หลักฐานที่บ่งชี้ว่าอัลลอฮฺทรงอยู่เหนือสิ่งถูกสร้างและชั้นฟ้า

คำอธิบาย

คำถาม : บางคนกล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย และอุละมาอ์บางท่านกล่าวว่า แท้จริงสำหรับอัลลอฮฺไม่มีสถานที่ ดังนั้นคำพูดที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเด็นนี้คืออะไร ?

รายละเอียดแบบเต็ม

 หลักฐานต่างๆ ที่บ่งชี้ว่าอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่เหนือสิ่งที่ถูกสร้างและแท้จริงนั้นพระองค์ทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย

الأدلة على علوّ الله تعالى على خلقه وأنّه سبحانه فوق السموات

มุฮัมหมัด  ศอลิหฺ  อัลมุนัจญิด

แปลโดย : ยูซุฟ ศรีมาลา

الشيخ محمد صالح المنجد

ترجمة: يوسف سري مالا


ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

หลักฐานต่างๆ ที่บ่งชี้ว่าอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่เหนือสิ่งที่ถูกสร้างและแท้จริงนั้นพระองค์ทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย

คำถาม : บางคนกล่าวว่า  แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย  และอุละมาอ์บางท่านกล่าวว่า แท้จริงสำหรับอัลลอฮฺไม่มีสถานที่  ดังนั้นคำพูดที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเด็นนี้คืออะไร ?

คำตอบ : การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอฮฺ

ชาวซุนนะฮฺได้ยกหลักฐานว่าอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่เหนือสิ่งที่ถูกสร้าง  เป็นการอยู่เหนือสิ่งถูกสร้างด้วยตัวของพระองค์ โดยอาศัยหลักฐานจากอัลกุรอาน  ซุนนะฮฺ มติของปวงปราชญ์  สติปัญญา(อะกัล) และสามัญสำนึก(ฟิฏเราะฮฺ)

ประการแรก :  อัลกุรอานนั้นมีหลักฐานมากมายที่ชี้ว่าอัลลอฮฺนั้นอยู่ ณ เบื้องสูง บางครั้งก็ระบุถึงการอยู่เบื้องสูง(อัล-อุลูวฺ)  บางครั้งก็ระบุถึงการอยู่ข้างบน(อัล-เฟากียะฮฺ) บางครั้งก็ระบุว่าสิ่งต่างๆ นั้นลงมาจากพระองค์  บางครั้งก็ระบุว่าสิ่งต่างๆ นั้นขึ้นไปยังพระองค์  และบางครั้งก็ระบุว่าพระองค์นั้นอยู่บนชั้นฟ้าต่างๆ

- การระบุถึง อัล-อุลุว์ (อยู่เบื้องสูง) เช่นคำดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

﴿وهو العلي العظيم﴾ البقرة/255  

ความว่า “และพระองค์นั้นคือผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่” (อัลบะเกาะเราะฮฺ / 225)

และคำดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

﴿سبح اسم ربك الأعلى﴾ الأعلى/1   

ความว่า “จงแซ่ซ้องสดุดี พระนามแห่งพระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงสูงสุดยิ่ง”  (อัลอะอฺลา /1)

- การระบุถึง อัล-เฟากียะฮฺ (อยู่ข้างบน เหนือ) เช่นพระดำรัสที่ว่า

﴿وهو القاهر فوق عباده﴾  الأنعام/18

ความว่า “และพระองค์คือผู้ทรงพิชิตเหนือปวงบ่าวของพระองค์ ”  (อัลอันอาม / 18 ) 

และ

﴿يخافون ربهم من فوقهم ويفعلون ما يؤمرون﴾ النحل/50 

ความว่า “และพวกเขาจะกลัวพระเจ้าของพวกเขาจากเบื้องบนของพวกเขา และปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขาถูกบัญชา ”  (อัลนะห์ลฺ / 50)

- การระบุว่า สิ่งต่างๆ ได้ลงมาจากพระองค์  เช่นพระดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

﴿يدبر الأمر من السماء إلى الأرض﴾ السجدة/5  

ความว่า “พระองค์ทรงบริหารกิจการจากชั้นฟ้าสู่แผ่นดิน” (อัซซัจญดะฮฺ / 5)   

และ

﴿إنا نحن نزلنا الذكر ﴾ الحجر/9

ความว่า “และแท้จริงเราได้ให้ข้อตักเตือน(อัลกุรอาน)ลงมา”  (อัลหิจญ์รฺ / 9) 

- การระบุว่า สิ่งต่างๆ ขึ้นไปยังพระองค์ เช่น พระดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

﴿إليه يصعد الكلم الطيب والعمل الصالح يرفعه﴾ فاطر/10   

ความว่า “คำกล่าวที่ดีเยี่ยมจะขึ้นไปสู่พระองค์  และการงานที่ดีนั้นพระองค์จะทรงยกย่องสรรเสริญมัน”  (ฟาฏิร / 10) 

และเช่นพระดำรัสที่ว่า

﴿تعرج الملائكة والروح إليه﴾ المعارج/4.  

ความว่า “มาลาอิกะฮฺและอัรรูหฺ (ญิบรีล) จะขึ้นไปหาพระองค์ ”  (อัลมะอาริจญฺ / 4)

- การระบุว่าพระองค์ทรงอยู่บนชั้นฟ้า ดังพระดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

﴿أأمنتم من في السماء أن يخسف بكم الأرض﴾ الملك /16

ความว่า “พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ จากการที่พระผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้า” (อัลมุลกฺ / 16)

ประการที่สอง :  ส่วนซุนนะฮฺนั้นมีการรายงานจำนวนมากจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  จากคำพูด  การกระทำ  และการยอมรับของท่าน

- สิ่งที่มีรายงานมาจากคำพูดท่านนบีที่กล่าวเกี่ยวกับการอยู่ที่สูงและข้างบน (เหนือ)  คือคำพูดของท่านที่ว่า

( سبحان ربي الأعلى )

(มหาบริสุทธิ์แด่พระผู้อภิบาลของฉันผู้ทรงสูงส่ง)

ดังที่ท่านกล่าวในการสุญูดของท่าน  และคำกล่าวของท่านในหะดีษที่ว่า

(  والله فوق العرش )

(และอัลลอฮฺทรงอยู่เหนือบัลลังก์)

- การกระทำของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เช่นการที่ท่านชี้นิ้วขึ้นไปยังฟากฟ้าขณะที่ท่านคุฏบะฮฺกับผู้คนจำนวนมาก  ดังกล่าวนั้นคือ วันอะรอฟะฮฺ ปีหัจญ์วะดาอฺ  (หัจญ์อำลา)

 فقال علية الصلاة والسلام «ألا هل بلغت؟» . قالوا : نعم «ألا هل بلغت؟» قالوا: نعم «ألا هل بلغت؟» قالوا : نعم . وكان يقول : «اللهم ! أشهد»  ، يشير إلى السماء     بأصبعه ، ثم يُشير إلى الناس.

ท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวว่า "พึงรู้เถิด ฉันได้แจ้งให้ทราบแล้วหรือยัง ?" พวกเขากล่าวว่า ใช่  "พึงรู้เถิด  ฉันได้แจ้งให้ทราบแล้วหรือยัง ?"  พวกเขากล่าวว่า  ใช่  "พึงรู้เถิด ฉันได้แจ้งให้ทราบแล้วหรือยัง ?"  พวกเขากล่าวว่า  ใช่  และท่านก็กล่าวว่า "โอ้อัลลฮฺได้โปรดเป็นพยานด้วยเถิด" โดยท่านชี้นิ้วยกขึ้นไปยังฟากฟ้า และจากนั้นก็ชี้ไปยังผู้คน 

แล้วเช่นเดียวกันนี้การที่ท่านนบียกมือทั้งสองในขณะขอดุอาอ์ขึ้นยังฟากฟ้า ดังที่มีรายงานเป็นสิบๆ หะดีษ นี่เป็นการยืนยันถึงการอยู่ที่สูงด้วยการกระทำ

- การยอมรับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม

 كما جاء في حديث الجارية التي قال لها النبي صلى الله عليه وسلم : «أين الله؟» قالت : في السماء. فقال : «من أنا؟» قالت : رسول الله . فقال لصاحبها : «أعتقها، فإنها مؤمنة»   

ดังที่มีมาในหะดีษ  ทาสหญิงคนหนึ่งซึ่งท่านนบีได้กล่าวกับเธอว่า  "อัลลอฮฺอยู่ที่ไหน?"  เธอตอบว่า : อยู่บนฟากฟ้า  และท่านนบีกล่าวว่า : "ฉันเป็นใคร?"  เธอตอบว่า : ศาสนทูตของอัลลอฮฺ  ท่านนบีจึงกล่าวกับเจ้าของของเธอว่า  "จงปล่อยเธอไป  เพราะแท้จริงเธอเป็นผู้ที่ศรัทธา" 

นี่คือทาสที่ไม่ได้ร่ำเรียน  โดยทาสส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้  นางเป็นทาสไม่ใช่อิสระชน  ไม่ได้ครอบครองตัวของนาง  ทว่านางก็รู้ว่าพระเจ้าของนางนั้นอยู่บนฟากฟ้า  ในขณะที่ผู้หลงผิดในหมู่ลูกหลานของอาดัมปฎิเสธว่าอัลลอฮฺอยู่บนฟากฟ้าและพวกเขากล่าวว่า : แท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ได้อยู่ข้างบน  ไม่ได้อยู่ข้างล่าง  ไม่ได้อยู่ข้างขวา  ไม่ได้อยู่ข้างซ้าย  ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขากล่าวว่า : อัลลอฮฺนั้นอยู่ทุกๆที่ !!

ประการที่สาม : ส่วนหลักฐานทางด้านมติปวงปราชญ์  บรรดาสะลัฟได้เห็นตรงกันว่า  แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่บนฟากฟ้าด้วยกับตัวของพระองค์  ดังที่นักวิชาการได้ถ่ายทอดคำพูดของพวกเขา  เช่น อัซซะฮะบีย์ ร่อหิมะฮุ้ลลอฮฺ  ในหนังสือของเขามีชื่อว่า  “อัลอุลูวฺ ลิลอะลีย์ อัลฆ๊อฟฟาร”

ประการที่สี่ : ส่วนหลักฐานทางด้านสติปัญญา   เราขอกล่าวว่า  แท้จริงการอยู่สูงนั้นถือเป็นคุณลักษณะที่สมบูรณ์  ซึ่งปัญญาชนเห็นตรงกันในเรื่องนี้และเมื่อมันเป็นคุณลักษณะที่สมบูรณ์  ก็จำเป็นที่จะต้องเป็นคุณลักษณะของอัลลอฮฺ  เพราะคุณลักษณะที่สมบูรณ์โดยไม่มีข้อยกเว้นนั้น  ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันว่ามีอยู่สำหรับพระองค์

ประการที่ห้า :  ส่วนหลักฐานด้านสามัญสำนึกนั้น  เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะโต้เถียงหรือไม่ยอมรับได้  เพราะมนุษย์ทุกๆ คนนั้นโดยสามัญสำนึกของเขาแล้วนั้นอัลลอฮฺนั้นอยู่บนฟากฟ้า  และดังกล่าวนี้แหละเมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาประสบกับท่าน  โดยที่ท่านไม่สามารถจะผลักดันมันได้  และท่านก็จะมุ่งสู่อัลลอฮฺตลอดเวลาเพื่อให้ขจัดมัน  และแน่นอนหัวใจของท่านก็จะผินสู่ฟากฟ้าโดยไม่ผินไปทางอื่น  ยิ่งไปกว่านั้นเป็นที่ประหลาดเสียเหลือเกินว่า  บรรดาผู้ที่ปฏิเสธการอยู่ที่สูงของอัลลอฮฺเหนือสิ่งถูกสร้างนั้น  พวกเขาจะไม่ยกมือของพวกเขาในขณะขอดุอาอ์นอกจากจะยกขึ้นสู่ฟากฟ้าเท่านั้น  แม้กระทั่งฟิรเอานฺ  ผู้เป็นศัตรูของอัลลอฮฺ ขณะที่เขาโต้เถียงกับมูซาเกี่ยวกับพระเจ้าของเขา เขาได้กล่าวกับมุขมนตรีของเขา  คือ ฮามานว่า

﴿يا هامان ابن لي صرحاً لعلي ابلغ الأسباب أسباب السماوات فأطلع إلى إله موسى﴾ .. الآية

ความว่า "โอ้ ฮามานเอ๋ย  จงสร้างหอสูงให้ฉันเพื่อฉันจะได้บรรลุถึงทางที่จะขึ้นไป  ทางที่จะขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าทั้งหลาย  เพื่อฉันจะได้เห็นพระเจ้าของมูซา …" (ฆอฟิร 36-37) 

โดยที่ความเป็นจริงนั้น  และในใจของเขาเองก็รู้ว่าอัลลอฮฺมีจริงอยู่แน่นอน  ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสว่า

﴿وجحدوا بها واستيقنتها أنفسهم ظلما وعلوا﴾

ความว่า "และพวกเขาได้ปฏิเสธมัน อย่างอยุติธรรมและเย่อหยิ่งทั้งๆ ที่จิตใจของพวกเขาเชื่อมั่นมัน" (อัน-นัมล์ 14)

นี่คือหลักฐานต่างๆที่บ่งชี้ว่าอัลลอฮฺนั้นอยู่บนฟ้า  จากอัลกุรอาน  ซุนนะฮฺ  มติปวงปราชญ์  สติปัญญา  และสามัญสำนึก และคำพูดของบรรดาผู้ปฏิเสธ ขออัลลอฮฺทรงนำทางสู่ความจริงความถูกต้องด้วยเถิด

อัลอิสลาม คำถาม-คำตอบ www.islamqa.com

โดย ชัยคฺ  มุฮัมหมัด  ศอลิหฺ  อัลมุนัจญิด

ส่งฟีดแบ็ก