คำอธิบาย

หนึ่งในสามสิบบทเรียนอิสลามสำหรับเยาวชนและผู้เริ่มต้น ด้วยวิธีการอธิบายที่ง่ายๆ และพร้อมด้วยหลักฐาน.

รายละเอียดแบบเต็ม

ในโลกนี้ อาจจะถือได้ว่าสิ่งที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่ที่สุดนั้น คือ ความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักของพ่อแม่ ความรักระหว่างสามีภรรยา ความรักระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

แต่ความรักที่ทรงอานุภาพมากที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด คือความรักของอัลลอฮฺที่มีต่อบ่าวของพระองค์ เป็นความรักที่มนุษย์ทุกคนโหยหาและอยากได้ เพราะความรักของอัลลอฮฺเป็นความรักที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าความรักใดๆ เป็นความรักที่จะทำให้มนุษย์ประสบแต่ความสุขในชีวิตและได้รับความคุ้มครองจากอัลลอฮฺอยู่ตลอดเวลา  

ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงต้องพยายามหาทางที่จะทำให้อัลลอฮฺมอบความรักให้กับตน โดยต้องศึกษาให้รู้ว่าอะไรบ้างที่เป็นกุญแจสู่ความรักของอัลลอฮฺ

อันที่จริง ในอัลกุรอานมีระบุถึงคุณลักษณะต่างๆที่อัลลอฮฺรักอย่างมากมาย เช่น แท้จริงอัลลอฮฺทรงรักบรรดาผู้ยำเกรง บรรดาผู้ชอบความสะอาด บรรดาผู้ทำความดี เป็นต้น

แต่เพื่ออธิบายอย่างง่ายๆ ให้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งมีความว่า อัลลอฮฺได้ทรงมีดำรัสว่า ผู้ใดที่ทำร้ายวะลี(สหาย ผู้ใกล้ชิด คนรัก)ฉัน แน่แท้ฉันว่าได้ประกาศต่อสู้กับเขา และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของฉันได้ทำเพื่อใกล้ชิดจะเป็นที่ชื่นชอบแก่ฉันมากไปกว่าสิ่งที่ฉันได้มอบหมายให้เขาทำ(หมายถึงศาสนกิจบังคับหรือฟัรฎู) และบ่าวของฉันนั้นมีอุตสาหะในการเข้าใกล้(ภักดี)ฉันด้วยการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ที่เป็นความสมัครใจ(ไม่ใช่ฟัรฎู) จนฉันรักเขา เมื่อใดที่ฉันรักเขาแล้ว ฉันจะเป็นหูของเขาที่เขาใช้ฟัง เป็นตาของเขาที่เขาใช้ดู เป็นมือของเขาที่เขาใช้จับ และเป็นเท้าของเขาที่เขาใช้เดิน(เป็นการเปรียบเทียบซึ่งหมายถึงว่าอัลลอฮฺจะชี้นำเขาและดูแลอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายเขาให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีเท่านั้น) ถ้าเขาขอจากฉันแน่แท้ฉันจะให้แก่เขา ถ้าเขาขอความคุ้มครองจากฉัน แน่แท้ฉันจะคุ้มครองเขา และไม่มีสิ่งใดที่ฉันทำอย่างลังเลเหมือนที่ฉันจะรับเอาชีวิตของผู้ศรัทธาที่ไม่ชื่นชอบความตายในขณะที่ฉันเองไม่อยากทำร้ายเขา(รายงานโดย อัล-บุคอรีย์)

ประเด็นที่สำคัญในหะดีษข้างต้นคือ กุญแจแห่งความรักของอัลลอฮฺต่อมนุษย์ผู้หนึ่งนั้น อยู่ที่การปฏิบัติภารกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้ให้ครบถ้วน และเสริมด้วยการปฏิบัติศาสนกิจและความดีอื่นๆ ที่เป็นสุนัต (คือทำโดยสมัครใจไม่ใช่ศาสนกิจบังคับ)

เมื่อสามารถรักษาการปฏิบัติศาสนกิจและอามัลฺได้ดังนี้ ก็จะเป็นที่รักของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์จะคอยช่วยดูแลและกำกับให้เขาพบแต่สิ่งที่ดีและปลอดพ้นจากความเลวร้ายต่างๆ ในชีวิต

ความรักของอัลลอฮฺนั้นยิ่งใหญ่นัก เพราะเมื่อพระองค์รักผู้ใดพระองค์จะทรงทำให้สรรพสิ่งอื่นทั้งหมดรักคนผู้นั้นด้วยเช่นกัน เช่นที่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีความว่า เมื่อใดที่อัลลอฮฺรักผู้หนึ่งผู้ใดแล้ว พระองค์จะตรัสกับญิบรีลว่า ฉันได้รักคนผู้นี้แล้ว ดังนั้นเจ้าจงรักเขาด้วย ญิบรีลก็จะรักเขาผู้นั้น แล้วญิบรีลก็จะป่าวประกาศแก่มลาอิกะฮฺทั้งหลายบนฟ้าว่า แท้จริงอัลลอฮฺได้รักคนผู้นี้ดังนั้นพวกเจ้าก็จงรักเขาด้วย มลาอิกะฮฺทั้งหมดก็จะรักเขา แล้วอัลลอฮฺก็จะทรงกำหนดการตอบรับจากชาวโลกให้แก่เขา (รายงานโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)

มุสลิมจึงต้องเพียรพยายามเพื่อหาความรักของอัลลอฮฺอย่างจริงจังเพื่อจะได้รับความดีงามนี้

- ข้อคิดที่ได้รับจากบทเรียน

1.      ความรักของอัลลอฮฺเป็นสิ่งที่มุสลิมทุกคนโหยหาเพราะมีค่าแก่ชีวิตของเขาอย่างยิ่ง

2.      กุญแจแห่งความรักของอัลลอฮฺคือการปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์และสั่งสมความดีงามต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

3.      เมื่อใดที่อัลลอฮฺรักผู้ใดแล้ว พระองค์จะทรงรับเพื่อปกป้องและชี้นำเขาไปในทางที่ดี

4.      ผู้ที่อัลลอฮฺรักจะได้รับความรักจากมลาอิกะฮฺทั้งหลาย รวมทั้งได้รับความชื่นชอบจากเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก

5.      มุสลิมต้องเพียรพยายามเพื่อหาความรักของอัลลอฮฺไม่ว่าจะเป็นด้วยการปฏิบัติศาสนกิจ การขอดุอา การทำความดีต่างๆ ฯลฯ

- คำถามหลังบทเรียน

1.      ท่านมีความรู้สึกอย่างไรกับความรักที่อัลลอฮฺมีต่อมนุษย์? กรุณาแสดงความคิดเห็น

2.      ท่านคิดว่ามีวิธีการอย่างไรบ้างเพื่อปฏิบัติตนให้อัลลอฮฺรัก?

3.      ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่าความรักของอัลลอฮฺต่อมนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีค่า? เพราะเหตุใด?

ส่งฟีดแบ็ก