“นิอฺมะตุลฮิดายะฮฺ” บุญคุณการชี้นำของอัลลอฮฺ

คำอธิบาย

กล่าวถึงความสำคัญของฮิดายะฮฺ หรือทางนำจากพระผู้เป็นเจ้า และระบุประเภทต่างๆ ของทางนำ รวมถึงวิธีการที่จะทำให้ได้มาซึ่งทางนำจากพระเจ้า และรักษามันไว้ตลอดไป จากหนังสือ อัด-ดุร็อรฺ อัล-มุนตะกอฮฺ มิน อัล-กะลีมาต อัล-มุลกอฮฺ โดย ดร. อะมีน อัช-ชะกอวีย์

Download
กรุณาเขียนความคิดเห็นถึงผู้ดูแล

รายละเอียดแบบเต็ม

    “นิอฺมะตุลฮิดายะฮฺ” บุญคุณการชี้นำของอัลลอฮฺ

    ] ไทย – Thai – تايلاندي [

    ดร.อะมีน บิน อับดุลลอฮฺ อัช-ชะกอวีย์

    แปลโดย : อับดุศศอมัด อัดนาน

    ตรวจทานโดย : ซุฟอัม อุษมาน

    2011 – 1432


    ﴿ نعمة الهداية ﴾

    « باللغة التايلاندية »

    د. أمين بن عبدالله الشقاوي

    ترجمة: عبدالصمد عدنان

    مراجعة: صافي عثمان

    2011 – 1432

    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

    “นิอฺมะตุลฮิดายะฮฺ” บุญคุณการชี้นำของอัลลอฮฺ

    การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ความเมตตาจำเริญและความศานติจงมีแด่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีภาคีหุ้นส่วนอันใดสำหรับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่าท่านนบีมุหัมมัดคือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์...

    ความโปรดปราน (นิอฺมะฮฺ) ที่ยิ่งใหญ่มากประการหนึ่งที่ปวงบ่าวได้รับจากอัลลอฮฺ -สุบหานะฮูวะตะอาลา- คือการที่บ่าวได้รับทางนำสู่ศาสนาอิสลาม อัลลอฮฺได้กล่าวถึงชาวอาหรับชนบทกลุ่มหนึ่งว่า

    ﴿يَمُنُّونَ عَلَيۡكَ أَنۡ أَسۡلَمُواْۖ قُل لَّا تَمُنُّواْ عَلَيَّ إِسۡلَٰمَكُمۖ بَلِ ٱللَّهُ يَمُنُّ عَلَيۡكُمۡ أَنۡ هَدَىٰكُمۡ لِلۡإِيمَٰنِ إِن كُنتُمۡ صَٰدِقِينَ ١٧﴾ (الحجرات: ١٧)

    ความว่า “พวกเขาลำเลิกบุญคุณแก่เจ้าว่าพวกเขาได้รับอิสลามแล้ว จงกล่าวเถิดมุหัมมัดว่าพวกท่านอย่าถือเอาการเป็นอิสลามของพวกท่านมาลำเลิกเป็นบุญคุณแก่ฉันเลย แต่ทว่าอัลลอฮฺทรงมีบุญคุณแก่พวกท่านต่างหาก โดยชี้นำพวกท่านสู่การศรัทธา หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง” (อัล-หุญุรอต : 17)

    อัลลอฮฺได้กล่าวถึงความโปรดปรานของพระองค์ที่ได้มอบทางนำแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมว่า

    ﴿ وَكَذَٰلِكَ أَوۡحَيۡنَآ إِلَيۡكَ رُوحٗا مِّنۡ أَمۡرِنَاۚ مَا كُنتَ تَدۡرِي مَا ٱلۡكِتَٰبُ وَلَا ٱلۡإِيمَٰنُ وَلَٰكِن جَعَلۡنَٰهُ نُورٗا نَّهۡدِي بِهِۦ مَن نَّشَآءُ مِنۡ عِبَادِنَاۚ وَإِنَّكَ لَتَهۡدِيٓ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٥٢﴾ (الشورى: ٥٢)

    ความว่า “และเช่นนั้นแหละเราได้ประทานวิวรณ์แห่งอัลกุรอานแก่เจ้าตามบัญชาของเรา เจ้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอะไรคือคัมภีร์ และอะไรคือการศรัทธา แต่ว่าเราได้ทำให้อัลกุรอานเป็นแสงสว่าง เพื่อชี้แนะทางโดยนัยนั้นแก่ผู้ที่เราประสงค์จากปวงบ่าวของเรา และแท้จริง เจ้านั้นจะเป็นผู้ชี้แนะสู่ทางอันเที่ยงธรรมอย่างแน่นอน” (อัช-ชูรอ : 52)

    อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

    ﴿وَوَجَدَكَ ضَآلّٗا فَهَدَىٰ ٧﴾ (الضحى : 7)

    ความว่า “และเข้าได้พบว่าเจ้านั้นหลงทาง ข้าจึงชี้แนะทางนำแก่เจ้า” (อัฎ-ฎุหา : 7)

    และในหะดีษที่รายงานโดย อับดุลลอฮฺ บิน ซัยดฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่ชาวอันศอรฺว่า

    «أَلَمْ أَجِدْكُمْ ضُلَّالًا فَهَدَاكُمْ اللَّهُ بِي» (البخاري رقم 4330، مسلم رقم 2493)

    ความว่า “ฉันพบพวกท่านอยู่ในความหลงผิด แล้วอัลลอฮฺก็ได้ทรงชี้ทางนำแก่พวกท่านเพราะฉัน มิใช่ดอกหรือ?” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 4330 และมุสลิม หมายเลข 2493)

    และเช่นเดียวกันที่อัลลอฮฺทรงกล่าวทวงชาวสวรรค์ด้วยความโปรดปรานอันนี้ ดังปรากฏในอัลกุรอานว่า

    ﴿وَنَزَعۡنَا مَا فِي صُدُورِهِم مِّنۡ غِلّٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهِمُ ٱلۡأَنۡهَٰرُۖ وَقَالُواْ ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ ٱلَّذِي هَدَىٰنَا لِهَٰذَا وَمَا كُنَّا لِنَهۡتَدِيَ لَوۡلَآ أَنۡ هَدَىٰنَا ٱللَّهُۖ لَقَدۡ جَآءَتۡ رُسُلُ رَبِّنَا بِٱلۡحَقِّۖ وَنُودُوٓاْ أَن تِلۡكُمُ ٱلۡجَنَّةُ أُورِثۡتُمُوهَا بِمَا كُنتُمۡ تَعۡمَلُونَ ٤٣﴾ (الأعراف: ٤٣)

    ความว่า “และเราได้ถอนการผูกใจเจ็บแค้นออกจากหัวอกของพวกเขา(คือชาวสวรรค์) โดยมีบรรดาแม่น้ำไหลอยู่ภายใต้(ที่พัก)ของพวกเขา และพวกเขาได้กล่าวว่า ‘การสรรเสริญทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺผู้ทรงแนะนำพวกเราให้ได้รับสิ่งนี้(ยอมรับอิสลามเป็นศาสนา) และใช่ว่าพวกเราจะได้รับคำแนะนำก็หาไม่หากว่าอัลลอฮฺไม่ทรงแนะนำแก่พวกเรา แท้จริงแล้ว บรรดาศาสนทูตแห่งพระเจ้าของเรานั้นได้นำความจริงมาให้เราแล้ว’ และพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ถูกป่าวร้องว่า นั่นแหละคือสวนสวรรค์ที่พวกท่านได้รับมันไว้เป็นมรดก เนื่องด้วยผลกรรมที่พวกท่านได้กระทำไว้ก่อนหน้านี้” (อัล-อะอฺรอฟ : 43 )

    อนึ่ง...ทางนำ (อัล-ฮิดายะฮฺ) มีสองประเภท คือ

    ประเภทที่ 1 ฮิดายะฮฺด้วยการชี้แนะ ชี้นำ นำทาง และเผยแผ่ ดังปรากฏหลักฐานจากอัลกุรอานว่า

    ﴿وَلِكُلِّ قَوۡمٍ هَادٍ ٧﴾ (الرعد: ٧)

    ความว่า “และทุกกลุ่มชนจะมีผู้นำทาง” (อัร-เราะอฺดุ : 7)

    ﴿وَإِنَّكَ لَتَهۡدِيٓ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٥٢﴾ (الشورى: ٥٢)

    ความว่า “และแน่นอนว่าเจ้าจะชี้นำสู่แนวทางที่เที่ยงตรง” (อัช-ชูรอ :52)

    ﴿فَإِن تَوَلَّيۡتُمۡ فَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّمَا عَلَىٰ رَسُولِنَا ٱلۡبَلَٰغُ ٱلۡمُبِينُ ٩٢﴾ (المائدة: ٩٢)

    ความว่า “แต่ถ้าพวกเจ้าผินหลังให้ก็พึงรู้เถิดว่าที่จริงหน้าที่ศาสนทูตของเรานั้น คือ การประกาศอันชัดเจนเท่านั้น” (อัล-มาอิดะฮฺ : 92)

    ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวกับท่านอะลี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า

    «فَوَاللَّهِ لَأَنْ يَهْدِيَ اللَّهُ بِكَ رَجُلًا وَاحِدًا خَيْرٌ لَكَ مِنْ أَنْ يَكُونَ لَكَ حُمْرُ النَّعَمِ» (رواه مسلم 4/1872 رقم 2406)

    ความว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ หากอัลลอฮฺทรงชี้นำใครคนหนึ่งโดยการชักนำของเจ้า ย่อมดีกว่าที่เจ้าได้ครอบครองอูฐสีแดงเสียอีก” (บันทึกโดยมุสลิม 4/1872 หมายเลขหะดีษ 2406 )

    ประเภทที่ 2 ฮิดายะฮฺเตาฟีกสู่การน้อมรับอิสลาม สิ่งนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว ดังที่พระองค์ได้กล่าวแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า

    ﴿إِنَّكَ لَا تَهۡدِي مَنۡ أَحۡبَبۡتَ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ يَهۡدِي مَن يَشَآءُۚ وَهُوَ أَعۡلَمُ بِٱلۡمُهۡتَدِينَ ٥٦﴾ (القصص: ٥٦)

    ความว่า “แท้จริง เจ้าไม่สามารถที่จะชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่เจ้ารักได้ แต่อัลลอฮฺทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่สมควรได้รับแนวทางที่ถูกต้อง” ( อัล-เกาะศ็อศ :56)

    ﴿وَلَوۡ شَآءَ رَبُّكَ لَأٓمَنَ مَن فِي ٱلۡأَرۡضِ كُلُّهُمۡ جَمِيعًاۚ أَفَأَنتَ تُكۡرِهُ ٱلنَّاسَ حَتَّىٰ يَكُونُواْ مُؤۡمِنِينَ ٩٩﴾ (يونس: ٩٩)

    ความว่า “หากอัลลอฮฺทรงประสงค์แล้วไซร้ แน่นอนว่า ทุกคนบนหน้าแผ่นดินนี้ก็ย่อมเป็นผู้ศรัทธาทั้งหมด(แต่พระองค์ไม่ประสงค์เช่นนั้น) หรือว่าเจ้าจะบังคับให้ผู้คนเป็นผู้ศรัทธา(ด้วยการขู่เข็ญ)กระนั้นหรือ?” (ยูนุส : 99)

    ﴿وَلَوۡ شِئۡنَا لَأٓتَيۡنَا كُلَّ نَفۡسٍ هُدَىٰهَا وَلَٰكِنۡ حَقَّ ٱلۡقَوۡلُ مِنِّي لَأَمۡلَأَنَّ جَهَنَّمَ مِنَ ٱلۡجِنَّةِ وَٱلنَّاسِ أَجۡمَعِينَ ١٣﴾ (السجدة: ١٣)

    ความว่า “และถ้าเราประสงค์ แน่นอนเราจะทำให้ทุกชีวิตได้รับทางนำสู่แนวทางที่ถูกต้องของมัน แต่ว่าคำสัญญาของข้านั้นได้ชี้ขาดสมจริงแล้ว ว่าแท้จริงข้าจะให้นรกเต็มไปด้วยญินและมนุษย์รวมกันทั้งหมด” (อัส-สะญะดะฮฺ :13)

    ยังมีการฮิดายะฮฺอีกบางประเภท นั่นก็คือ การที่อัลลอฮฺทรงนำทางคนหนึ่งให้ได้ประกอบคุณงามความดี หรือให้เขาเป็นคนดีมีคุณธรรมและจริยธรรมกับคนอื่น ในหะดีษที่รายงานโดย อบู อัยยูบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    «اللهم اغْفِرْ لِي خَطَايَايَ وَذُنُوبِي كُلَّهَا، أَنْعِمْنِيْ وَأَحْيِنِيْ وَارْزُقْنِيْ، وَاهْدِنِي لِصَالِحِ الأَعْمَالِ وَالأَخْلاقِ، فَإِنَّهُ لا يَهْدِي لِصَالِحِهَا إِلَّا أَنْتَ، وَلا يَصْرِفُ عَنْ سَيِّئَهَا إِلَّا أَنْتَ» (رواه الحاكم 3/523 رقم 5942)

    ความว่า “โอ้อัลลอฮฺขอได้โปรดให้อภัยในความผิดและบาปทั้งหลายของฉันด้วยเถิด ขอทรงโปรดปรานแก่ฉัน ทรงให้ชีวิตที่ดีแก่ฉัน ทรงให้ปัจจัยยังชีพที่ดีแก่ฉัน ขอทรงโปรดชี้นำฉันสู่กิจการงานและมารยาทที่ดี แท้จริงไม่มีใครที่จะชี้นำฉันสู่ความดีของมันได้นอกจากพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่มีใครที่จะนำฉันออกจากความชั่วช้าของมันได้นอกจากพระองค์เพียงผู้เดียว” (บันทึกโดย อัล-หากิม 3/523 หมายเลขหะดีษ 5942)

    การฮิดายะฮฺที่สำคัญยิ่งอีกบางประการหนึ่ง คือ การที่อัลลอฮฺชี้นำบ่าวให้ยึดมั่นในการให้เอกภาพ (เตาฮีด) และห่างไกลจากการตั้งภาคีต่อพระองค์ ผู้ใดก็แล้วแต่ที่ยืนหยัดบนเส้นทางดังกล่าว แน่นอนว่าเขาจะได้รับความปลอดภัยทั้งโลกนี้และโลกหน้า

    ﴿ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَلَمۡ يَلۡبِسُوٓاْ إِيمَٰنَهُم بِظُلۡمٍ أُوْلَٰٓئِكَ لَهُمُ ٱلۡأَمۡنُ وَهُم مُّهۡتَدُونَ ٨٢﴾ (الأنعام: ٨٢)

    ความว่า “บรรดาผู้ที่ศรัทธาโดยที่มิได้ให้การศรัทธาของพวกเขาปะปนกับการตั้งภาคีนั้น ชนเหล่านี้แหละพวกเขาจะได้รับความปลอดภัย และพวกเขาคือผู้ที่ได้รับทางนำ” (อัล-อันอาม : 82 )

    ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เองก็มักจะขอฮิดายะฮฺทางนำจากอัลลอฮฺอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังมีหะดีษรายงานจากท่านอิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า

    أَنَّ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ كَانَ يَقُولُ : «اللهم إِنِّي أَسْأَلُكَ الْهُدَى وَالتُّقَى وَالْعَفَافَ وَالْغِنَى» (رواه مسلم رقم 2721)

    ความว่า “แท้จริงท่านนบีกล่าวขอดุอาอ์ว่า โอ้อัลลอฮฺขอทรงโปรดนำทางแก่ฉัน ให้ฉันมีความยำเกรง มีความบริสุทธิ์ และมีความพอเพียงด้วยเถิด” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลขหะดีษ 2721)

    และท่านนบีจะขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺเพื่อให้บรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านได้รับทางนำ ทั้งยังได้ชี้แนะประชาชาติของท่านให้เป็นผู้มีนิสัยขอทางนำแก่ผู้อื่นด้วย ดังมีเรื่องเล่าจากญะรีร บิน อับดุลลอฮฺ ว่า

    شَكَوْتُ إِلَيْهِ – أي النبي صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ- أَنِّي لَا أَثْبُتُ عَلَى الْخَيْلِ، فَضَرَبَ بِيَدِهِ فِي صَدْرِي، وَقَالَ : «اللهم ثَبِّتْهُ، وَاجْعَلْهُ هَادِيًا مَهْدِيًّا» (رواه البخاري رقم 3036 ومسلم رقم 2475)

    ความว่า “ฉันได้บอกล่าวแก่ท่านนบีว่า เวลาที่ฉันนั่งอยู่บนม้ามีความรู้สึกว่านั่งไม่กระชับมั่นคง ท่านจึงเอามือมาแตะที่หน้าอกของฉันแล้วกล่าวว่า โอ้อัลลอฮฺขอพระองค์ได้โปรดให้เขามีความมั่นคง และให้เขาเป็นผู้ที่ชี้นำสู่สัจธรรมและเป็นผู้ได้รับทางนำด้วยเถิด” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 3036 และมุสลิม หมายเลขหะดีษ 2475)

    วันหนึ่งท่านฏุฟัยล์และเพื่อนๆ ได้เข้าหาท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วได้เล่าให้ท่านฟังว่า พรรคพวกของท่านที่เป็นชาวเดาส์ฝ่าฝืนและปฏิเสธศรัทธา ดังนั้น พวกเขาจึงขอร้องท่านได้ขอให้อัลลอฮฺทำลายล้างพวกเขาด้วย มีผู้กล่าวว่าชาวเดาส์ต้องฉิบหายแน่นอน แต่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบว่า

    «اللهم اهْدِ دَوْسًا وَأْتِ بِهِمْ» (رواه البخاري رقم 3036 ومسلم رقم 2475)

    ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ โปรดให้ทางนำแก่ชาวเดาส์ด้วยเถิด และโปรดให้พวกเขามาสู่เราด้วยเถิด” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 3036 และมุสลิม หมายเลขหะดีษ 2475 )

    ครั้งหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่ท่านอะลีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า

    «قُلْ : اللهم اِهْدِنِي وَسَدِّدْنِي ، وَاذْكُرْ بِالْهُدَى هِدَايَتك الطَّرِيق ، وَالسَّدَاد سَدَاد السَّهْم» (رواه مسلم 2725)

    ความว่า “อะลีย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวขอว่า โอ้อัลลอฮฺขอได้โปรดชี้นำทางแก่ฉันด้วยเถิด และโปรดให้ฉันมีความเที่ยงตรงด้วยเถิด และเจ้าพึงรำลึกขณะที่ขอด้วยคำกล่าวทั้งสองนี้ในดุอาอ์ว่า การชี้นำก็คือชี้นำเจ้าสู่ทางอันเที่ยงตรง ส่วนความเที่ยงตรงก็คือการปฏิบัติได้อย่างตรงตามเป้าหมายเฉกเช่นผู้ที่ดัดดอกศรให้ตรง” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลขหะดีษ 2725 )

    ท่านอัล-บัรรออ์ บิน อาซิบ เล่าว่า

    رَأَيْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَوْمَ الْخَنْدَقِ، وَهُوَ يَنْقُلُ التُّرَابَ حَتَّى وَارَى التُّرَابُ شَعَرَ صَدْرِهِ، وَكَانَ رَجُلًا كَثِيرَ الشَّعَرِ، وَهُوَ يَرْتَجِزُ بِرَجَزِ عَبْدِ اللَّهِ :

    «اللهم لَوْلَا أَنْتَ مَا اهْتَدَيْنَا * وَلَا تَصَدَّقْنَا وَلَا صَلَّيْنَا

    فَأَنْزِلَنْ سَكِينَةً عَلَيْنَا * وَثَبِّتْ الْأَقْدَامَ إِنْ لَاقَيْنَا

    إِنَّ الْأَعْدَاءَ قَدْ بَغَوْا عَلَيْنَا * إِذَا أَرَادُوا فِتْنَةً أَبَيْنَا»

    (رواه البخاري 3034، ومسلم رقم 275)

    ความว่า “ในสมรภูมิค็อนดัก (สงครามคู หรือสงครามอะหฺซาบ,พันธมิตร) ฉันได้เห็นท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แบกขนดินจนขนหน้าอกของท่านเปื้อนดินเต็มไปหมด ท่านเป็นผู้ที่มีขนขึ้นตามร่างกายดกมาก ซึ่งท่านได้กล่าวบทกวีเป็นการปลุกเร้าใจว่า

    โอ้อัลลอฮฺหากใช่พระองค์เราคงไม่ได้รับทางนำ

    เราคงไม่ได้ละหมาดและไม่ได้จ่ายซะกาต

    ขอได้โปรดให้จิตใจของเราสงบ

    ทั้งให้เรามีความมั่นคงในยามที่ออกรบ

    เหล่าศัตรูได้ละเมิดต่อพวกเรา

    ถ้าพวกเขาต้องการสร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ยอมให้พวกเขาทำได้ (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษ 3034 และมุสลิมหมายเลขหะดีษ 275)

    อิบนุ ตัยมียะฮฺ กล่าวว่า “บ่าวคนหนึ่งมีความจำเป็นต้องแสวงหาความโปรดปรานแห่งทางนำจากอัลลอฮฺอยู่เสมอ เขามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสาระของดุอาอ์นี้ เนื่องจากไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เขารอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺ และไม่สามารถบรรลุซึ่งความสุขได้ นอกจากด้วยทางนำนี้เท่านั้น และทางนำที่ว่านี้ก็จะไม่ได้มาเว้นแต่ด้วยการชี้นำของอัลลอฮฺเท่านั้น” (อัล-ฟะตาวา 14/37)

    อิบนุล ก็อยยิม กล่าวว่า “เมื่อบ่าวคนหนึ่งได้ศรัทธาต่อคัมภีร์ในภาพรวม พร้อมกับได้ปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆ และยอมรับเชื่อมั่นในเรื่องราวต่างๆ ในคัมภีร์ สิ่งนั้นจะเป็นปัจจัยให้เขาได้รับทางนำอีกประการหนึ่งตามมา ซึ่งจะทำให้เขาได้รับความประเสริฐเหนือกว่า เพราะการฮิดายะฮฺนั้นไม่มีขอบเขต แม้ว่าบ่าวคนหนึ่งจะบรรลุถึงระดับขั้นไหนแล้วก็ตามที” (อัล-ฟะวาอิด:1/130)

    ﴿وَيَزِيدُ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ٱهۡتَدَوۡاْ هُدٗىۗ وَٱلۡبَٰقِيَٰتُ ٱلصَّٰلِحَٰتُ خَيۡرٌ عِندَ رَبِّكَ ثَوَابٗا وَخَيۡرٞ مَّرَدًّا ٧٦﴾ (مريم: ٧٦)

    ความว่า “และอัลลอฮฺจะทรงเพิ่มแนวทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่อยู่ในแนวทางนั้น และการงานที่ดีที่ยั่งยืนย่อมมีรางวัลที่ดียิ่งกว่า ณ พระเจ้าของเจ้า และย่อมเป็นบั้นปลายที่ดียิ่งกว่า” (มัรยัม : 76)

    และอัลลอฮฺได้บอกว่าใครก็ตามที่อัลลอฮฺประสงค์ให้เขาได้รับทางนำสู่ศาสนาอันเที่ยงธรรมก็จะทำให้จิตใจของเขาเปิดกว้าง และในทางตรงกันข้ามบุคคลใดที่อัลลอฮฺประสงค์จะให้เขาหลงผิดจะทำให้เขาจะรู้สึกคับอกคับใจต่อศาสนา

    ﴿فَمَن يُرِدِ ٱللَّهُ أَن يَهۡدِيَهُۥ يَشۡرَحۡ صَدۡرَهُۥ لِلۡإِسۡلَٰمِۖ وَمَن يُرِدۡ أَن يُضِلَّهُۥ يَجۡعَلۡ صَدۡرَهُۥ ضَيِّقًا حَرَجٗا كَأَنَّمَا يَصَّعَّدُ فِي ٱلسَّمَآءِۚ كَذَٰلِكَ يَجۡعَلُ ٱللَّهُ ٱلرِّجۡسَ عَلَى ٱلَّذِينَ لَا يُؤۡمِنُونَ ١٢٥﴾ (الأنعام: ١٢٥)

    ความว่า “ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงต้องการจะแนะนำเขา พระองค์ก็จะทรงให้หัวอกของเขาเบิกบานเพื่อรับอิสลาม และผู้ใดที่พระองค์ทรงต้องการจะปล่อยให้เขาหลงทางก็จะทรงให้ทรวงอกของพวกเขาคับแคบอึดอัดประหนึ่งว่าเขากำลังขึ้นไปยังฟากฟ้า ในทำนองนั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงให้มีความโสมมแก่บรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธา” (อัล-อันอาม : 125)

    ส่วนหนึ่งจากสาเหตุที่จะทำให้มีความมั่นคงอยู่บนเส้นทางแห่งทางนำคือ

    หนึ่ง ดุอาอ์ ดังมีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า (ดุอาอ์ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวขอเป็นประจำ คือ

    دَعَوَاتٌ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُكْثِرُ أَنْ يَدْعُوَ بِهَا «اللهم يَا مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ ثَبِّتْ قَلْبِي عَلَى دِينِكَ» قَالَتْ فَقُلْتُ: يَا رَسُولَ اللَّهِ إِنَّكَ تُكْثِرُ تَدْعُو بِهَذَا الدُّعَاءِ، فَقَالَ : «إِنَّ قَلْبَ الْآدَمِيِّ بَيْنَ أُصْبُعَيْنِ مِنْ أَصَابِعِ اللَّهِ عَزَّ وَجَلَّ، فَإِذَا شَاءَ أَزَاغَهُ، وَإِذَا شَاءَ أَقَامَهُ» (رواه أحمد 6/91)

    ความว่า “ดุอาอ์ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวขอบ่อยเป็นประจำ คือ “โอ้อัลลอฮฺผู้ซึ่งผันแปรจิตใจ ขอได้โปรดดลบันดาลจิตใจของฉันให้ยึดเหนี่ยวต่อศาสนาของพระองค์อย่างมั่นคงด้วยเถิด” ฉันจึงกล่าวถามท่านว่า เหตุใดท่านจึงอ่านดุอาอ์บทนี้มากเหลือเกิน ท่านจึงให้คำตอบแก่ฉันว่า “เนื่องจากว่าจิตใจของมนุษย์อยู่ระหว่างสองนิ้วของพระองค์อัลลอฮฺ ผู้เกรียงไกรและสูงส่ง ถ้าพระองค์ต้องการ พระองค์ก็จะทรงทำให้มันไขว้เขว หรือถ้าพระองค์ประสงค์ ก็จะทรงทำให้มันมั่นคง สุดแล้วแต่ประสงค์ของพระองค์” (บันทึกโดยอะหฺมัด 6/91)

    สอง มีความกระตือรือร้นที่จะประกอบคุณงามความดี อัลลอฮฺตรัสว่า

    ﴿وَلَوۡ أَنَّا كَتَبۡنَا عَلَيۡهِمۡ أَنِ ٱقۡتُلُوٓاْ أَنفُسَكُمۡ أَوِ ٱخۡرُجُواْ مِن دِيَٰرِكُم مَّا فَعَلُوهُ إِلَّا قَلِيلٞ مِّنۡهُمۡۖ وَلَوۡ أَنَّهُمۡ فَعَلُواْ مَا يُوعَظُونَ بِهِۦ لَكَانَ خَيۡرٗا لَّهُمۡ وَأَشَدَّ تَثۡبِيتٗا ٦٦ وَإِذٗا لَّأٓتَيۡنَٰهُم مِّن لَّدُنَّآ أَجۡرًا عَظِيمٗا ٦٧ وَلَهَدَيۡنَٰهُمۡ صِرَٰطٗا مُّسۡتَقِيمٗا ٦٨﴾ (النساء: ٦٦ - ٦٨)

    ความว่า “และแม้นว่าเราได้กำหนดแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าจงฆ่าตัวของพวกเจ้าเองหรือจงออกไปจากหมู่บ้านของพวกเจ้า พวกเขาก็ไม่กระทำตามบัญชานั้นนอกจากเพียงเล็กน้อยในหมู่พวกเขาเท่านั้น และหากว่าพวกเขาได้กระทำตามสิ่งที่พวกเขาได้รับคำแนะนำแล้วไซร้ แน่แท้ว่า มันย่อมเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าแก่พวกเขาและเป็นสิ่งที่ทำให้มั่นคงยิ่งกว่า และแน่นอนเราก็จะให้แก่พวกเขาซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่จากเรา และแน่นอนเราก็จะแนะนำแก่พวกเขาซึ่งทางอันเที่ยงตรง” (อัล-นิสาอ์ 66-68)

    การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล การเศาะละวาตและความศานติจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัดของเรา รวมถึงบรรดาวงศาคณาญาติ และบรรดาอัครสาวกของท่านทั้งหมดด้วยเทอญ

    ส่งฟีดแบ็ก