หุก่มการกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีด การจับมือและการสวมกอดหลังจากละหมาดอีด ()

มุหัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด

ถาม : หุก่มของการกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีด การจับมือและการสวมกอดหลังจากละหมาดอีดมีว่าอย่างไร ? จากเว็บ islamqa.com โดยเชคมุหัมมัด บิน ศอลิห์ อัล-มุนัจญิด

|

 หุก่มการกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีด การจับมือและการสวมกอดหลังจากละหมาดอีด

ما حكم التهنئة بالعيد ؟ وما حكم المصافحة والمعانقة بعد صلاة العيد ؟.

แปลโดย: ยูซุฟ อบูบักร์

ترجمة: يوسف أبوبكر


หุก่มการกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีด การจับมือและการสวมกอดหลังจากละหมาดอีด

ถาม :  หุก่มของการกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีด   การจับมือและการสวมกอดหลังจากละหมาดอีดมีว่าอย่างไร ?

ตอบ :

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ...

มีปรากฏจากบรรดาเศาะหาบะฮฺ  รอฏิยัลลอฮุอันฮุม  เนื่องในวันอีดพวกเขาได้แสดงความยินดีซึ่งกันและกัน  โดยการกล่าวว่า  “ตะก็อบบะลัลลอฮุ  มินนา  วะมินกุม”

عن جُبَيْرِ بْنِ نُفَيْرٍ قَالَ : كَانَ أَصْحَابُ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِذَا اِلْتَقَوْا يَوْمَ الْعِيدِ يَقُولُ بَعْضُهُمْ لِبَعْضٍ : تَقَبَّلَ اللَّهُ مِنَّا وَمِنْك . قال الحافظ : إسناده حسن .

จากญุบัยรฺ  บิน  นุฟัยรฺ  กล่าวว่า  :  ปรากฏว่าบรรดาศอฮาบะฮฺของท่านรอซูล  ศ็อลลัลลอฮฺ  อะลัยฮิวะซัลลัม  เมื่อพวกเขาพบกันในวันอีดจะกล่าวอวยพรซึ่งกันและกันว่า “ตะก็อบบะลัลลอฮุ  มินนา  วะมินกา”  อัลฮาฟิซกล่าวว่า:  สายรายงานหะซัน

อิหม่ามอะหฺมัด  รอฮิมะฮุลลอฮฺ  กล่าวว่า :  นับว่าไม่เป็นอะไรการที่คนหนึ่งกล่าวกับอีกคนเนื่องในวันอีด  ว่า  “ตะก็อบบะลัลลอฮุ  มินนา  วะมินกา”  อิบนุ  กุดามะฮฺ  คัดลอกคำพูดของท่านไว้ในหนังสือ อัลมุฆนียฺ

ชัยคุล อิสลามอิบนิ ตัยมิยะฮฺ  ถูกถามใน  “อัลฟะตาวา  อัลกุบรอ” (2/228) :  อนุญาตให้กล่าวอวยพรเนื่องในวันอีด  และการกระทำด้วยความเคยชินของผู้คนทั่วไป  เช่น  “อีดมุบาร็อก”  หรือคำพูดทำนองเดียวกันนี้  มีปรากฏในบทบัญญัติหรือไม่ ?  และหากว่ามันมีปรากฏในบทบัญญัติ  จะกล่าวด้วยประโยคอะไร ? ท่านตอบว่า  :  “สำหรับการกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีดพวกเขาจะกล่าวซึ่งกันและกันเมื่อพบกันหลังจากละหมาดวันอีด  เช่น  “ตะก็อบบะลัลลอฮุ  มินนา  วะมินกุม” และ “อะหาละฮุลลอฮุ  อะลัยกะ”  และการกล่าวในทำนองเดียวกันนี้  ลักษณะเช่นนี้มีปรากฏว่าบรรดาเศาะหาบะฮฺกลุ่มหนึ่งได้ปฏิบัติและในเรื่องนี้บรรดาอิหม่ามส่วนหนึ่งมีความเห็นว่าสามารถกระทำได้  เช่น  อิหม่ามอะหฺมัดและคนอื่นๆ  ทว่าท่านอิหม่ามอะหฺมัดกล่าวว่า :  ฉันจะไม่เป็นคนเริ่มกล่าวกับใครก่อนและหากมีผู้ใดมาเริ่มกล่าวกับฉันก่อนฉันจะกล่าวตอบ  เพราะว่าการกล่าวตอบคำทักทายเป็นสิ่งที่จำเป็น  ส่วนการเริ่มกล่าวคำอวยพรไม่ใช่สุนนะฮฺที่ถูกใช้ให้ปฏิบัติแต่ประการใดและเช่นกันไม่มีคำสั่งห้าม  ดังนั้นผู้ใดได้ปฏิบัติเขาก็มีแบบอย่างและผู้ที่ไม่ปฏิบัติเขาก็มีแบบอย่าง  วัลลอฮุ  อะลัม”

เชคอิบนุ  อุษัยมีน  ถูกถามเรื่องหุก่มของการกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีดมีว่าอย่างไร ?  และมีประโยคหรือสำนวนเฉพาะหรือไม่ ?

ท่านตอบว่า  :  “การกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีดเป็นสิ่งที่อนุญาตให้กระทำ และมันไม่มีประโยคหรือสำนวนของการอวยพรเป็นการเฉพาะ  ทว่าเป็นความเคยชินที่ผู้คนถือปฏิบัติกันมา  อนุญาตให้กระทำ และไม่มีความผิดแต่ประการใด”

ท่านได้กล่าวเช่นกันว่า  “การกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีด  มีบรรดาเศาะหาบะฮฺ  รอฏิยัลลอฮุอันฮุม  บางกลุ่มได้ปฏิบัติกันมา  และถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้ปฏิบัติแต่ทว่าในยุคปัจจุบันเป็นประเพณีที่คุ้นเคยของผู้คน  จะกล่าวอวยพรซึ่งกันและกันในโอกาสที่กลับมาพบวันอีด และในโอกาสที่การถือศีลอด  การละหมาดกิยามครบถ้วนสมบูรณ์”

ท่านเชคยังถูกถามเรื่อง : หุก่มการจับมือ  การสวมกอดและการอวยพรหลังจากการละหมาดอีดมีว่าอย่างไร ?

ท่านตอบว่า  :“การกระทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้นับว่าไม่เป็นไร  เพราะบรรดาผู้ปฏิบัติไม่ได้ยึดถือว่ามันเป็นหนทางสู่การเคารพภักดีและเป็นการแสดงถึงความใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ  ทว่าพวกเขาได้ปฏิบัติมันเป็นประเพณีความเคยชินและเป็นการให้เกียรตินอบน้อม  และตราบใดที่ประเพณีปฏิบัติไม่มีบทบัญญัติมาห้าม  พื้นฐานเดิมของมันถือว่าเป็นที่อนุญาต”   (มัจญมัวะฟะตาวา  อิบนุ  อุษัยมีน 16 / 208 - 210)