บางส่วนจากสภาพการณ์ของชาวนรก

คำอธิบาย

อธิบายสภาพบางส่วนของผู้ที่ลงโทษในนรก จากหลักฐานในอัลกุรอาน และหัวข้ออื่นอาทิ การร้องไห้และการตะโกนโอดครวญของชาวนรก คำวิงวอนร้องขอของชาวนรก มรดกของชาวสวรรค์และที่พำนักของชาวนรก ผู้ฝ่าฝืนที่ให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺจะได้ออกจากนรก ชาวนรกที่ได้รับการลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด ชาวนรกและชาวสวรรค์ต่างต้องอยู่ในที่พำนักของตนเองตลอดกาล สิ่งที่มาห้อมล้อมสวนสวรรค์และนรก ความอยู่ใกล้ของสวนสวรรค์และนรก การโต้แย้งกันระหว่างสวนสวรรค์และไฟนรก และอัลลอฮฺตัดสินระหว่างทั้งสอง การขอให้รอดพ้นจากไฟนรกและร้องขอสวนสวรรค์ จากหนังสือมุคตะศ็อร อัลฟิกฮิล อิสลามีย์

Download
กรุณาเขียนความคิดเห็นถึงผู้ดูแล

รายละเอียดแบบเต็ม

    บางส่วนจากสภาพการณ์ของชาวนรก

    ﴿ صور من أحوال أهل النار﴾

    ] ไทย – Thai – تايلاندي [

    มุหัมมัด อิบรอฮีม อัต-ตุวัยญิรีย์

    แปลโดย : ยูซุฟ อบู บักรฺ

    ผู้ตรวจทาน : ซุฟอัม อุษมาน

    2009 - 1430

    ﴿ صور من أحوال أهل النار﴾

    « باللغة التايلاندية »

    محمد بن إبراهيم التويجري

    ترجمة: يوسف أبوبكر

    مراجعة: صافي عثمان

    2009 - 1430

    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

    บางส่วนจากสภาพการณ์ของชาวนรก

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﮊ ﮋ ﮌ ﮍ ﮎ ﮏ ﮐ ﮑ ﮒ ﮓ ﮔ ﮕ ﮖ ﮗ ﮘﮙ ﮚ ﮛ ﮜ ﮝ ﮞ ﮟ ﭼ النساء: ٥٦

    ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาโองการทั้งหลายของเรานั้น เราจะให้พวกเขาเข้าไปในไฟนรก คราใดที่ผิวหนังของพวกเขาสุก เราก็จะเปลี่ยนผิวหนังให้แก่พวกเขาใหม่ ซึ่งมิใช่ผิวหนังเดิมเพื่อพวกเขาจะได้ลิ้มรสของการลงโทษ แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ” (อัน-นิสาอ์ 56)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭑ ﭒ ﭓ ﭔ ﭕ ﭖ ﭗ ﭘ ﭙ ﭚ ﭛ ﭜ ﭝ ﭞ ﭟ ﭠ ﭡ ﭢ ﭣ ﭤ ﭥ ﭼ الزخرف: ٧٤ - ٧٦

    ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้กระทำความผิด (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) นั้นจะต้องถูกลงโทษในนรกญะฮันนัมตลอดกาล การลงโทษนั้นจะไม่ถูกลดหย่อนแก่พวกเขาและในการลงโทษนั้นพวกเขาเป็นผู้หมดหวัง และเรามิได้อธรรมต่อพวกเขา แต่พวกเขาต่างหากที่เป็นผู้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง” (อัซ-ซุครุฟ 74- 76)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨﭽ ﭣ ﭤ ﭥ ﭦ ﭧ ﭨ ﭩ ﭪ ﭫ ﭬ ﭭﭮ ﭯ ﭰ ﭱ ﭲ ﭳ ﭴ ﭵ ﭶ ﭷ ﭸ ﭹﭺ ﭻ ﭼ ﭽ ﭾ ﭿ ﮀ ﭼ الأحزاب: ٦٤ - ٦٦

    ความว่า “แท้จริงอัลลอฮฺทรงสาปแช่งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และทรงเตรียมไฟที่ลุกโชติช่วงไว้สำหรับพวกเขา พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล พวกเขาจะไม่พบผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือ วันที่ใบหน้าของพวกเขาจะถูกพลิกกลับไปกลับมาในไฟนรก พวกเขาจะกล่าวว่าโอ้ความระทมทุกข์ของเรา หากเราได้เชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺและเราได้เชื่อฟังรอซูล(ศาสนทูต)ก็จะดีหรอก” (อัล-อะหฺซาบ 64-66)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﮦ ﮧ ﮨ ﮩ ﮪ ﮫ ﮬ ﮭ ﮮ ﮯ ﮰ ﮱ ﯓ ﯔﯕ ﯖ ﯗ ﯘ ﯙ ﯚ ﭼ فاطر: ٣٦

    ความว่า “และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาพวกเขาจะได้รับนรกญะฮันนัม (เป็นการตอบแทน) จะไม่ถูกตัดสินลงโทษให้พวกเขาตายเพื่อที่พวกเขาจะได้ตาย(โดยไม่ต้องถูกลงโทษอีก) และการลงโทษของมันก็จะไม่ถูกลดหย่อนแก่พวกเขา เช่นนั้นแหละเราจะตอบแทนแก่บรรดาผู้เนรคุณ (ปฏิเสธศรัทธา) (ฟาฏิร 36)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤﯥ ﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﯫ ﯬ ﯭ ﯮ ﯯ ﯰ ﯱ ﯲ ﯳﯴ ﯵ ﯶ ﯷ ﯸ ﯹ ﯺ ﭼ هود: ١٠٦ - ١٠٧

    ความว่า “ดังนั้นสำหรับบรรดาผู้มีทุกข์ก็จะอยู่ในนรก สำหรับพวกเขาที่อยู่ในนั้นคือการถอนหายใจและการสะอื้น พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลตราบเท่าที่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินยืนยง เว้นแต่ที่พระเจ้าของเจ้าทรงประสงค์ แท้จริงพระเจ้าของเจ้าเป็นผู้กระทำโดยเด็ดขาดตามที่พระองค์ทรงประสงค์” (ฮูด 107)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭳ ﭴ ﭵ ﭶ ﭷ ﭸ ﭹ ﭺ ﭻ ﭼ ﭽ ﭾ ﭿ ﮀ ﮁ ﮂ ﮃ ﮄ ﮅ ﮆ ﮇ ﮈ ﮉ ﮊ ﮋ ﮌ ﮍ ﮎ ﮏ ﭼ مريم: ٦٨ - ٧٠

    ความว่า “ดังนั้น ขอสาบานด้วยพระนามของพระเจ้าของเจ้า แน่นอนเราจะชุมนุมพวกเขาพร้อมด้วยบรรดาชัยฏอน แล้วเราจะนำพวกเขาให้มาคุกเข่าอยู่รอบๆ นรก แล้วแน่นอนที่สุดเราจะดึงออกจากทุกๆ คณะ ว่าใครในหมู่พวกเขาที่ดื้อรั้นที่สุดต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานี แล้วแน่นอนที่สุดเรารู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่เหมาะสมยิ่งที่จะเข้าไปอยู่ในนรก” (มัรยัม 68-70)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﮩ ﮪ ﮫ ﮬ ﮭ ﮮ ﮯ ﮰ ﮱ ﯓ ﯔ ﯕ ﯖ ﯗ ﯘ ﯙ ﯚ ﯛ ﯜ ﯝ ﯞ ﯟ ﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﭼ النبأ: ٢١ - ٢٦

    ความว่า “แท้จริงนรกญะฮันนัมนั้นเป็นที่สอดส่อง เป็นที่กลับไปสำหรับบรรดาผู้ละเมิด พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน พวกเขาจะไม่ได้ลิ้มรสความเย็นและเครื่องดื่มใดๆ ในนรกนั้น นอกจากน้ำเดือดและน้ำเลือดน้ำหนองเท่านั้น ทั้งนี้เป็นการตอบแทนอย่างคู่ควร” (อัน-นะบะอ์ 21-26)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨﭽ ﮖ ﮗ ﮘ ﮙ ﮚﮛ ﮜ ﮝ ﮞ ﮟ ﮠ ﮡ ﮢ ﮣ ﮤ ﮥ ﮦ ﮧ ﮨ ﮩ ﮪ ﮫﮬ ﮭ ﮮ ﮯ ﮰ ﮱ ﯓ ﯔ ﯕ ﯖ ﯗ ﯘ ﯙ ﯚ ﯛ ﯜ ﯝ ﯞ ﯟ ﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤ ﯥ ﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﭼ الملك: ٦ - ٩

    ความว่า “และสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขานั้นคือการลงโทษแห่งนรกญะฮันนัมและมันเป็นทางกลับที่ชั่วช้ายิ่ง เมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในนรก พวกเขาจะได้ยินเสียงของมันครวญครางขณะที่มันกำลังเดือดพล่าน มันแทบจะระเบิดออกไปเพราะความเดือดแค้น ทุกครั้งที่พวกหนึ่งถูกโยนลงไปในมัน ยามเฝ้านรกจะถามเขาว่ามิได้มีผู้ตักเตือนมายังพวกเจ้าดอกหรือ พวกเขากล่าวว่าหามิได้ เคยมีผู้ตักเตือนได้มายังเรา แต่เราก็ปฏิเสธและเรากล่าวอีกว่าอัลลอฮฺมิได้ทรงประทานสิ่งใดลงมา พวกท่านต่างหากที่อยู่ในการหลงผิดอย่างมาก” (อัล-มุลก์ 6-9)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨﭽ ﯼ ﯽ ﯾ ﯿ ﰀ ﰁ ﰂ ﰃ ﰄ ﰅ ﰆ ﰇ ﰈ ﰉ ﰊ ﰋ ﭼ القمر: ٤٧ - ٤٨

    ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้มีความผิดนั้น อยู่ในการหลงทางและการเผาไหม้ วันที่พวกเขาจะถูกลากบนใบหน้าของพวกเขาลงสู่ไฟนรก (จะมีเสียงกล่าวขึ้นว่า) พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษที่มีการเผาไหม้ของนรก” (อัล-เกาะมัร 47-48)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭱﭲ ﭳ ﭴ ﭵ ﭶ ﭷ ﭸ ﭹ ﭺ ﭻ ﭼ ﭽ ﭾ ﭿ ﮀ ﮁ ﮂ ﮃ ﮄ ﮅ ﮆ ﮇ ﮈ ﮉ ﮊ ﮋ ﮌ ﭼ الهمزة: ٤ - ٩

    ความว่า “มิใช่เช่นนั้น แน่นอนเขาจะถูกโยนลงไปในไฟนรก (อัล-หุเฏาะมะฮฺ) และอะไรเล่าที่ทำให้เจ้ารู้จักได้ว่าไฟนรก (อัล-หุเฏาะมะฮฺ) นั้นคือะอะไร? คือไฟของอัลลอฮฺที่ถูกจุดให้ลุกโชน ซึ่งมันจะลุกไหม้เข้าไปในหัวใจ แท้จริงมันจะลุกไหม้คลุมบนพวกเขาอย่างมิดชิด อยู่ในสภาพของเสาสูงชะลูด” ( อัล-หุเฏาะมะฮฺ 4-9)

    عن أسامة بن زيد رضي الله عنهما أنه قال: سمعت رسول الله صلى الله عليه و سلم يقول: «يُـجَاءُ بِالرَّجُلِ يَومَ القِيَامَةِ فَيُلْقَى فِي النَّارِ فَتَنْدَلِقُ أَقْتَابُـهُ فِي النَّارِ، فَيَدُورُ كَمَا يَدُورُ الحِـمَارُ بِرَحَاهُ، فَيَـجْتَـمعُ أَهْلُ النَّارِ عَلَيْـهِ فَيَـقُولُونَ: يَا فُلانُ مَا شَأنُكَ؟ أَلَيسَ كُنْتَ تَأْمُرُنَا بِالمعْرُوفِ وَتَنْـهَانَا عَنِ المُنْكَرِ؟ قَالَ: كُنْتُ آمُرُكُمْ بِالمعْرُوفِ وَلا آتِيهِ، وَأَنْـهَاكُمْ عَنِ المنْكَرِ وآتِيْـهِ». متفق عليه

    จากอุสามะฮฺ บิน ซัยดฺ เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุมา กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านรอสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ในวันกิยามะฮฺชายคนหนึ่งจะถูกนำมา ดังนั้นเขาจะถูกโยนลงในนรกแล้วลำไส้ของเขาก็พุ่งทะลักออกมาในนรก แล้วเขาก็จะเดินวนเสมือนกับลาที่ได้เดินวนรอบหลักของมัน บรรดาชาวนรกได้รวมตัวกัน ครั้นแล้วก็ถามกันว่า โอ้ ท่านทำไมถึงเป็นอย่างนี้? ท่านเคยใช้ให้พวกเรากระทำความดีและห้ามปรามพวกเราจากการทำความชั่วมิใช่หรือ? เขาตอบว่า ฉันเคยใช้ให้พวกท่านทำความดีแต่ฉันไม่ได้ทำ และฉันได้ห้ามปรามพวกท่านจากการกระทำความชั่วแต่ฉันกลับไปทำมัน” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 3267 และมุสลิม หมายเลข 2989)

    การร้องไห้และการตะโกนโอดครวญของชาวนรก

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭻ ﭼ ﭽ ﭾ ﭿﮀ ﮁ ﮂ ﮃ ﮄ ﮅﮆ ﮇ ﮈ ﮉ ﮊ ﮋ ﮌ ﮍ ﮎ ﮏ ﮐ ﮑ ﮒ ﮓ ﭼ التوبة: ٨١ - ٨٢

    ความว่า “ และพวกเขา(พวกมุนาฟิกผู้กลับกลอก)กล่าวว่า ท่านทั้งหลายอย่าออกไป(ทำสงคราม)ในความร้อน(ของทะเลทรายที่ร้อนระอุ)เลย จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า ไฟนรกญะฮันนัมนั้นร้อนแรงยิ่งกว่า หากพวกเขาเข้าใจ พวกเขาจงหัวเราะแต่น้อย และจงร้องไห้มากๆ เถิด ทั้งนี้เป็นการตอบแทนตามที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้” (อัต-เตาบะฮฺ 81-82)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯛ ﯜ ﯝ ﯞ ﯟ ﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤ ﯥﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﯫ ﯬ ﯭ ﯮ ﯯﯰ ﯱ ﯲ ﯳ ﯴ ﯵ ﯶ ﭼ فاطر: ٣٧

    ความว่า “และพวกเขาจะตะโกนอยู่ในนรกนั้นว่า ข้าแต่พระเจ้าของเราขอพระองค์ได้ทรงโปรดนำเราออกไป (จากนรก ) เพื่อเราจะได้ปฏิบัติการงานที่ดีอื่นจากที่เราเคยได้ปฏิบัติไปแล้ว (อัลลอฮฺตรัสว่า)และเรามิได้ให้อายุของพวกเจ้ายืนนานพอดอกหรือ เพื่อผู้ที่ใคร่ครวญจะได้รำลึกถึงข้อตักเตือนและ (ยิ่งกว่านั้น) ได้มีผู้ตักเตือนมายังพวกเจ้าแล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจงลิ้มรส(การลงโทษ)เถิด เพราะสำหรับบรรดาผู้อธรรมนั้นจะไม่มีผู้ช่วยเหลือ” (ฟาฏิร 37)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯚ ﯛ ﯜ ﯝ ﯞ ﯟ ﯠ ﯡ ﭼ الأنبياء: ١٠٠

    ความว่า “สำหรับพวกเขาในนรกนั้นมีแต่เสียงครวญครางและพวกเขานั้นจะไม่ได้ยินมันเลย” (อัล-อัมบิยาอ์ 100)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭛ ﭜ ﭝ ﭞ ﭟ ﭠ ﭡ ﭢ ﭣ ﭤ ﭥ ﭦ ﭧ ﭨ ﭩ ﭪ ﭫ ﭬ ﭭ ﭼ الفرقان: ١٣ - ١٤

    ความว่า “และเมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในสถานที่แคบ ในสภาพที่ถูกมัดมือติดกับลำคอ ณ ที่นั้นพวกเขาจะวิงวอนขอความพินาศให้แก่ตัวเขาเอง ในวันนี้เจ้าอย่าได้วิงวอนขอความพินาศเพียงครั้งเดียว แต่จงวิงวอนขอความพินาศหลายครั้ง ๆ” (อัล-ฟุรกอน 13-14)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﮗ ﮘ ﮙ ﮚ ﮛ ﮜ ﮝ ﮞ ﮟ ﮠ ﮡ ﮢ ﭼ الفرقان: ٢٧

    ความว่า “และวันที่ผู้อธรรมจะกัดมือของเขาแล้วจะกล่าวว่า โอ้ ถ้าฉันได้ยึดแนวทางร่วมกับศาสนทูตของพระเจ้าก็จะเป็นการดี” (อัล-ฟุรกอน 27)

    อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨﭽﯚ ﯛ ﯜ ﯝ ﯞ ﯟﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤ ﯥ ﯦ ﭼ البقرة: ١٦٧

    ความว่า “ ในทำนองเดียวนั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาเห็นการงานต่างๆ ของพวกเขาเป็นที่น่าเสียใจแก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่ได้ออกจากไฟนรกด้วย” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 167)

    คำวิงวอนร้องขอของชาวนรก

    เมื่อชาวนรกได้เข้าไปอยู่ในนรกและประสบกับการลงโทษอย่างหนักหน่วง พวกเขาร้องขอความช่วยเหลือ โอดครวญเรียกร้องโดยคาดหวังว่าจะได้พบผู้ช่วยเหลือและตอบรับการเรียกร้องของพวกเขา พวกเขาเรียกร้องชาวสวรรค์ ยามเฝ้านรก มาลิกผู้ดูแลนรก เรียกหาพระผู้อภิบาลของพวกเขา แต่ไม่มีใครตอบรับการวิงวอนร้องขอของพวกเขานอกจากมีแต่จะเพิ่มความโศกเศร้าเสียใจให้แก่พวกเขา ต่อจากนั้นพวกเขาจะรู้สึกหมดหวังและเริ่มถอนหายใจ ร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น

    1. อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤ ﯥ ﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﯫ ﯬ ﯭ ﯮﯯ ﯰ ﯱ ﯲ ﯳ ﯴ ﯵ ﯶ ﭼ الأعراف: ٥٠

    ความว่า “และชาวนรกได้ร้องเรียกชาวสวรรค์ว่าจงเทน้ำมาให้แก่พวกเราด้วยเถิด หรือไม่ก็สิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกท่านด้วย เขาเหล่านั้นกล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงให้สิ่งทั้งสองนั้นเป็นที่ต้องห้ามแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย” (อัล-อะอฺรอฟ 50)

    2. อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯯ ﯰ ﯱ ﯲ ﯳ ﯴ ﯵ ﯶ ﯷ ﯸ ﯹ ﯺ ﯻ ﯼ ﭑ ﭒ ﭓ ﭔ ﭕ ﭖﭗ ﭘ ﭙﭚ ﭛ ﭜﭝ ﭞ ﭟ ﭠ ﭡ ﭢ ﭣ ﭤ ﭼ غافر: ٤٩ – ٥٠

    ความว่า “และบรรดาผู้อยู่ในนรกกล่าวแก่ยามเฝ้าประตูนรกว่า โปรดช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของพวกท่านให้ทรงลดหย่อนการลงโทษแก่เราสักวันหนึ่ง พวกเขากล่าวว่า บรรดาศาสนทูตของพวกท่านมิได้มายังพวกท่านพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งกระนั้นหรือ พวกเขากล่าวว่ามี เขาทั้งหลายก็กล่าวว่า พวกท่านจงวิงวอนร้องของเองซิ แต่การวิงวอนร้องขอของผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น มิใช่อื่นใดนอกจากอยู่ในการหลงทาง(ไม่มีใครตอบรับ) (ฆอฟิร 49-50)

    3. อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭦ ﭧ ﭨ ﭩ ﭪﭫ ﭬ ﭭ ﭮ ﭯ ﭰ ﭱ ﭲ ﭳ ﭴ ﭵ ﭶ ﭷ ﭼ الزخرف: ٧٧ – ٧٨

    ความว่า “และพวกเขาจะร้องเรียกขึ้นว่า โอ้ มาลิก(ยามเฝ้าประตูนรก) โปรดให้พระเจ้าของท่านจัดการให้เราตายเสียเถิด เขา(มาลิก)กล่าวว่า แท้จริงพวกท่านจะเป็นผู้พำนักอยู่ตลอดไป โดยแน่นอน เราได้นำความจริงมายังพวกเจ้าแล้ว แต่ส่วนมากของพวกเจ้าเป็นผู้ชิงชังต่อความจริง” (อัซ-ซุครุฟ 77-78)

    4. อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭚ ﭛ ﭜ ﭝ ﭞ ﭟ ﭠ ﭡ ﭢ ﭣ ﭤ ﭥ ﭦ ﭧ ﭨ ﭩ ﭪ ﭫ ﭬ ﭭ ﭮ ﭯ ﭰ ﭼ المؤمنون: ١٠٦ – ١٠٨

    ความว่า “พวกเขากล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา ความชั่วช้าเลวทรามของพวกเราได้เข้ามาครอบงำพวกเรา และพวกเราเป็นหมู่ชนผู้หลงทาง ข้าแต่พระเจ้าของเราขอพระองค์ทรงโปรดเอาพวกเราออกจากนรกด้วยเถิด ถ้าหากเรากลับไปทำความชั่วช้าอีกแน่นอนเราก็เป็นพวกอธรรม พระองค์ตรัสว่า พวกเจ้าจงตะเพิดไปจมอยู่ในนั้นเถิด และพวกเจ้าอย่าได้มาพูดกับข้าอีกเลย” (อัล-มุอ์มินูน 106-108)

    5. ดังนั้นเมื่อชาวนรกหมดหวังเรื่องการได้ออกจากไฟนรกและหมดอาลัยจากทุกความดีงาม พวกเขาเริ่มถอนหายใจและร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น ดังที่อัลลอฮฺ สุบฮานะฮฺ ตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤ ﯥ ﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﯫ ﯬ ﯭ ﯮ ﯯ ﯰ ﯱ ﯲ ﯳﯴ ﯵ ﯶ ﯷ ﯸ ﯹ ﯺ ﭼ هود: ١٠٦ - ١٠٧

    ความว่า “ดังนั้นสำหรับบรรดาผู้มีทุกข์(ผู้ที่ไม่ศรัทธา)ก็จะอยู่ในนรก สำหรับพวกเขาที่อยู่ในนั้นคือการถอนหายใจและการสะอื้น พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลตราบเท่าที่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินยังยืนยง เว้นแต่ที่พระเจ้าทรงประสงค์ แท้จริงพระเจ้าของเจ้าเป็นผู้กระทำโดยเด็ดขาดตามที่พระองค์ทรงประสงค์” (ฮูด 106-107)

    ขอความคุ้มครองต่อเอกองค์อัลลอฮฺให้พวกเรารอดพ้นจากความกริ้วโกรธและการลงโทษของพระองค์ โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงประทานสวนสวรรค์ให้แก่พวกเรา... และให้พวกเรารอดพ้นจากไฟนรก...พระองค์คือนายของเรา...พระองค์ทรงเป็นนายที่ดีที่สุด เป็นผู้ช่วยเหลือที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา

    มรดกของชาวสวรรค์และที่พำนักของชาวนรก

    عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه و سلم : «مَا مِنْكُمْ مِنْ أَحَدٍ إلَّا لَـهُ مَنْزِلانِ: مَنْزِلٌ فِي الجَنَّةِ، وَمَنْزِلٌ فِي النَّارِ، فَإذَا مَاتَ فَدَخَلَ النَّارَ، وَرِثَ أَهْلُ الجَنَّةِ مَنْزِلَـهُ، فَذَلِكَ قَولُـه تَعَالَى: (ﮊ ﮋ ﮌ ﮍ ﮎ ﮏ ﮐ ﮑ ﮒ ﮓ ﮔ). أخرجه ابن ماجه

    จากอบุ ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ไม่มีคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านนอกจากเขาจะมีที่พำนักสองแห่ง ที่พำนักในสวนสวรรค์และที่พำนักในนรก ดังนั้นเมื่อเขาเสียชีวิตแล้วได้เข้านรก ชาวสวรรค์จะได้รับมรดกจากที่พำนักของเขาในสวรรค์ ด้วยเหตุนี้อัลลอฮฺตะอาลาตรัสไว้ความว่า “ชนเหล่านี้แหละพวกเขาเป็นทายาท ซึ่งพวกเขาจะได้รับมรดกสวนสวรรค์ชั้นฟิรเดาสฺ พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล“ (หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อิบนุ มาญะฮฺ หมายเลข 4341)

    ผู้ฝ่าฝืนที่ให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺจะได้ออกจากนรก

    عن جابر رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه و سلم : «يُـعَذَّبُ نَاسٌ مِنْ أَهْلِ التَّوحِيدِ فِي النَّارِ حَتّى يَكُونُوا فِيهَا حُـمَـماً، ثُمَّ تُدْرِكُهُـمُ الرَّحْـمَةُ، فَيُـخْرَجُونَ وَيُطْرَحُونَ عَلَى أَبْوابِ الجَنّةِ» قال: «فَيَرُشُّ عَلَيْـهِـمْ أَهْلُ الجَنَّةِ المَاءَ فَيَنْبُتُونَ كَمَا يَنْبُتُ الغُثَاءُ فِي حِـمَالَةِ السَّيْلِ ثُمَّ يَدْخُلُونَ الجَنَّةَ». أخرجه أحمد والترمذي

    1. จากญาบิร เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า“ส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่มีหลักเตาฮีด(ให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺ)จะถูกลงโทษในนรก(เนื่องจากพวกเขามีบาปบางประการติดตัว) จนกระทั่งกลายเป็นถ่านไฟ ต่อจากนั้นเมื่อความเมตตามาถึงพวกเขา พวกเขาจะถูกนำออกมาและถูกนำไปทิ้งไว้หน้าประตูสวนสวรรค์” ท่านกล่าวว่า “ดังนั้นชาวสวรรค์จะรดน้ำให้แก่พวกเขา พวกเขาได้งอกงามขึ้นเหมือนฟองน้ำที่อยู่ในการพัดพาของน้ำ จากนั้นพวกเขาก็ได้เข้าสวนสวรรค์” (หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อะหฺมัด หมายเลข 15268 และ อัต-ติรมิซีย์ หมายเลข 2597 สำนวนนี้เป็นของท่าน)

    عن أنس بن مالك رضي الله عنه أن النبي صلى الله عليه و سلم قال: «يُـخْرَجُ مِنَ النَّارِ مَنْ قَالَ: لا إلَـهَ إلَّا اللهُ وَكَانَ فِي قَلْبِـهِ مِنَ الخَيْرِ مَا يَزِنُ شَعِيْرَةً، ثُمَّ يُـخْرَجُ مِنَ النَّارِ مَنْ قَالَ: لا إلَـهَ إلَّا اللهُ وَكَانَ فِي قَلْبِـهِ مِنَ الخَيْرِ مَا يَزِنُ بُرَّةً، ثُمَّ يُـخْرَجُ مِنَ النَّارِ مَنْ قَالَ: لا إلَـهَ إلَّا اللهُ وَكَانَ فِي قَلْبِـهِ مِنَ الخَيْرِ مَا يَزِنُ ذَرَّةً». متفق عليه

    2. จากอะนัส บิน มาลิก เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จะถูกนำออกมาจากนรกผู้ที่กล่าว ลาฮิลาฮา อิลลัลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮฺ) โดยที่หัวใจของเขามีความดีงามแม้ว่ามีน้ำหนักเท่าเมล็ดข้าวบาร์เลย์ ต่อจากนั้นจะถูกนำออกมาจากนรกผู้ที่กล่าว ลาฮิลาฮา อิลลัลลอฮฺ โดยที่หัวใจของเขามีความดีงามแม้ว่ามีน้ำหนักเท่าเมล็ดข้าวสาลี ต่อจากนั้นจะถูกนำออกมาจากนรกผู้ที่กล่าว ลาฮิลาฮา อิลลัลลอฮฺ ในสภาพที่หัวใจของเขามีความดีงามแม้ว่ามีน้ำหนักเท่าผงธุลี” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 44 , มุสลิม หมายเลข 193 สำนวนนี้เป็นของท่าน)

    ชาวนรกที่ได้รับการลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด

    1. สุดยอดของความบรมสุขในสวนสวรรค์ที่บรรดาผู้ศรัทธาจะได้รับ คือความเปี่ยมสุขด้วยกับการได้ยลพระพักตร์ของพระผู้อภิบาลผู้ทรงเกียรติและสูงส่งของพวกเขา และการที่พระองค์อัลลอฮฺพอพระทัยต่อพวกเขา ดังที่พระองค์ตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﭙ ﭚ ﭛ ﭜ ﭝ ﭞ ﭟ ﭠ ﭼ القيامة: ٢٢ – ٢٣

    ความว่า “ในวันนั้นหลายๆ ใบหน้าจะเบิกบาน จ้องมองไปยังพระเจ้าของพวกเขา” (อัล-กิยามะฮฺ 22-23)

    และอัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﮭ ﮮ ﮯ ﮰ ﮱ ﯓ ﯔ ﯕ ﯖ ﯗ ﯘ ﯙ ﯚ ﯛ ﯜ ﯝﯞ ﯟ ﯠ ﯡ ﯢﯣ ﯤ ﯥ ﯦ ﯧ ﯨ ﭼ التوبة: ٧٢

    ความว่า “อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิง ด้วยกับบรรดาสวนสวรรค์ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายใต้สวนสวรรค์เหล่านั้น โดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และบรรดาสถานที่พำนักอันดีซึ่งอยู่ในบรรดาสวนสวรรค์อันสถาพร และความปีติยินดีจากอัลลอฮฺ(ความโปรดปรานของพระองค์)นั้นใหญ่กว่า นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง” ( อัตเตาบะฮฺ 9 : 72 )

    2. และการลงโทษที่รุนแรงที่สุดในนรก คือการที่ชาวนรกถูกปิดกั้นจากการได้ยลพระพักตร์ของพระผู้อภิบาลของพวกเขา ดังที่พระองค์ตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﮄ ﮅ ﮆ ﮇ ﮈ ﮉ ﮊ ﮋ ﮌ ﮍ ﮎ ﮏ ﭼ المطففين: ١٥ – ١٦

    ความว่า “มิใช่เช่นนั้น แท้จริงพวกเขาในวันนั้นจะถูกปิดกั้นจากพระเจ้าของพวกเขา แล้วแท้จริงพวกเขาจะเข้าไปอยู่ในนรกที่มีเปลวไฟลุกโชน” (อัล-มุฏ็อฟฟิฟีน 15-16)

    ชาวนรกและชาวสวรรค์ต่างต้องอยู่ในที่พำนักของตนเองตลอดกาล

    1. อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤ ﯥ ﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﯫ ﯬ ﯭ ﯮ ﯯ ﯰ ﯱ ﯲ ﯳﯴ ﯵ ﯶ ﯷ ﯸ ﯹ ﯺ ﯼ ﯽ ﯾ ﯿ ﰀ ﰁ ﰂ ﰃ ﰄ ﰅ ﰆ ﰇ ﰈ ﰉ ﰊﰋ ﰌ ﰍ ﰎ ﰏ ﭼ هود: ١٠٦ – ١٠٨

    ความว่า “ดังนั้นสำหรับบรรดาผู้มีทุกข์(ชาวนรก)ก็จะอยู่ในนรก สำหรับพวกเขาที่อยู่ในนั้นคือการถอนหายใจและการสะอื้น พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลตราบเท่าที่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินยังยืนยง เว้นแต่ที่พระผู้อภิบาลของเจ้าทรงประสงค์(เช่น ผู้ที่พระองค์ประสงค์ให้เขาออกจากนรกเข้าสู่สวรรค์ ในหมู่ผู้ศรัทธาที่ทำความผิดและต้องได้รับโทษในนรกก่อน) และสำหรับบรรดาผู้เป็นสุข(ชาวสวรรค์)ก็จะอยู่ในสวนสวรรค์พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลตราบเท่าที่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินยืนยง เว้นแต่ที่พระเจ้าของเจ้าทรงประสงค์(เช่น การที่พระองค์ยกฐานะของชาวสวรรค์จากชั้นหนึ่งขึ้นสู่อีกชั้นหนึ่งที่สูงกว่า) เป็นการประทานให้โดยปราศจากการตัดทอน” (ฮูด 106-108)

    2. อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯞ ﯟ ﯠ ﯡ ﯢ ﯣ ﯤ ﯥ ﯦ ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﯫ ﯬ ﯭ ﯮ ﯯ ﯰ ﯱ ﯲﯳ ﯴ ﯵ ﯶ ﯷ ﭑ ﭒ ﭓ ﭔ ﭕ ﭖ ﭗ ﭘ ﭙﭚ ﭛ ﭜ ﭝ ﭞ ﭼ المائدة: ٣٦ – ٣٧

    ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นหากพวกเขาครอบครองสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหมด และมีเยี่ยงนั้นอีกรวมกัน เพื่อจะใช้มันไถ่ตัวให้พ้นจากการลงโทษในวันกิยามะฮฺ มันก็จะไม่ถูกรับจากพวกเขา และสำหรับพวกเขานั้นคือการลงโทษอันเจ็บแสบ เขาเหล่านั้นปรารถนาที่จะออกจากไฟนรก แต่พวกเขาก็หาได้ออกจากมันไปได้ไม่ และสำหรับพวกเขานั้นคือการลงโทษที่คงอยู่ตลอดไป” (อัล-มาอิดะฮฺ 36-37)

    عن ابن عمر رضي الله عنهما قال: قال رسول الله صلى الله عليه و سلم : «إذَا صَارَ أَهْلُ الجَنَّةِ إلَى الجَنَّةِ، وَأَهْلُ النَّارِ إلَى النَّارِ جِيءَ بِالموتِ حَتَّى يُـجْعَلَ بَينَ الجَنَّةِ وَالنَّارِ، ثُمَّ يُذْبَـحُ، ثُمَّ يُنَادِي مُنَادٍ: يَا أَهْلَ الجَنَّةِ لا مَوْتَ، يَا أَهْلَ النَّارِ لا مَوْتَ، فَيَزْدَادُ أَهْلُ الجَنَّةِ فَرَحاً إلَى فَرَحِهِـمْ، وَيَزْدَادُ أَهْلُ النَّارِ حُزْناً إلَى حُزْنِـهِـمْ». متفق عليه

    3. จากอิบนุ อุมัร เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุมา กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “เมื่อชาวสวรรค์ได้เข้าอยู่ในสวรรค์และชาวนรกได้เข้าอยู่ในนรก ความตายถูกนำมาไว้ตรงกลางระหว่างสวรรค์กับนรก ต่อจากนั้นความตายก็จะถูกเชือด แล้วมีเสียงเรียกขึ้นว่า โอ้ชาวสวรรค์ไม่มีการตายอีกแล้ว โอ้ชาวนรกไม่มีการตายอีกแล้ว ดังนั้นชาวสวรรค์ก็ยิ่งเพิ่มความปีติยินดีให้แก่พวกเขา และชาวนรกก็ยิ่งเพิ่มความเศร้าโศกเสียใจแก่พวกเขา” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 6548 สำนวนนี้เป็นของท่าน และ มุสลิม หมายเลข 2850)

    สิ่งที่มาห้อมล้อมสวนสวรรค์และนรก

    عن أبي هريرة رضي الله عنه أن رسول الله صلى الله عليه و سلم قال: «حُجِبَتِ النَّارُ بِالشَّهَوَاتِ، وَحُجِبَتِ الجَنَّةُ بِالمكَارِهِ». متفق عليه

    จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ แท้จริงท่านรอสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “นรกถูกห้อมล้อมด้วยกับอารมณ์ใฝ่ต่ำ(หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ ส่วนมากจะนำไปสู่นรก) และสวนสวรรค์ถูกห้อมล้อมด้วยกับสิ่งที่อารมณ์ไม่ชอบ” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 6487 สำนวนนี้เป็นของท่าน และ มุสลิม หมายเลข 2823)

    ความอยู่ใกล้ของสวนสวรรค์และนรก

    عن عبدالله بن مسعود رضي الله عنه قال: قال النبي صلى الله عليه و سلم : «الجَنَّةُ أَقْرَبُ إلَى أَحَدِكُمْ مِنْ شِرَاكِ نَعْلِـهِ، وَالنَّارُ مِثْلُ ذَلِكَ». أخرجه البخاري

    จากอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “สวนสวรรค์อยู่ใกล้กับพวกท่านยิ่งกว่าสายรองเท้า และขุมนรกก็อยู่ในสภาพเดียวกัน(หมายถึงมีความดีมากมายที่เป็นสาเหตุให้คนคนหนึ่งได้เข้าสวรรค์ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะทำโดยไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกันก็มีความชั่วมากมายที่เป็นสาเหตุให้คนคนหนึ่งต้องเข้านรก โดยที่เขาอาจจะไม่รู้ตัว) (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 6488)

    การโต้แย้งกันระหว่างสวนสวรรค์และไฟนรก และอัลลอฮฺตัดสินระหว่างทั้งสอง

    عن أبي هريرة رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه و سلم قال: «تَـحَاجَّتِ النَّارُ وَالجَنَّةُ، فَقَالَتِ النَّارُ: أُوثِرْتُ بِالمُتَـكَبِّرِينَ وَالمُتَـجَبِّرِينَ، وَقَالَتِ الجَنَّةُ: فَمَالِي لا يَدْخُلُنِي إلَّا ضُعَفَاءُ النَّاسِ وَسَقَطُهُـمْ وَعَجَزُهُـمْ، فَقَالَ اللهُ لِلْـجَنَّةِ: أَنْتِ رَحْـمَتِي، أَرْحَـمُ بِكَ مَنْ أَشَاءُ مِنْ عِبَادِي، وَقَالَ لِلنَّارِ: أَنْتِ عَذَابي، أُعَذِّبُ بِكِ مَنْ أَشَاءُ مِنْ عِبَادِي، وَلِكُلِّ وَاحِدَةٍ مِنْكُمْ مِلْؤُهَا..». متفق عليه

    จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “นรกและสวรรค์ต่างโต้แย้งกัน นรกกล่าวว่า ฉันถูกคัดเลือกให้รับผิดชอบต่อบรรดาผู้ที่หยิ่งยโสและผู้ที่โอหัง ส่วนสวรรค์กล่าวว่า แล้วเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดเข้าฉันได้นอกจากบรรดาผู้ที่อ่อนแอ ผู้ต่ำต้อยและผู้ที่ไร้ความสามารถ อัลลอฮฺตรัสกับสวรรค์ว่า เจ้าคือความเมตตาของฉัน ฉันจะเมตตาด้วยกับเจ้าแก่ผู้ที่ฉันประสงค์จากปวงบ่าวของฉัน และพระองค์ตรัสกับนรกว่า เจ้าคือการลงโทษของฉัน ฉันจะลงโทษด้วยกับเจ้าแก่ผู้ที่ฉันประสงค์จากปวงบ่าวของฉัน และเจ้าทั้งสองจะถูกบรรจุจนเต็ม...” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 4850 , มุสลิม หมายเลข 2846 สำนวนนี้เป็นของท่าน)

    การขอให้รอดพ้นจากไฟนรกและร้องขอสวนสวรรค์

    1. อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﭧ ﭨ ﭽ ﯶ ﯷ ﯸ ﯹ ﯺ ﯻ ﯼ ﯽ ﯾ ﯿ ﰀ ﰁ ﭼ آل عمران: ١٣١ – ١٣٢

    ความว่า “และพวกเจ้าจงเกรงกลัวไฟนรกที่ถูกเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเถิด และพวกเจ้าจงเชื่อฟังอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ เพื่อว่าพวกสูเจ้าจะได้รับความเมตตา” (อาล อิมรอน 131-132)

    عن عدي بن حاتم رضي الله عنه: أن النبي صلى الله عليه و سلم ذَكَرَ النَّارَ فَأَشَاحَ بِوَجْهِهِ فَتَعَوَّذَ مِنْـهَا، ثُمَّ ذَكَرَ النَّارَ فَأَشَاحَ بِوَجْهِهِ فَتَعَوَّذ مِنْـهَا، ثُمَّ قَالَ: «اتَّقُوا النَّارَ وَلَو بِشِقِّ تَـمْرَةٍ، فَمَنْ لَـمْ يَـجِدْ فَبِكَلِـمَةٍ طَيِّبَةٍ». متفق عليه

    2. จากอะดียฺ บิน หาติม เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวถึงสภาพของนรกแล้วก็เบือนหน้าหนี แล้วท่านได้ขอความคุ้มครองให้รอดพ้นจากมัน ต่อจากนั้นได้กล่าวถึงสภาพของนรกแล้วก็เบือนหน้าหนี แล้วท่านได้ขอความคุ้มครองให้รอดพ้นจากมัน ต่อจากนั้นท่านกล่าวว่า “จงปกป้องตัวเจ้าจากไฟนรก ถึงแม้ว่าจะเป็น(การทำดีด้วยการบริจาค)เพียงเสี้ยวหนึ่งของผลอินทผลัม หากว่าเขาไม่มีสิ่งใด(จะบริจาค)ก็จงพูดในสิ่งที่ดี” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 6563 สำนวนนี้เป็นของท่าน มุสลิม หมายเลข 1016)

    عن أبي هريرة رضي الله عنه أن رسول الله صلى الله عليه و سلم قال: «كُلُّ أُمَّتِي يَدْخُلُونَ الجَنَّةَ إلَّا مَنْ أَبَى». قالوا: يا رسول الله ومن يأبى؟ قال: «مَنْ أَطَاعَنِي دَخَلَ الجَنَّةَ، وَمَنْ عَصَانِي فَقَدْ أَبَى». متفق عليه

    3. จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฏิยัลลอฮฺ อันฮุ แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัมกล่าวว่า “ประชาชาติของฉันทั้งหมดจะได้เข้าสวนสวรรค์นอกจากผู้ที่ปฏิเสธ พวกเขากล่าวว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺมีใครกันเล่าที่ปฏิเสธ? ท่านตอบว่า ผู้ที่ปฏิบัติตามฉันเขาจะได้เข้าสวนสวรรค์ และผู้ที่ฝ่าฝืนฉันก็เท่ากับเขาปฏิเสธ” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 7280 สำนวนนี้เป็นของท่าน และมุสลิม หมายเลข 1835)

    โอ้อัลลอฮฺ...เราขอวิงวอนสวนสวรรค์ต่อพระองค์ และสิ่งที่ทำให้ใกล้ชิดกับสวนสวรรค์ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ และเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้รอดพ้นจากหุบเหวแห่งไฟนรก และสิ่งที่ทำให้ใกล้ชิดกับไฟนรกไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ

    ส่งฟีดแบ็ก