อัล-ฮัดย์ อัล-อุฎหิยะฮฺ และอัล-อะกีเกาะฮฺ

คำอธิบาย

ข้อมูลว่าด้วยอัลฮัดย์ อัลอุฎหิยะฮฺ และอัลอะกีเกาะฮฺ ประกอบด้วย ความหมาย หุก่มอุฏหิยะฮฺ เงื่อนไขของอัลฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ และอะกีเกาะฮฺ เวลาการเชือดอุฎหิยะฮฺ สิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเชือดอุฎหิยะฮฺ วิธีการเชือดแบบนะหัรฺและแบบซับหฺ ลักษณะของปศุสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการเชือดอุฎหิยะฮฺ หุก่มและเวลาเชือดอะกีเกาะฮฺ หุก่มการแจ้งข่าวดีเมื่อมีบุตร เวลาสำหรับการตั้งชื่อบุตร การตั้งชื่อทารก จากหนังสือมุคตะศ็อร อัลฟิกฮิล อิสลามีย์

Download
กรุณาเขียนความคิดเห็นถึงผู้ดูแล

รายละเอียดแบบเต็ม

    อัลฮัดย์ อัลอุฎหิยะฮฺ และอัลอะกีเกาะฮฺ

    ﴿الهدي والأضحية والعقيقة﴾

    ] ไทย – Thai – تايلاندي [

    มุหัมมัด บิน อิบรอฮีม อัตตุวัยญิรีย์

    แปลโดย : อัสรัน นิยมเดชา

    ผู้ตรวจทาน : ซุฟอัม อุษมาน

    ที่มา : หนังสือมุคตะศ็อร อัลฟิกฮิล อิสลามีย์

    2009 - 1430

    ﴿الهدي والأضحية والعقيقة﴾

    « باللغة التايلاندية »

    الشيخ محمد بن إبراهيم التويجري

    ترجمة: عصران إبراهيم

    مراجعة: صافي عثمان

    مصدر: كتاب مختصر الفقه الإسلامي

    2009 - 1430

    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

    อัลฮัดย์ อัลอุฎหิยะฮฺ และอัลอะกีเกาะฮฺ

    อัลฮัดย์ คือ ปศุสัตว์ที่ถูกมอบพลีให้แก่เขตหะร็อมมักกะฮฺ โดยหวังในผลบุญแห่งอัลลอฮฺตะอาลา รวมไปถึงปศุสัตว์ที่เป็นค่าชดเชยอันเนื่องจากการประกอบพิธีหัจญ์แบบตะมัตตุอฺ หรือกิรอน หรือมีอุปสรรคกีดกัน

    อัลอุฎหิยะฮฺ คือ อูฐ วัว หรือแพะ ที่เชือดในช่วงอีดอัฎหา เพื่อหวังในผลบุญแห่งอัลลอฮฺตะอาลา

    หุก่มอุฏหิยะฮฺ : เป็นสุนัตมุอักกะดะฮฺ (ส่งเสริมอย่างยิ่ง) สำหรับมุสลิมทุกคนที่มีความสามารถ

    อัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า

    (ﮊ ﮋ ﮌ ﮍ)

    “ดังนั้นจงละหมาดเพื่อพระผู้เป็นเจ้าของเจ้า แล้วจงเชือดสัตว์พลี” (อัลเกาษัร : 2)

    เวลาการเชือดอุฎหิยะฮฺ : ตั้งแต่หลังละหมาดอีดอัฎหา จนถึงวันตัชรีกวันสุดท้าย (วันอีด และสามวันหลังจากนั้น)

    ส่งเสริมให้รับประทานส่วนหนึ่งจากเนื้ออุฎหิยะฮฺ มอบฮะดิยะฮฺให้ผู้อื่นส่วนหนึ่ง และบริจาคเป็นกุศลทานแก่ผู้ยากไร้อีกส่วนหนึ่ง การเชือดอุฎหิยะฮฺนั้นเป็นผลบุญมหาศาล เพราะเป็นการเข้าหาอัลลอฮฺตะอาลาด้วยการงานที่ดี ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีความสุข เป็นประโยชน์ต่อผู้ยากไร้ และเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน

    เงื่อนไขของอัลฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ และอะกีเกาะฮฺ

    1- ปศุสัตว์ที่อนุญาตให้ใช้เชือดอัลฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ และอะกีเกาะฮฺ คือ อูฐที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป วัวที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป แกะที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และแพะที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป เมื่อมีการเจาะจงสัตว์ตัวที่จะเชือดอุฎหิยะฮฺแล้ว ไม่อนุญาตให้ขาย หรือมอบมันให้ผู้อื่น นอกเสียจากว่าจะเป็นการเปลี่ยนเอาตัวที่ดีกว่าเดิม

    2- ในการเชือดอุฎหิยะฮฺ อะกีเกาะฮฺ หรืออัลฮัดย์ จำเป็นต้องใช้ปศุสัตว์ประเภทสัตว์สี่เท้าจำพวกอูฐ วัว แกะ หรือแพะเท่านั้น และต้องมีอายุตามที่มีบัญญัติกำหนดไว้ และต้องไม่มีตำหนิ ที่ดีที่สุดคือตัวที่อ้วนที่สุด มีราคามากที่สุด และมีค่าต่อเจ้าของมากที่สุด

    - แพะนั้นสำหรับหนึ่งคน อูฐสำหรับ 7 คน ส่วนวัวก็สำหรับ 7 คน โดยสามารถเชือดแพะ หรือ อูฐ หรือ วัว สำหรับตัวเองและสำหรับคนอื่นๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วก็ได้ และส่งเสริมให้ผู้ทำหัจญ์ที่มีฐานะเชือดสัตว์ฮัดย์ให้มาก ส่วนอุฎหิยะฮฺนั้น ตามสุนนะฮฺแล้วให้เชือดตัวเดียวสำหรับสมาชิกในครอบครัวก็เพียงพอแล้ว

    - ส่งเสริมให้เชือดอุฎหิยะฮฺสำหรับผู้ที่มีชีวิตอยู่ และอนุญาตให้เชือดสำหรับผู้ที่ตายไปแล้วได้ แต่ต้องเป็นการเชือดร่วมกับส่วนของผู้อื่น มิใช่การเชือดสำหรับผู้ตายเป็นการเฉพาะ เว้นแต่ผู้ตายจะได้สั่งเสียไว้เช่นนั้น

    สิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเชือดอุฎหิยะฮฺ

    ห้ามให้ผู้ที่ต้องการเชือดอุฎหิยะฮฺตัดหรือโกนขนตามร่างกาย หรือตัดเล็บ เมื่อเข้าสู่สิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮฺ หากเขาได้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากข้อห้ามเหล่านั้นไป ก็ให้อิสติฆฟารฺขออภัยโทษ และไม่มีฟิดยะฮฺชดเชยแต่อย่างใด

    ท่านอุมมุสะละมะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

    «إذَا دَخَلَتِ العَشْرُ وَأَرَادَ أَحَدُكُمْ أَنْ يُضَحِّيَ، فَلا يَـمَسَّ مِنْ شَعْرِهِ وَبَشَرِهِ شَيْئاً»

    “เมื่อเริ่มเข้าสู่สิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮฺ และคนหนึ่งคนใดในหมู่ท่านประสงค์จะเชือดอุฎหิยะฮฺ เขาก็อย่าได้ตัดส่วนหนึ่งส่วนใดจากเส้นผมหรือขนตามร่างกายของเขา” (บันทึกโดยมุสลิม 1977)

    - ผู้ใดเชือดอุฎหิยะฮฺสำหรับตัวเขาเองและสมาชิกในครอบครัวของเขา ส่งเสริมให้เขากล่าวขณะทำการเชือดว่า

    باسم الله، والله أكبر، اللهم تقبل مني، اللهم هذا عني وعن أهل بيتي

    บิสมิลลาฮฺ, วัลลอฮุอักบัรฺ, อัลลอฮุมมะ ตะก็อบบัล มินนี, อัลลอฮุมมะ ฮาซา อันนี วะอัน อะฮฺลิ บัยตี

    “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺคือผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุด โอ้อัลลอฮฺขอพระองค์ทรงตอบรับจากฉันด้วยเถิด โอ้อัลลอฮฺ นี่คือการเชือดสำหรับฉัน และสมาชิกในครอบครัวของฉัน”

    วิธีการเชือดแบบนะหัรฺและแบบซับหฺ

    การเชือดอูฐ มีสุนนะฮฺให้เชือดแบบนะหัรฺขณะที่อูฐกำลังยืนอยู่ ในสภาพที่มือข้างซ้ายของอูฐถูกมัดไว้ ส่วนปศุสัตว์ประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นวัว หรือแพะให้เชือดแบบซับหฺ และอนุญาตให้ทำกลับกัน ซึ่งการเชือดอูฐแบบนะหัรฺนั้น ให้ทำตรงช่วงล่างสุดของคอก่อนถึงหน้าอก ส่วนการเชือดแบบซับหสำหรับวัวหรือแพะนั้น ให้เชือดส่วนบนสุดของคอที่ติดกับส่วนหัว โดยให้มันนอนลงทางด้านซ้าย แล้วให้วางขาขวาบนคอของมัน แล้วจับหัวของมัน และทำการเชือด โดยกล่าวขณะทำการเชือดว่า บิสมิลลาฮฺ วัลลอฮุอักบัร (ด้วยพระนามอัลลอฮฺ และพระองค์คือผู้ทรงยิ่งใหญ่เกรียงไกรยิ่ง)

    ท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เชือดอุฎหิยะฮฺด้วยแกะสองตัวที่อ้วนท้วม และมีเขา โดยท่านเชือดมันด้วยมือของท่านเอง ท่านกล่าวบิสมิลลาฮฺและอัลลอฮุอักบัร และวางขาของท่านบนคอของมันมันทั้งสอง” (มุตตะฟะกุนอะลัยฮฺ บุคอรี 5565 และมุสลิม 1966)

    - สุนัตให้ทำการเชือดฮัดย์และอุฎหิยะฮฺด้วยตัวเอง หากไม่สามารถเชือดด้วยตัวเองได้ก็ให้อยู่ร่วมขณะเชือด และห้ามมอบส่วนใดส่วนหนึ่งจากสัตว์ที่เชือดนั้นเป็นค่าจ้างแก่ผู้ชำแหละเนื้อ และขณะเชือดให้ระบุว่าเป็นของผู้ใด หรือเชือดให้แก่ผู้ใด สัตว์ที่เชือดจะถือว่าหะลาลก็ต่อเมื่อได้ตัดหลอดลม หลอดอาหาร และหลอดเลือดใหญ่สองเส้นหรือเส้นเดียว และให้เลือดไหลออกมา

    ลักษณะของปศุสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการเชือดอุฎหิยะฮฺ

    ท่านอัลบัรรออ์ บิน อาซิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านได้ยินท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

    «أَرْبَـعَةٌ لا يَـجْزِينَ فِي الأَضَاحِي، العَورَاءُ البَيِّنُ عَوَرُهَا، وَالمَرِيضَةُ البَيِّنُ مَـرَضُها، وَالعَرْجَاءُ البَيِّنُ ظَلْعُهَا، وَالكَسِيرَةُ الَّتِي لاتُنْقِي»

    “สัตว์สี่ประเภทที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการเชือดอุฎหิยะฮฺ คือ สัตว์ที่ตาบอดอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ที่ป่วยอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ที่ขาพิการอย่างเห็นได้ชัด และสัตว์ที่ผอมแห้งจนไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้” (บันทึกโดยอบูดาวูด 2802 และอันนะสาอีย์ 4370)

    - เมื่อมุสลิมเชือดฮัดย์หรืออุฎหิยะฮฺ หรือการเชือดประเภทอื่นๆ ในทำนองเดียวกันที่เป็นการเชือดเพื่อแสวงหาผลบุญ โดยที่เขาไม่รู้ว่าสัตว์ที่จะเชือดนั้นเจ็บป่วยเว้นแต่ภายหลังการเชือดเสร็จสิ้นลงแล้ว เช่นนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะไม่ตรงตามเป้าหมายของการเชือด

    - สัตว์ที่ไม่มีหาง หรือหางขาดบางส่วน อูฐไม่มีโหนก สัตว์ตาบอด หรือขาขาด ทั้งหมดนี้ล้วนไม่อนุญาตให้ใช้ในการเชือดฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ และการเชือดอื่นๆในทำนองเดียวกัน ที่เป็นการเชือดเพื่อหวังในผลบุญ

    อะกีเกาะฮฺ : การเชือดสัตว์ให้ทารกที่เกิดมา โดยหวังในผลบุญแห่งอัลลอฮฺตะอาลา

    หุก่มและเวลาเชือดอะกีเกาะฮฺ :

    มีบัญญัติให้เชือดอะกีเกาะฮฺเมื่อมีการคลอดบุตร ดังนั้น เมื่อใดที่บุตรเกิดมามีชีวิต ก็สุนัตให้เชือดอะกีเกาะฮฺให้

    อะกีเกาะฮฺเป็นสุนัตมุอักกะดะฮฺ โดยสำหรับเด็กผู้ชายให้เชือดแพะสองตัว ส่วนเด็กผู้หญิงให้เชือดแพะตัวเดียว โดยให้เชือดในวันที่เจ็ดหลังคลอด ในวันนั้นให้ตั้งชื่อและโกนผมเด็กด้วย ถ้าหากพลาดโอกาสดังกล่าวไป ถ้าเกิดจากเหตุจำเป็นก็ให้เชือดสัตว์อะกีกะฮฺเมื่อใดก็ได้ แต่ถ้ามิได้เกิดจากเหตุจำเป็น ก็ไม่ต้องเชือดอีก เนื่องจากได้พ้นเวลาที่กำหนดไปแล้ว นอกจากนี้ยังสุนัตให้ป้ายอินทผลัมหรือสิ่งที่ใกล้เคียงด้านในของปากเด็ก

    - มีบทบัญญัติห้าประการที่ส่วนของผู้หญิงเท่ากับครึ่งหนึ่งของผู้ชาย นั่นคือ มรดก ค่าสินไหมทดแทน การเป็นพยาน การเชือดอะกีเกาะฮฺ และการปล่อยทาส

    - การเชือดอะกีเกาะฮฺเป็นการแสดงความขอบคุณในความโปรดปรานของอัลลอฮฺตะอาลา และเป็นการเข้าหาพระองค์เพื่อหวังในผลบุญ

    หุก่มการแจ้งข่าวดีเมื่อมีบุตร

    สุนัตให้มุสลิมรีบเร่งแจ้งข่าวดีแก่พี่น้องของเขา และบอกให้เขาทราบถึงสิ่งที่ทำให้เขามีความปิติยินดี และควรที่จะแสดงความยินดีกับบุตรที่เกิดมา และขอดุอาอ์ให้เขา

    อัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า :

    (ﮆ ﮇ ﮈ ﮉ ﮊ ﮋ ﮌ ﮍ ﮎ ﮏ ﮐ ﮑ ﮒ)

    “โอ้ซะการียาเอ๋ย แท้จริงเราจะแจ้งข่าวดีแก่เจ้า ว่าเจ้าจะได้ลูกชายซึ่งมีชื่อว่ายะหฺยา” (มัรยัม : 7)

    เวลาสำหรับการตั้งชื่อบุตร

    1- สุนัตให้ตั้งชื่อในวันที่เด็กเกิด

    ท่านอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

    «وُلِدَ لِي اللَّيْلَةَ غُلَامٌ فَسَمَّيْتُهُ بِاسْمِ أَبِي إِبْرَاهِيمَ»

    “คืนนี้ได้ลูกผู้ชาย แล้วฉันก็ตั้งชื่อเขาด้วยชื่อบิดาของฉันอิบรอฮีม” (บันทึกโดยมุสลิม 2315)

    2- ที่ดีกว่าคือไม่ควรตั้งชื่อเด็กล่าช้าไปกว่าวันที่เจ็ดหลังคลอด แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เปิดกว้าง หากจะตั้งชื่อก่อนหรือหลังจากนั้นก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

    ท่านสะมุเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

    «كُلُّ غُلَامٍ رَهِينٌ بِعَقِيقَتِهِ تُذْبَحُ عَنْهُ يَوْمَ السَّابِعِ وَيُـحْلَقُ رَأْسُهُ وَيُسَمَّى»

    “จำเป็นต้องเชือดอะกีเกาะฮฺแก่เด็กผู้ชายทุกคนในวันที่เจ็ดหลังคลอด พร้อมทั้งโกนผม และตั้งชื่อ” (บันทึกโดยอะหฺมัด 20188 และอบูดาวุด 2838)

    การตั้งชื่อทารก

    - สุนัตให้เลือกชื่อที่ดีที่สุดและเป็นที่โปรดปรานแก่อัลลอฮฺมากที่สุด เช่น อับดุลลอฮฺ หรืออับดุรเราะหฺมาน รวมไปถึงชื่ออื่นๆ ที่แสดงถึงความเป็นบ่าว เช่น อับดุลอะซีซ อับดุลมะลิก เป็นต้น ลำดับถัดมาก็เป็นชื่อบรรดานบี บรรดาเราะสูล และชื่อบรรดาผู้มีคุณธรรม และชื่อที่มีความหมายที่เป็นจริงได้สำหรับมนุษย์ เช่น ยะซีด หรือหะสัน เป็นต้น และจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อที่ไม่อนุญาตให้ตั้งไปสู่ชื่อที่ดี

    - ที่ประเสริฐที่สุดสำหรับการเชือดฮัดย์ และอุฎหิยะฮฺนั้น คือการเชือดอูฐหนึ่งตัวเต็มๆ รองลงมาคือการเชือดวัวหนึ่งตัว รองลงมาก็แพะหนึ่งตัว จากนั้นก็เป็นหนึ่งส่วนเจ็ดของอูฐหรือวัว ส่วนอะกีเกาะฮฺนั้นไม่ว่าจะเป็นอูฐ วัว หรือแพะ ต่างถือว่าใช้ได้สำหรับทารกคนเดียวเท่านั้น และการเชือดแพะก็ดีกว่าเชือดอูฐ เพราะเป็นสัตว์ที่มีรายงานหลักฐานระบุไว้ ซึ่งแพะตัวผู้ก็ดีกว่าตัวเมีย

    - อะกีเกาะฮฺเหมือนกับอุฎหิยะฮฺในส่วนของบทบัญญัติเกี่ยวกับอายุ และลักษณะ เพียงแต่อะกีเกาะฮฺนั้น ไม่อนุญาตให้เชือดสำหรับหลายคนในตัวเดียว แต่อนุญาตให้สำหรับเด็กคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเชือดแพะ วัว หรืออูฐก็ตามู

    ส่งฟีดแบ็ก