ประโยชน์บางประการของศาสนาอิสลาม

คำอธิบาย

ความเปลี่ยนแปลงและผลตอบแทน ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าได้เตรียมไว้สำหรับผู้ที่เข้ารับนับถืออิสลาม ตามที่มีระบุไว้จากหลักฐานในคัมภีร์อัลกุรอาน และวจนะของท่านศาสนทูตมุหัมมัด

Download
กรุณาเขียนความคิดเห็นถึงผู้ดูแล

รายละเอียดแบบเต็ม

    ประโยชน์บางประการของศาสนาอิสลาม

    ﴿من ثمرات الدخول في الإسلام﴾

    ผู้ตรวจทาน : อัสรัน นิยมเดชา

    مراجعة: عصران إبراهيم


    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

    บทที่ 2

    ประโยชน์บางประการของศาสนาอิสลาม

    ศาสนาอิสลามมีไว้ซึ่งประโยชน์นานัปการ สำหรับปัจเจกชนและสังคม ในบทนี้จะกล่าวถึงประโยชน์บางประการที่เกิดมาจากศาสนาอิสลามสำหรับปัจเจกชนทั้งหลาย

    (1) ประตูสู่สรวงสวรรค์ชั่วนิจนิรันดร

    พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสไว้ในอัลกุรอานดังนี้ :

    (وَبَشِّرِ الَّذِين آمَنُواْ وَعَمِلُواْ الصَّالِحَاتِ أَنَّ لَهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي مِن تَحْتِهَا الأَنْهَارُ) (البقرة : 25 )

     และ (มุฮัมมัด) จงแจ้งข่าวดี แก่บรรดาผู้ศรัทธา และประกอบการดีทั้งหลายว่า สำหรับพวกเขา คือสวนสวรรค์หลากหลาย ที่เบื้องล่าง มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน .......  (อัลกุรอาน 2:25)

    พระผู้เป็นเจ้ายังตรัสไว้อีกว่า:

    (سَابِقُوا إِلَى مَغْفِرَةٍ مِّن رَّبِّكُمْ وَجَنَّةٍ عَرْضُهَا كَعَرْضِ السَّمَاء وَالْأَرْضِ أُعِدَّتْ لِلَّذِينَ آمَنُوا بِاللَّهِ وَرُسُلِهِ) (الحديد : 21 )

     จงเร่งรีบไปสู่การขออภัยโทษจากพระเจ้าของพวกเจ้า และสวนสวรรค์ซึ่งความกว้างของมันประหนึ่งความกว้างของชั้นฟ้าและแผ่นดิน (ซึ่งสวรรค์นั้น) ถูกเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและบรรดาร่อซู้ล(ศาสนทูต)ของพระองค์....  (อัลกุรอาน 57:21)

    ศาสนทูตมุหัมมัด   ได้กล่าวกับพวกเราว่า “ชนชั้นต่ำที่สุดของผู้ที่อาศัยอยู่ในสรวงสวรรค์นั้นจะครอบครองความสุขมากกว่าที่อยู่บนโลกนี้ถึงสิบเท่า” (บรรยายไว้ใน Saheeh Muslim  เลขที่ 186 และ Saheeh Al-Bukhari เลขที่ 6571) และ ”ทุกคนจะมีทุกอย่างที่ตนต้องการและมากกว่าสิบเท่าของบนโลกมนุษย์” (บรรยายไว้ใน Saheeh Muslim เลขที่ 188 และ Mosnad Ahmad เลขที่ 10832) 

    อีกทั้งศานทูตมุหัมมัด  ยังกล่าวไว้อีกว่า: “ที่ว่างบนสรวงสวรรค์แม้มีขนาดเท่าฝ่าเท้าก็อาจจะดีกว่าที่ว่างบนพื้นโลกและสิ่งอื่นๆ ที่อยู่ในโลกนั้นด้วย” (บรรยายไว้ใน Saheeh Al-Bukhari เลขที่ 6568 และ Mosnad Ahmad เลขที่ 13368)

    ท่านยังกล่าวอีกด้วยว่า “บนสรวงสวรรค์นั้นจะมีสรรพสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตา(หมายถึงไม่เคยเห็นด้วยตาในโลกนี้) ไม่เคยได้ยินด้วยหู และจิตมนุษย์ไม่สามารถหยั่งรู้ได้” (บรรยายไว้ใน Saheeh Muslim  เลขที่ 2825 และ Mosnad Ahmad เลขที่ 8609)

    ท่านยังกล่าวอีกว่า "ชาวสวรรค์ซึ่งเคยเป็นมนุษย์ที่น่าสังเวชและลำบากที่สุดในโลก ได้ถูกชุบตัวหนึ่งครั้งในสวรรค์ จะถูกถามว่า “บุตรแห่งอาดัม เจ้าเคยประสบกับความทุกข์ยากบ้างหรือไม่ เจ้าเคยประสบกับความยากลำบากบ้างหรือไม่? (หมายถึงตอนนี้เจ้าคิดว่าความลำบากที่ผ่านมาในโลก เป็นความลำบากอีกไหม?)" เขาจะกล่าวตอบว่า “ไม่เลย โอ้ พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ไม่เคยประสบกับความทุกข์ยาก และไม่เคยประสบกับความลำบากใดๆ เลย” (บรรยายไว้ใน Saheeh Muslim เลขที่ 2807 และ Mosnad Ahmad เลขที่ 12699)

    ถ้าท่านได้ไปสู่สรวงสวรรค์ ท่านจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างเกษมสุขโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ความเจ็บปวด ความเศร้าโศกหรือแม้กระทั่งความตาย พระผู้เป็นเจ้าจะประทานความรื่นรมย์ให้กับท่าน และท่านจะอาศัยอยู่ที่แห่งนั้นชั่วนิจนิรันดร พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานดังนี้ :

    (وَالَّذِينَ آمَنُواْ وَعَمِلُواْ الصَّالِحَاتِ سَنُدْخِلُهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي مِن تَحْتِهَا الأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا) (النساء : 57 )

     และ บรรดาผู้ที่ศรัทธา และประกอบสิ่งดีงามทั้งหลายนั้น เราจะให้พวกเขาเข้าในบรรดาสวนสวรรค์ ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายใต้สวนสวรรค์เหล่านั้น โดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล.......  (อัลกุรอาน 4:57)

    (2) การช่วยให้พ้นจากขุมนรก

    พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ในอัลกุรอานดังนี้ :

    (إِنَّ الَّذِينَ كَفَرُواْ وَمَاتُواْ وَهُمْ كُفَّارٌ فَلَن يُقْبَلَ مِنْ أَحَدِهِم مِّلْءُ الأرْضِ ذَهَباً وَلَوِ افْتَدَى بِهِ أُوْلَـئِكَ لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ وَمَا لَهُم مِّن نَّاصِرِينَ) (آل عمران : 91 )

      แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา และพวกเขาได้ตายไปในขณะที่พวกเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ทองเต็มแผ่นดินก็จะไม่ถูกรับจากคนใดในพวกเขาเป็นอันขาด และแม้ว่าเขาจะใช้ทองนั้นไถ่ตัวเขาก็ตาม ชนเหล่านี้แหละสำหรับพวกเขานั้น คือการลงโทษอันเจ็บแสบและทั้งไม่มีบรรดาผู้ช่วยเหลือใด ๆ สำหรับพวกเขาด้วย  (อัลกุรอาน, 3:91)

    ชีวิตนี้เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่พวกเราจะได้ชื่นชมสรวงสวรรค์และพ้นไปจากขุมนรก เนื่องจากเมื่อผู้ใดตายไปในขณะไม่มีความศรัทธา เขาผู้นั้นจะไม่มีโอกาสกลับมายังโลกนี้เพื่อมาสร้างศรัทธาได้ อย่างที่พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ในอัลกุรอานว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อผู้ไม่มีความศรัทธาในวันพิพากษา ดังนี้:

    (وَلَوْ تَرَىَ إِذْ وُقِفُواْ عَلَى النَّارِ فَقَالُواْ يَا لَيْتَنَا نُرَدُّ وَلاَ نُكَذِّبَ بِآيَاتِ رَبِّنَا وَنَكُونَ مِنَ الْمُؤْمِنِينَ) (الأنعام : 27 )

      และหากเจ้าจะได้เห็น ขณะที่พวกเขาถูกให้หยุดยืนเบื้องหน้าไฟนรก แล้วพวกเขาได้กล่าวว่า โอ้! หวังว่าเราจะถูกนำกลับไป และเราก็จะไม่ปฏิเสธบรรดาโองการแห่งพระเจ้าของเราอีก และเราก็จะได้กลายเป็นผู้ที่อยู่ในหมู่ผู้ศรัทธา!”  (อัลกุรอาน, 6:27)

    แต่ไม่มีผู้ใดจะมีโอกาสเช่นนี้เป็นครั้งที่สองอีกเลย

    ศาสนทูตมุหัมมัด  กล่าวว่า: "ชาวนรกซึ่งเคยเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก และถูกชุบตัวแค่หนึ่งครั้งในนรก จะถูกถามว่า “บุตรแห่งอาดัม เจ้าเคยเห็นความสุขบ้างหรือไม่ เจ้าเคยประสบกับความสุขในชีวิตบ้างหรือไม่? (หมายถึงเจ้าคิดว่าความสุขที่เคยได้รับมาในโลกเมื่อครั้งที่มีชีวิต เป็นความสุขจริงหรือไม่?) จากนั้นเขาจึงกล่าวว่า “ไม่เลย โอ้พระผู้เป็นเจ้าแห่งข้า!” (บรรยายไว้ใน Saheeh Muslim เลขที่ 2807 และ Mosnad Ahmad เลขที่ 12699)

    (3) ความเกษมสำราญและความสันติภายในอย่างแท้จริง

    ความเกษมสำราญและความสันติที่แท้จริง สามารถค้นพบได้โดยเชื่อฟังคำบัญชาของพระผู้สร้างและพระผู้จรรโลงโลก พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ในอัลกุรอานดังนี้

    (الَّذِينَ آمَنُواْ وَتَطْمَئِنُّ قُلُوبُهُم بِذِكْرِ اللّهِ أَلاَ بِذِكْرِ اللّهِ تَطْمَئِنُّ الْقُلُوبُ) (الرعد : 28 )

     บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงทราบเถิด! ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ  (อัลกุรอาน, 13:28)

    อีกนัยหนึ่ง ผู้ซึ่งหันหลังให้กับอัลกุรอานจะมีชีวิตที่ยากลำบากในโลกนี้ พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ว่า:

    (وَمَنْ أَعْرَضَ عَن ذِكْرِي فَإِنَّ لَهُ مَعِيشَةً ضَنكاً وَنَحْشُرُهُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَعْمَى) (طه : 124 )

     และผู้ใดผินหลังให้อัลกุรอาน (กล่าวคือ ไม่มีความศรัทธาในอัลกุรอานหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทั้งหลายที่อยู่ในพระคัมภีร์ดังกล่าว) แท้จริงสำหรับเขาคือ การมีชีวิตอยู่อย่างคับแค้นและเราจะให้เขาฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺในสภาพของคนตาบอด  (พระคัมภีร์ , 20:124)

    ดังเช่นที่กล่าวมานี้อาจอธิบายได้ว่า ทำไมใครบางคนจึงตัดสินใจทำอัตวิบากกรรมทั้งที่พวกเขายังมีความเพลิดเพลิน อยู่กับทรัพย์สินศฤงคารที่เงินตราสามารถซื้อหามาได้ ดูตัวอย่างเช่น Cat Stevens (ปัจจุบันได้แก่ Yusuf Islam) อดีตนักร้องเพลงป๊อปผู้โด่งดังซึ่งบางครั้งเคยมีรายได้มากกว่า 150,000 เหรียญสหรัฐต่อคืนเลยทีเดียว ภายหลังที่เขาหันมานับถือศาสนาอิสลาม เขาได้พบกับความเกษมสำราญและความสันติที่แท้จริง ซึ่งเขาไม่เคยพบในความสำเร็จทางวัตถุนี้เลย (ที่อยู่ปัจจุบันของ Cat Stevens (Yusuf Islam) ในกรณีที่ท่านต้องการสอบถามเขาเกี่ยวกับความรู้สึกหลังจากเปลี่ยนมานับถือ ศาสนาอิสลาม คือ: 2 Digswell Street, London N7 8JX, United Kingdom)

    (4) การให้อภัยต่อบาปที่ผ่านมาทั้งปวง

    เมื่อบุคคลใดเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม พระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้อภัยต่อบาปที่ผ่านมาทั้งปวงและการกระทำชั่วร้ายอื่นๆ ของเขาด้วย บุรุษผู้หนึ่งมีนามว่าอัมร์ ตรงมาหาศาสนทูตมุหัมมัด   และกล่าวว่า “ช่วยยื่นมือขวาของท่านมาให้ข้าพเจ้าด้วย เพื่อข้าพเจ้าจะได้ให้ความจงรักภักดีของข้าพเจ้าต่อท่าน” ท่านศาสนทูต  ก็ยื่นมือขวาของท่านไปให้ อามร์ชักมือของเขากลับ ท่านศาสนทูต  จึงถามว่า "เกิดอะไรขึ้นกับท่านหรือ อัมร์?" เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าตั้งใจที่จะขอเงื่อนไขสักข้อหนึ่ง” ท่านศาสนทูต   ก็กล่าวว่า "เงื่อนไขอะไรหรือที่เจ้าตั้งใจจะขอ?" อัมร์ตอบว่า “ขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยต่อบาปของข้าพเจ้าด้วย” ท่านศาสนทูต   กล่าวว่า: "เจ้าไม่รู้หรือว่าการเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามนั้นจะช่วยล้างบาปทั้งปวงที่ผ่านมาได้" (บรรยายไว้ใน Saheeh Muslim เลขที่ 121 และ Mosnad Ahmad เลขที่ 17357)

    หลังจากเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามแล้ว บุคคลผู้นั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนสำหรับการกระทำความดีหรือความชั่วของตนตามที่ศาสนทูตมุหัมมัด    กล่าวไว้ดังต่อไปนี้: "พระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้า ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาและได้รับการยกย่องสูงสุด เป็นผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ได้มีพระดำรัสว่า "ถ้าบ่าวผู้ใดของข้าตั้งใจกระทำความดีแต่ไม่ได้กระทำ ข้าจะจดบันทึกความดีนั้นไว้สำหรับเขาผู้หนึ่งครั้ง และถ้าเขาลงมือกระทำความดีนั้น เขาจะได้รับการจดบันทึกผลตอบแทนของความดีนั้นมากเป็นสิบถึงเจ็ดร้อยเท่าหรือมากกว่านั้นหลายเท่า และถ้าผู้ใดตั้งใจกระทำความชั่ว แต่ไม่ได้กระทำ ข้าจะไม่จดบันทึกว่าเขาทำความชั่วนั้น และถ้าเขาลงมือกระทำความชั่วนั้น ข้าจะจดบันทึกไว้ว่าเขาทำความชั่วแค่หนึ่งครั้งตามที่เขาทำ" (บรรยายไว้ใน Mosnad Ahmad เลขที่ 2515 และ Saheeh Muslim เลขที่ 131)

    ส่งฟีดแบ็ก