คำอธิบาย

คำถาม : อะไรคือหุก่มการอวยพรแก่ผู้ไม่ใช่มุสลิมเนื่องในวันรื่นเริงของพวกเขา ?

รายละเอียดแบบเต็ม

คำถาม  : อะไรคือหุก่มการอวยพรแก่ผู้ไม่ใช่มุสลิมเนื่องในวันรื่นเริงของพวกเขา ?

คำตอบ : อัลหัมดุลิลลาฮฺ การกล่าวอวยพรแก่ผู้ไม่ใช่มุสลิมเนื่องในวันคริสต์มาส หรือวันรื่นเริงอื่นๆ ของผู้ไม่ใช่มุสลิมนั้นถือว่าหะรอมโดยการเห็นพ้องของเหล่าอุละมาอ์ เช่นที่อิบนุล ก็อยยิมได้อ้างไว้ในหนังสือ "อะห์กาม อะฮฺลิซ ซิมมะฮฺ" โดยท่านได้กล่าวว่า "อนึ่ง การอวยพรแก่พวกเขาเนื่องในวันรื่นเริงต่างๆ หรือการถือบวชของพวกเขา เช่นกล่าวว่า ขอให้เป็นวันที่สุขสันต์แก่ท่าน หรือ ขอให้ท่านมีความสุขในวันนี้ เป็นต้น การกล่าวอวยพรเยี่ยงนี้ถ้าหากผู้กล่าวรอดพ้นจากมูลเหตุแห่งกุฟรฺ(การปฏิเสธศรัทธา)แล้วก็ยังไม่รอดไปจากความผิดเพราะการกระทำเช่นนั้นถือว่าหะรอม มันอยู่ในสถานะเดียวกันกับการอวยพรให้แก่ผู้ที่กราบต่อรูปกางเขน ทว่าการกล่าวอวยพรดังกล่าวมีบาปใหญ่หลวงยิ่ง ณ อัลลอฮฺ และเป็นความพิโรธที่ใหญ่หลวงกว่าการอวยพรเนื่องในโอกาสดื่มสุรา หรือคร่าชีวิต หรือผิดประเวณี และพฤติกรรมที่คล้ายกัน หลายคนที่ไม่มีมูลฐานทางศาสนาได้หลงผิดไปกับเรื่องนี้ และกระทำไปโดยไม่ทราบความเลวร้ายของสิ่งที่ตนทำลงไป ฉะนั้นใครก็ตามที่อวยพรในเรื่องที่เป็นความผิด(มะอฺศิยัต)หรืออุตริกรรม(บิดอะฮฺ)หรือการปฏิเสธศรัทธา(กุฟรฺ) แน่แท้ว่าเขาได้นำตนเองสู่ความโกรธและความพิโรธของอัลลอฮฺแล้ว"

แท้จริง เหตุที่การกล่าวอวยพรแก่ผู้ไม่ใช่มุสลิมเนื่องในวันรื่นเริงทางศาสนาของพวกเขาเป็นสิ่งหะรอม และมีสถานะใหญ่หลวงเยี่ยงที่อิบนุล ก็อยยิมได้อ้างไว้นั้น อันเนื่องมาจากการกระทำดังกล่าวหมายถึงการยอมรับสัญลักษณ์แห่งกุฟรฺที่พวกเขาดำเนินอยู่ และพอใจกับสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่ถึงแม้ว่าผู้กล่าวอาจจะไม่พอใจกับตัวตนของกุฟรฺก็ตาม ทว่าไม่อนุญาตให้มุสลิมพอใจกับสัญลักษณ์ของกุฟรฺด้วย หรือกล่าวอวยพรผู้อื่นเนื่องด้วยสาเหตุดังกล่าว เพราะอัลลอฮฺไม่ทรงพอพระทัยกับเรื่องเช่นนั้น พระองค์ตรัสว่า

 إِن تَكْفُرُوا فَإِنَّ اللَّهَ غَنِيٌّ عَنكُمْ وَلَا يَرْضَى لِعِبَادِهِ الْكُفْرَ وَإِن تَشْكُرُوا يَرْضَهُ لَكُمْ  (الزمر : 7 )

ความว่า "หากพวกเจ้าปฏิเสธศรัทธา ดังนั้น แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ทรงพอเพียงจากพวกเจ้า(พระองค์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพวกเจ้าแต่อย่างใด) และจะไม่ทรงปิติยินดีต่อการเนรคุณของปวงบ่าวของพระองค์ และหากพวกเจ้ากตัญญู พระองค์ก็จะทรงปิติยินดีต่อพวกเจ้า" (อัซ-ซุมัร : 7)

พระองค์ยังได้ตรัสอีกว่า

 الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الإِسْلاَمَ دِيناً  (المائدة : 3)

ความว่า "วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว" (อัล-มาอิดะฮฺ : 3)

การกล่าวอวยพรผู้ไม่ใช่มุสลิมเช่นนี้ถือว่าหะรอม ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นผู้ร่วมงานของเราหรือไม่ก็ตาม

และหากว่าผู้ไม่ใช่มุสลิมกล่าวอวยพรแก่พวกเราเนื่องในโอกาสวันรื่นเริงของพวกเขา เราก็ต้องไม่ตอบกลับการอวยพรนั้น เพราะมันไม่ใช่วันรื่นเริงของเรา ซึ่งมันเป็นวันรื่นเริงที่อัลลอฮฺไม่ทรงพอพระทัย และเป็นอุตริกรรมทางศาสนาของพวกเขาหรือไม่ก็เป็นพิธีกรรมที่มีอยู่จริงแต่ก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยายแล้วด้วยการมาของบทบัญญัติอิสลามที่อัลลอฮฺได้ประทานแก่ท่านนบี มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม แก่มนุษยชาติทั้งมวล พระองค์ตรัสว่า

 وَمَن يَبْتَغِ غَيْرَ الإِسْلاَمِ دِيناً فَلَن يُقْبَلَ مِنْهُ وَهُوَ فِي الآخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ  (آل عمران : 85 )

ความว่า "และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นจากอิสลามแล้ว ศาสนานั้นก็จะไม่ถูกรับจากเขาเป็นอันขาด และในปรโลกเขาจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน"

การกล่าวรับคำอวยพรของผู้ไม่ใช่มุสลิมในโอกาสวันรื่นเริงเหล่านี้ถือว่าหะรอม และใหญ่หลวงกว่าการเริ่มกล่าวอวยพรให้แก่พวกเขาด้วยซ้ำ เพราะการกล่าวรับเป็นประหนึ่งการมีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองกับพวกเขาด้วย

นอกจากนี้ ยังไม่อนุญาตให้มุสลิมเลียนแบบผู้ไม่ใช่มุสลิมด้วยการจัดงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเหล่านี้ หรือแลกเปลี่ยนของขวัญ แจกขนมหวาน อาหารต่างๆ หรือหยุดงานเพื่อเทศกาลนี้ เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

 من تشبّه بقوم فهو منهم 

ความว่า "ผู้ใดเลียนแบบกลุ่มชนใด เขาก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนั้น"

ท่านอิบนุ ตัยมียะฮฺ ได้กล่าวในหนังสือ "อิกติฎออ์ อัศ-ศิรอฏ อัล-มุสตะกีม ลิ มุคอละฟะฮฺ อัศหาบ อัล-ญะหีม" ว่า "การเลียนแบบบางส่วนในเรื่องการเฉลิมฉลองวันรื่นเริงของผู้ไม่ใช่มุสลิมเหล่านั้น เป็นมูลเหตุให้พวกเขารู้สึกยินดีกับความไม่ถูกต้องที่พวกเขาเป็นอยู่ และอาจจะทำให้พวกเขาเกิดความฮึกเหิมที่จะฉวยโอกาสและฉุดดึงเหล่าผู้อ่อนแอ(ให้เข้ามาอยู่ในแนวทางเดียวกับพวกเขา)"

ใครก็ตามที่กล่าวอวยพรในลักษณะนี้ แสดงว่าเขาได้กระทำบาป ไม่ว่าจะทำเพื่อเอาใจ แสดงความชอบ เพราะความอาย หรือสาเหตุอื่นๆ ก็ตาม ทั้งนี้เพราะการกระทำนั้น ถือเป็นการเอาใจพวกเขาด้วยการแลกกับศาสนาของอัลลอฮฺ และเป็นเหตุให้เกิดความลำพองใจแก่ผู้ไม่ใช่มุสลิมในเรื่องศาสนาของพวกเขา

ขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺ ให้ทรงประทานเกียรติยศแก่มุสลิมด้วยศาสนาของพวกเขา และทรงประทานการยืนหยัดบนศาสนา และทรงช่วยเหลือพวกเขาให้มีชัยเหนือศัตรู แท้จริงพระองค์ทรงพลานุภาพและเกรียงไกร (อ้างจาก : รวมฟัตวาเชค อิบนุ อุษัยมีน 3:369)

ที่มา : islamqa.info ฟัตวาหมายเลข 947

ส่งฟีดแบ็ก