรกที่ได้รับอนุมัติการชะฟาอะฮฺ (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลขหะดีษ 2278)

 

บุคคลใดที่จะถูกนำมารวมตัวกันในวันกิยามะฮฺ

1. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

«قُلْ إِنَّ الأوَّلِينَ وَالآخِرِينَ، لَمَجْمُوعُونَ إِلَى مِيقَاتِ يَوْمٍ مَعْلُومٍ»

ความว่า จงกล่าวเถิด (มุหัมหมัด) แท้จริงชนรุ่นก่อนๆ และชนรุ่นหลังๆ นั้นจะถูกรวบรวมไว้จนสู่วันอันเป็นที่รู้กัน (วันกิยามะฮฺ) (อัลวากิอะฮฺ อายะฮฺที่ 49-50)

 

2. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

«إِنْ كُلُّ مَنْ فِي السَّمَاوَاتِ وَالأرْضِ إِلا آتِي الرَّحْمَنِ عَبْدًا، لَقَدْ أَحْصَاهُمْ وَعَدَّهُمْ عَدًّا، وَكُلُّهُمْ آتِيهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ فَرْدًا»

ความว่า ไม่มีผู้ใดในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเว้นแต่เขาจะมายังพระผู้ทรงกรุณาปรานีในฐานะบ่าวคนหนึ่ง แน่นอนที่สุดพระองค์ทรงรอบรู้ถึงพวกเขาและทรงนับพวกเขาอย่างถี่ถ้วนไว้แล้ว และทุกคนในพวกเขาจะมายังพระองค์ในวันกิยามะฮฺอย่างโดดเดี่ยว (มัรยัม อายะฮฺที่ 93-95 )

 

3. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

«وَيَوْمَ نُسَيِّرُ الْجِبَالَ وَتَرَى الأرْضَ بَارِزَةً وَحَشَرْنَاهُمْ فَلَمْ نُغَادِرْ مِنْهُمْ أَحَدًا»

ความว่า และจงรำลึกวันที่เราให้เทือกเขาเคลื่อนย้ายไปและเจ้าจะเห็นแผ่นดินราบเรียบและเราจะชุมนุมพวกเขา ดังนั้นเราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาสักคนหนึ่งได้รอดพ้นไปเลย (อัลกะฮฺฟิ อายะฮฺที่ 47)

 

ลักษณะของแผ่นดินที่ชุมนุม(มะห์ชัร)

1. อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

«يَوْمَ تُبَدَّلُ الأرْضُ غَيْرَ الأرْضِ وَالسَّمَاوَاتُ وَبَرَزُوا لِلَّهِ الْوَاحِدِ الْقَهَّارِ»

ความว่า วันที่แผ่นดินจะถูกเปลี่ยนเป็นอื่นจากแผ่นดินนี้และชั้นฟ้าทั้งหลาย (ก็เช่นเดียวกัน) พวกเขาจะปรากฏตัวต่อหน้าอัลลอฮฺ ผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงอำนาจเกรียงไกร (อิบรอฮีม อายะฮฺที่ 48)

 

2.จากท่านสะฮฺล์ บิน สะอีด เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ  เล่าว่าท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

«يُحْشَرُ النَّاسُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ عَلَى أَرْضٍ بَيْضَاءَ عَفْرَاءَ ، كَقُرْصَةِ النَّقِيِّ ، لَيْسَ فِيهَا عَلَمٌ لأَحَدٍ» (متفق عليه)

ความว่า ในวันกิยามะฮฺมนุษย์ทั้งหลายจะมารวมตัวกัน ณ แผ่นดินที่มีสีขาวอมชมพู คล้ายกับแผ่นขนมปังที่ทำจากแป้งบริสุทธ์ แผ่นดินที่ว่านี้จะไม่มีหลักเขตของผู้ใดสักคนเดียว (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 6521 ,มุสลิม หมายเลขหะดีษ 2790 และสำนวนรายงานนี้เป็นของท่าน)

 

ลักษณะของการชุมนุมของสรรพสิ่งในวันปรโลก

1. จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮา เล่าว่าท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

«يُحْشَرُ النَّاسُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ حُفَاةً عُرَاةً غُرْلاً» قُلْتُ : يَا رَسُولَ اللَّهِ النِّسَاءُ وَالرِّجَالُ جَمِيعًا يَنْظُرُ بَعْضُهُمْ إِلَى بَعْضٍ ، قَالَ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : «يَا عَائِشَةُ الْأَمْرُ أَشَدُّ مِنْ أَنْ يَنْظُرَ بَعْضُهُمْ إِلَى بَعْضٍ» (متفق عليه)

ความว่า ในวันกิยามะฮฺมนุษย์จะมารวมตัวกันในสภาพเดินเท้าเปล่าโดยอวัยวะเพศมิได้ขลิบแต่อย่างใด ฉันจึงถามท่านรอซูลว่า โอ้ท่านรอซูล แล้วบรรดาหญิงชายก็จะมองเห็นซึ่งกันและกันหรือไม่ ท่านตอบว่า โอ้อาอิชะฮฺ สถานการณ์เช่นนั้นมันแสนสาหัสเกินกว่าที่พวกเขาจะมองซึ่งกันและกัน (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 6527 , มุสลิม หมายเลขหะดีษ 2859 และสำนวนรายงานนี้เป็นของท่าน)

 

2. บรรดาผู้ศรัทธาจะถูกนำมารวมตัวเป็นกลุ่มๆ อย่างมีเกียรติ ดังที่พระองค์ได้ตรัสว่า

رأيك يهمنا