บทว่าด้วยอาหารและเครื่องดื่ม

คำอธิบาย

อธิบายบทบัญญัติอิสลามว่าด้วยอาหารและเครื่องดื่ม เช่นอาหารประเภทใดที่อนุมัติและที่ไม่อนุมัติ ไม่ว่าจะเป็นจากปศุสัตว์หรือสัตว์ปีก สัตว์ทะเล สััตว์ที่ตายเองและเลือดที่อนุญาตให้ทานได้ ไขมันที่เป็นส่วนผสมในอาหารต่างๆ เมื่อใดที่อนุญาตให้กินสิ่งที่หะรอม ข้อชี้ขาดเกี่ยวกับสิ่งมึนเมา บทลงโทษของผู้ดื่มสุรา ผู้ที่ถูกประณามในเรื่องสุรา หุก่มการกินจากสมบัติของผู้อื่น การดื่มกินด้วยภาชนะต้องห้าม เป็นต้น

Download
กรุณาเขียนความคิดเห็นถึงผู้ดูแล

รายละเอียดแบบเต็ม

    บทว่าด้วยอาหารและเครื่องดื่ม

    ﴿الأطعمة والأشربة﴾

    ] ไทย – Thai – تايلاندي [

    มุหัมมัด บิน อิบรอฮีม อัต-ตุวัยญิรีย์

    แปลโดย : ริซัลย์ สะอะ

    ผู้ตรวจทาน : ซุฟอัม อุษมาน

    2009 - 1430

    ﴿الأطعمة والأشربة﴾

    « باللغة التايلاندية »

    محمد بن إبراهيم التويجري

    ترجمة: ريزال أحمد

    مراجعة: صافي عثمان

    2009 - 1430

    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

    บทว่าด้วยอาหารและเครื่องดื่ม

    โดยพื้นฐานแล้วทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์และสิ่งที่ดีนั้นเป็นที่อนุมัติ และพื้นฐานของสิ่งที่เป็นอันตรายและสิ่งไม่ดีนั้นเป็นที่ต้องห้าม

    1. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องนุ่งห่มอัลลอฮฺได้อนุมัติเพื่อบ่าวของพระองค์จะได้ใช้ประโยชน์ในการภักดีต่อพระองค์

    อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสไว้ว่า

    (ﯧ ﯨ ﯩ ﯪ ﯫ ﯬ ﯭ ﯮ ﯯ ﯰ ﯱ ﯲ ﯳ ﯴ ﯵ ﯶ ﯷ ﯸ) [البقرة/168].

    ความว่า "มนุษย์เอ๋ย จงกินสิ่งที่ได้รับอนุมัติและที่ดีจากที่มีอยู่ในแผ่นดิน และจงอย่าปฏิบัติตามแนวทางของชัยฏอน เพราะแท้จริงมันเป็นศัตรูที่เปิดเผยของสูเจ้า" (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 168)

    2. และทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอันตรายหรืออันตรายของมันนั้นมีมากกว่าคุณประโยชน์ อัลลอฮฺได้ห้ามสิ่งนั้น แท้จริงอัลลอฮฺได้อนุมัติแก่พวกเราสิ่งที่ดีจากสรรพสิ่งทั้งหลายและได้ห้ามแก่พวกเราในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย ดังที่อัลลอฮฺได้บอกถึงคุณลักษณะเกี่ยวกับศาสนทูตของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่ว่า

    (ﮀ ﮁ ﮂ ﮃ ﮄ ﮅ ﮆ ﮇ ﮈ ﮉ ﮊ) [الأعراف/157].

    ความว่า "(ศาสนทูตนั้น)ใช้พวกเขาให้กระทำในสิ่งที่ชอบ และห้ามพวกเขามิให้กระทำในสิ่งที่ไม่ชอบ และจะอนุมัติให้แก่พวกเขาซึ่งสิ่งดีๆ ทั้งหลาย และจะให้เป็นที่ต้องห้ามแก่พวกเขา ซึ่งสิ่งที่เลวทั้งหลาย" (อัล-อะอฺรอฟ -157)

    อาหารที่รับประทานเข้าไปจะมีผลต่ออุปนิสัยและความประพฤติ อาหารที่ดีจะส่งผลดีให้กับมนุษย์และอาหารที่ไม่ดีก็จะส่งผลไม่ดีต่อมนุษย์เช่นกัน ด้วยเหตุนี้อัลลอฮฺตะอาลาได้สั่งให้บ่าวทั้งหลายรับประทานอาหารที่ดีและได้สั่งห้ามไม่ให้รับประทานอาหารที่ไม่ดี

    โดยพื้นฐานอาหารและเครื่องดื่มเป็นสิ่งที่อนุมัติ

    อาหารทุกอย่างและเครื่องดื่มทุกชนิดที่สะอาดและไม่เป็นภัยต่อร่างกายถือว่าเป็นสิ่งที่อนุมัติ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ เมล็ดพืช ผลไม้ น้ำผึ้ง นม อินทผลัมและอื่นๆ ที่คล้ายกัน

    และสิ่งสกปรกทั้งหลายเช่น สัตว์ที่ตายเองและเลือดที่ไหลออก ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องห้าม และสิ่งที่เป็นภัยต่อร่างกายเช่น ยาพิษ เหล้าสุรา กัญชา สิ่งเสพติด ใบยาสูบ และอื่นๆ ที่คล้ายกันนั้นเป็นสิ่งที่ต้องห้ามเช่นกัน เนื่องจากของเหล่านี้เป็นสิ่งที่โสมมเป็นภัยทั้งต่อร่างกาย ทรัพย์สิน และสติปัญญา

    เมื่อถูกเชิญให้รับประทานอาหาร

    1. หนึ่งในแบบอย่างของท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็คือเมื่อมุสลิมได้เข้าบ้านเพื่อนมุสลิม แล้วเขาก็เสิร์ฟอาหารให้รับประทาน เขาก็จงรับประทานอาหารนั้นและอย่าซักถามเกี่ยวกับอาหารดังกล่าว และเมื่อเขาได้เสิร์ฟน้ำดื่มให้ ก็จงดื่มน้ำนั้นและจงอย่าซักถามเกี่ยวกับน้ำดังกล่าว

    2. สองคนที่แข่งขันกันโอ้อวดในเรื่องการรับแขกและเลี้ยงอาหารเพื่อชื่อเสียงและอวดอ้าง อย่าตอบรับคำเชิญของทั้งสองและอย่ารับประทานอาหารของทั้งสอง

    คุณค่าและความประเสริฐของอินทผลัม

    อินทผลัมเป็นผลไม้ที่เลิศที่สุด บ้านไหนที่ไม่มีอินทผลัมไว้ครอบครอง เจ้าของบ้านนั้นย่อมจะประสพกับความหิวโหย (ผู้เขียนอาจจะหมายถึงคนที่ใช้อินทผลัมเป็นอาหารหลัก-บก.) อินทผลัมเป็นผลไม้ที่สามารถป้องกันอันตรายจากพิษและเวทมนตร์คาถาของไสยศาสตร์ และที่ดีที่สุดคืออินทผลัมจากเมืองมะดีนะฮฺโดยเฉพาะพันธุ์ อัจญ์วะฮฺ

    จากท่าน สะอัด บิน อบี วักกอศ รอฏิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    «مَنْ تَصَبَّحَ كُلَّ يَوْمٍ سَبْعَ تَـمَـرَاتٍ عَجْوَةً لَـمْ يَضُرَّهُ فِي ذَلِكَ اليَوْمِ سُمٌّ وَلا سِحْرٌ». متفق عليه.

    ความว่า ผู้ใดที่รับประทานอินทผลัมอัจญ์วะฮฺเจ็ดเม็ดทุกเช้า ในวันนั้นเขาจะไม่ได้รับอันตรายจากยาพิษและไสยศาสตร์ใดๆ" (บันทึกโดย อัล-บุคอรี 5445 และมุสลิม 2047)

    ประโยชน์ของอินทผลัม

    อินทผลัมสามารถเสริมความแข็งแรงให้กับตับ มีผลต่อการสร้างนิสัยให้อ่อนโยน และสามารถลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่งที่มากด้วยธาตุคาร์โบไฮเดรต มีน้ำตาลเยอะ ถ้าทานหลังจากตื่นนอนทันที(ก่อนที่จะทำอย่างอื่นเช่นล้างหน้าแปรงฟัน)จะเป็นการฆ่าพยาธิ และเป็นได้ทั้งผลไม้ อาหาร หลัก ยา และของหวาน

    ผู้ใดรับประทานอินทผลัมที่เก่าแก่ จงตรวจสอบให้ดีและเอาตัวมอดออกด้วย

    สิ่งที่หะรอม (ไม่อนุมัติ) จากปศุสัตว์และสัตว์ปีก

    สัตว์ทุกชนิดที่ห้ามกิน ถือว่าเป็นนะญิส ยกเว้นสามอย่างคือ 1) มนุษย์ 2) สัตว์ที่ไม่มีเลือดเช่น แมลง ยกเว้นที่เกิดมาจากของที่นะญิส เช่น แมลงสาบ 3) สัตว์ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น แมว ลา เป็นต้น ยกเว้น สุนัข

    สิ่งที่หะรอมจากปศุสัตว์และสัตว์ปีก คือสัตว์ที่ถูกกล่าวไว้อย่างชัดแจ้งในตัวบทบัญญัติว่าเป็นสิ่งที่เลว เช่น ลาที่เลี้ยงไว้ใช้งานและหมู

    หรือถูกกล่าวไว้อย่างชัดแจ้งเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ต้องห้าม เช่น สัตว์ที่มีเขี้ยวและนกที่มีกรงเล็บ

    หรือสัตว์ที่คนส่วนใหญ่เห็นว่ามันเป็นที่น่ารังเกียจ เช่น หนูและแมลง

    หรือสัตว์สกปรกที่เกิดจากอาหารการกิน เช่น อัล-ญัลลาละฮฺ คือสัตว์ที่กินของสกปรก เช่นกินมูลสัตว์เป็นอาหาร

    หรือสัตว์ที่บทบัญญัติสั่งให้ฆ่า เช่น งูและแมลงป่อง

    หรือสัตว์ที่บทบัญญัติห้ามฆ่า เช่น นกหัวขวาน นกเหยี่ยวเล็ก กบ มด ผึ้ง เป็นต้น

    หรือเป็นที่รู้ว่าเป็นสัตว์ที่กินซากศพ เช่น นกอินทรีย์ นกอีแร้ง และนกอีกา

    หรือสัตว์ทีถูกกำเนิดระหว่างสัตว์ที่หะลาลกับสัตว์ที่หะรอม เช่น ล่อ ซึ่งเกิดมาจากม้าตัวเมียกับลาตัวผู้

    หรือสัตว์ที่ตายเองหรือ อัล-ฟิสกฺ หมายถึงสัตว์ที่มิได้เปล่งนามของอัลลอฮฺเวลาเชือด

    หรือสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้ครอบครอง เช่น สัตว์ที่ฉกชิงจากผู้อื่นหรือขโมยมา

    ประเภทของสัตว์ล่าเหยื่อที่ต้องห้าม

    ห้ามมิให้รับประทานเนื้อสัตว์ป่าทุกชนิดที่มีเขี้ยว หมายถึงสัตว์ที่ล่าเหยื่อและฉีกเหยื่อกินเป็นอาหาร เช่น สิงโต เสือ หมาป่า ช้าง เสือดาว สุนัข หมาป่า หมู สุนัขจิ้งจอก แมว จระเข้ เต่า เม่น ลิงและสัตว์อื่นๆ ที่คล้ายกันนี้นอกจากหมาใน Hyena (อัฎ-ฎ็อบอฺ) ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่หะลาล (อนุมัติให้รับประทานเนื้อได้)

    ห้ามมิให้รับประทานสัตว์ปีกทุกชนิดที่มีกรงเล็บไว้ล่าเหยื่อและฉีกกินเป็นอาหาร เช่น นกออก(Osprey) เหยี่ยวปีกสั้น(Goshawk) พญาเหยี่ยว เหยี่ยวแดง นกเค้าแมว และสัตว์ปีกอื่นๆ ที่คล้ายกันนี้ และห้ามมิให้รับประทานเนื้อสัตว์ปีกที่กินซากศพและมูลขยะเป็นอาหาร เช่น นกอินทรีย์ นกอีกา อีแร้ง นกหัวขวาน นกนางแอ่นและนกอื่นๆ ที่คล้ายกันนี้

    สัตว์และสัตว์ปีกที่หะลาล (อนุมัติ)

    1. สัตว์บกทุกชนิดถือว่าเป็นสิ่งที่อนุมัตินอกจากสัตว์ที่ได้กล่าวมาแล้วและสัตว์อื่นๆ ที่คล้ายกับสัตว์ดังกล่าว จึงอนุญาตให้รับประทานปศุสัตว์ต่างๆ นั่นก็คือ อูฐ วัว แพะ และแกะ และอนุญาตให้รับประทานเนื้อลาป่า ม้า หมาใน(Hyena) ฎ็อบฺ วัวป่า เนื้อสมัน กวางขาว กระต่าย ยีราฟ และสัตว์ป่าทุกชนิดนอกจากสัตว์ที่มีเขี้ยวไว้ล่าเหยื่อซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่ต้องห้าม

    2. สัตว์ปีกทุกชนิดถือว่าเป็นสัตว์ที่อนุมัติเว้นแต่สัตว์ที่ได้กล่าวมาแล้วขั้นต้นและสัตว์อื่นๆ ที่คล้ายกับสัตว์ดังกล่าว อย่างเช่น ไก่ เป็ด ห่าน นกพิราบ นกกระจอกเทศ นกกระจอก นกไนติงเกล นกยูง นกเขา และสัตว์อื่นๆ ที่คล้ายกันนี้

    จาก อิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา ได้กล่าวว่า

    نَـهَى رَسُولُ الله صلى الله عليه وسلم عَنْ كُلِّ ذِي نَابٍ مِنَ السِّبَاعِ، وَعَنْ كُلِّ ذِي مِـخْلَبٍ مِنَ الطَّيْرِ. أخرجه مسلم.

    ความว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ห้ามกินสัตว์ใดๆ ที่มีเขี้ยว และนกทุกชนิดที่มีกรงเล็บ (รายงานโดยมุสลิม 1934)

    3. สัตว์ทะเลทุกชนิดที่ใช้ชีวิตเฉพาะในทะเลเป็นที่อนุมัติไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มิได้ยกเว้นแม้แต่ชนิดเดียวทุกอย่างเป็นสัตว์ที่อนุมัติให้รับประทานได้ ดังโองการของอัลลอฮฺตะอาลาที่ว่า

    (ﭑ ﭒ ﭓ ﭔ ﭕ ﭖ ﭗ ﭘ ﭙ) [المائدة/96].

    ความว่า "ได้ถูกอนุมัติแก่พวกเจ้า ซึ่งสัตว์ล่าในทะเลและอาหารจากทะเล ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งอำนวยประโยชน์แก่พวกเจ้า และแก่บรรดาผู้เดินทาง" (อัล-มาอิดะฮฺ 96)

    อาหารที่ห้ามรับประทาน

    1. อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสไว้ว่า

    (ﮀ ﮁ ﮂ ﮃ ﮄ ﮅ ﮆ ﮇ ﮈ ﮉ ﮊ) [الأنعام/ 121].

    ความว่า "และพวกเจ้าจงอย่าบริโภคจากสิ่งที่พระนามของอัลลอฮฺมิได้ถูกกล่าวบนมัน(คือไม่ได้เชือดด้วยการกล่าวพระนามของอัลลอฮฺ) และแท้จริงมันเป็นการละเมิดอย่างแน่แท้" (อัล-อันอาม 121)

    2. อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสอีกว่า

    (ﭑ ﭒ ﭓ ﭔ ﭕ ﭖ ﭗ ﭘ ﭙ ﭚ ﭛ ﭜ ﭝ ﭞ ﭟ ﭠ ﭡ ﭢ ﭣ ﭤ ﭥ ﭦ ﭧ ﭨ ﭩ ﭪ ﭫ ﭬ ﭭ ﭮ ﭯ ﭰ) [المائدة/3].

    ความว่า "ได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งสัตว์ที่ตายเอง เลือด เนื้อสุกร สัตว์ที่ถูกเปล่งนามอื่นจากอัลลอฮฺ(ขณะเชือด) สัตว์ที่ถูกรัดคอตาย สัตว์ที่ถูกตีตาย สัตว์ที่ตกเหวตาย สัตว์ที่ถูกขวิดตาย และสัตว์ที่ถูกสัตว์ล่าเหยื่อกัดกิน นอกจากที่พวกเจ้าเชือดกัน และสัตว์ที่ถูกเชือดบนแท่นหินบูชา และการที่พวกเจ้าเสี่ยงทายด้วยไม้ติ้ว เหล่านั้นเป็นการละเมิด" (อัล-มาอิดะฮฺ 3)

    ส่วนใดก็ตามที่ถูกตัดออกมาจากสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ถือว่าเป็นเหมือนเนื้อของสัตว์ที่ตายเอง ไม่อนุญาตให้รับประทาน

    สัตว์ที่ตายเองและเลือดที่อนุญาตให้ทานได้

    สัตว์ที่ตายเองและเลือดที่ไหลออกทั้งสองอย่างนั้นเป็นสิ่งที่หะรอมไม่อนุญาตให้รับประทาน นอกจากสองอย่างที่ปรากฏชัดจากคำสอนของท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺฮุ อะลัยฮฺ วะสัลลัม ว่าเป็นที่อนุมัติ นั่นคือคำกล่าวของท่านที่ว่า

    «أُحِلَّتْ لَنَا مَيْتَتَانِ وَدَمَانِ، أَمَّا المَيْتَتَانِ: فَالحُوتُ وَالجَـرَادُ، وَأَمَّا الـدَّمَانِ: فَالكَبِدُ وَالطِّحَالُ». أخرجه أحمد وابن ماجه.

    ความว่า "ได้อนุมัติแก่พวกเราสัตว์ที่ตายเองสองชนิดและเลือดสองชนิด สัตว์ที่ตายเองสองชนิดนั้นคือ ปลาและตั๊กแตน ส่วนเลือดสองชนิดนั้นคือ ตับและม้าม" (หะดีษ เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อะห์มัด 5723 สำนวนรายงานนี้เป็นของท่าน ดู อัส-สิลสิละฮฺ อัศ-เศาะฮีหะฮฺ 1118 และ อิบนุ มาญะฮฺ 3218)

    ไขมันที่เป็นส่วนผสมในอาหารต่างๆ

    ไขมัน น้ำมัน และเจลลาติน ที่ผสมในอาหารและของหวานและอื่นๆ หากได้มาจากพืชก็เป็นสิ่งที่อนุมัติในกรณีมิได้เจือปนกับสิ่งสกปรก และหากได้มาจากสัตว์ที่หะรอม เช่น หมูและสัตว์ที่ตายเอง เป็นสิ่งที่ต้องห้าม

    และหากได้มาจากสัตว์ที่อนุมัติและผ่านกระบวนการเชือดที่ถูกหลักบทบัญญัติและไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนก็เป็นสิ่งที่อนุมัติ

    ข้อชี้ขาดของการรับประทานอัล-ญัลลาละฮฺ

    อัล-ญัลลาละฮฺ (สัตว์ที่กินมูลหรือขี้เป็นอาหาร) ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ ไก่ และอื่นๆ คือสัตว์ที่ชอบกินของสกปรกเป็นอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาตให้ใช้ขับขี่ หรือกินเนื้อเป็นอาหาร หรือดื่มนมของมัน แม้แต่กินไข่ของมันจนกว่าจะกักขังมันไว้และให้กินแต่อาหารที่สะอาด และแน่ใจว่าเป็นสัตว์สะอาดแล้ว

    เมื่อใดที่อนุญาตให้กินสิ่งที่หะรอม

    ผู้ใดที่อยู่ในภาวะคับขันจำเป็นต้องรับประทานสิ่งที่ถูกห้ามที่ไม่มีพิษ อนุญาตให้รับประทานได้เพียงแค่บรรเทาความหิวและรักษาตัวเองให้พ้นจากความตาย

    อัลลอฮฺตะอาลาได้ตรัสไว้ว่า

    (ﮌ ﮍ ﮎ ﮏ ﮐ ﮑ ﮒ ﮓ ﮔ ﮕ ﮖ ﮗ ﮘ ﮙ ﮚ ﮛ ﮜ ﮝ ﮞ ﮟ ﮠ ﮡ ﮢ ﮣ ﮤ ﮥ ﮦ ﮧ) [البقرة/ 73].

    ความว่า "อัลลอฮฺได้ทรงห้ามสูเจ้าจากสัตว์ที่ตายเอง เลือด เนื้อสุกร สัตว์ที่ถูกกล่าวอุทิศให้นามอื่นนอกไปจากอัลลอฮฺ แต่ถ้าหากผู้ใดตกอยู่ในภาวะคับขันโดยไม่มีเจตนาขัดขืนและไม่ได้ละเมิด มันก็ไม่มีบาปแก่เขา แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ" (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 173)

    ข้อชี้ขาดเกี่ยวกับสิ่งมึนเมา

    1. จากอิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    «كُلُّ مُسْكِرٍ خَمْرٌ وَكُلُّ مُسْكِرٍ حَرَامٌ ». أخرجه مسلم.

    ความว่า "ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมา คือ สุรา และทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งที่หะรอม" ( รายงานโดย อัล-บุคอรี 5575 และ มุสลิม 2003)

    2. จากอุมัร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    «مَنْ كَانَ يُؤْمِنُ بِالله وَاليَـوْمِ الآخِـرِ فَلا يَـقْعُدَنَّ عَلَى مَائِدَةٍ يُدَارُ عَلَيْـهَا الخَـمْرُ». أخرجه أحمد والترمذي.

    ความว่า "ใครก็ตามที่ศรัทธาในอัลลอฮฺและวันปรโลก เขาจะต้องไม่นั่งโต๊ะอาหารที่มีการแจกจ่ายให้ดื่มสุรา" (หะดีษ เศาะฮีหฺ รายงานโดย อะห์มัด 125 สำนวนรายงานนี้เป็นของท่าน และ อัต-ติรมีซีย์ 2801 ดู อิรวาอ์ อัล-เฆาะลีล 1949)

    บทลงโทษของผู้ดื่มสุรา

    จาก อิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุมา กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

    «كُلُّ مُسْكِرٍ خَـمْرٌ، وَكُلُّ مُسْكِرٍ حَرَامٌ، وَمَنْ شَرِبَ الخَـمْرَ فِي الدُّنْيَا فَمَاتَ وَهُوَ يُدْمِنُـهَا، لَـمْ يَتُبْ، لَـمْ يَشْرَبْـهَا فِي الآخِرَةِ». متفق عليه.

    ความว่า "ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมา คือ สุรา และทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งที่หะรอม ผู้ใดที่ดื่มสุราในโลกนี้ แล้วเขาก็ตายในสภาพที่ติดสุราโดยไม่ทันได้กลับตัว เขาจะไม่ได้ดื่มมันอีกในอาคิเราะฮฺ" (บันทึกโดย อัล-บุคอรี 5575 และ มุสลิม 2003)

    จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    «كُلُّ مُسْكِرٍ حَرَامٌ، إنَّ عَلَى الله عَزَّ وَجَلَّ عَهْداً لِـمَنْ يَشْرَبُ المُسْكِرَ أَنْ يَسْقِيَـهُ مِنْ طِينَةِ الخَبَالِ» قَالُوْا: يَا رَسُولَ الله: وَمَا طِينَةُ الخَبَالِ؟ قَالَ: «عَرَقُ أهْلِ النَّارِ، أَوْ عُصَارَةُ أَهْلِ النَّارِ». أخرجه مسلم.

    ความว่า "ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งต้องห้าม แท้จริงอัลลอฮฺผู้ทรงเกียรติและสูงส่งได้มีสัญญากับผู้ที่ดื่มสิ่งที่มึนเมา ว่าจะให้ดื่มน้ำจาก ฎีนนะตุล ค๊อบบาล ในวันอาคีเราะฮฺ" เหล่าสาวกได้ถามรอซูลุลลอฮฺว่า โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ฎีนนะตุล ค๊อบบาล นั้น คืออะไร? ท่านได้ตอบว่า "คือเหงื่อของชาวนรกหรือน้ำเหลืองของชาวนรก" (บันทึกโดย มุสลิม 2002)

    ผู้ที่ถูกประณามในเรื่องสุรา

    จากอะนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ได้กล่าวว่า

    لَعَنَ رَسُولُ الله صلى الله عليه وسلم فِي الخَـمْرِ عَشْرَةً: عَاصِرَهَا، وَمُعْتَصِرَهَا، وَشَارِبَـهَا، وَحَامِلَـهَا، وَالمَـحْـمُولَةَ إلَيْـهِ، وَسَاقِيَـهَا، وَبَائِعَهَا، وَآكِلَ ثَمَنِـهَا، وَالمُشْتَرِي لَـهَا، وَالمُشْتَرَاةَ لَـهُ. أخرجه الترمذي وابن ماجه.

    ความว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ประณามบุคคลสิบประเภทที่เกี่ยวข้องกับสุรา คือ คนที่ผลิต คนที่ถูกผลิตให้ คนที่ดื่มมัน คนที่แบกถือมัน คนที่มันถูกนำไปให้ คนที่เสิร์ฟมัน คนที่ขายมัน คนที่หารายได้จากการขายมัน คนที่ซื้อมัน และคนที่มันถูกซื้อไปให้" (หะดีษ หะสัน เศาะฮีหฺ บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ 1295 สำนวนรายงานนี้เป็นของท่าน และ อิบนุ มาญะฮฺ 3380)

    อัน-นะบีซ คือ น้ำที่ใส่ลูกอินทผลัมหรือองุ่นหรือผลไม้อื่นๆ ที่คล้ายกันนั้น เพื่อให้น้ำนั้นมีรสหวาน และรสเค็มหมดไป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่อนุมัติ อนุญาตให้ดื่มได้ถ้าหากยังไม่เกิดฟอง หรือหากยังไม่ถึงเวลาสามวัน (คือก่อนที่มันจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้มึนเมาได้)

    หุก่มการกินจากสมบัติของผู้อื่น

    ผู้มีความจำเป็นต่อผลไม้เมื่อได้เดินผ่านสวนผลไม้ที่กำลังออกผลหรือที่มันร่วงหล่นจากต้น ซึ่งไม่มีรั้วล้อมรอบและไม่มียามเฝ้า เขาสามารถกินผลไม้นั้นได้โดยไม่เก็บเฟื่อไว้ไปกินที่อื่น และผู้ใดที่เก็บผลไม้ของผู้อื่นโดยไม่มีความจำเป็นเขาจะถูกปรับเป็นสองเท่าและถูกลงโทษ

    การดื่มกินด้วยภาชนะต้องห้าม

    ห้ามมิให้กินหรือดื่มในภาชนะที่เป็นทองหรือเงิน หรือภาชนะที่ชุบด้วยทั้งสอง ทั้งผู้ชายและผู้หญิงก็เหมือนกัน และร่างกายที่รับประทานสิ่งที่หะรอมจะไม่มีสิทธิ์เข้าสวรรค์

    วิธีการปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างของท่านรอซูลุลลอฮฺเมื่อแมลงวันได้ตกในอาหาร

    จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ กล่าวว่า แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    «إذَا وَقَعَ الذُّبَابُ فِي إنَاءِ أَحَدِكُمْ فَلْيَـغْمِسْهُ كُلَّـهُ ثُمَّ لْيَطْرَحْهُ فَإنَّ فِي إحْدَى جَنَاحَيْـهِ شِفَاءً وَفِي الآخَرِ دَاءً». أخرجه البخاري.

    ความว่า "เมื่อแมลงวันได้ตกในอาหารของพวกท่าน จงจุ่มมันลงในอาหารให้จมหมดทั้งตัว หลังจากนั้นก็จงทิ้งมัน แท้จริงบีกข้างหนึ่งของมันเป็นยา และอีกข้างหนึ่งมีโรค" (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ 5782)

    ส่งฟีดแบ็ก