หุกุ่มการเพิกเฉยต่อการละหมาดวิติรฺ

คำอธิบาย

คำถาม อนุญาตให้ละทิ้งการละหมาดวิติรฺหรือไม่ และผลของการละทิ้งนั้นเป็นเช่นไร ? ฟัตวาจากเว็บอิสลามคิวเอ อธิบายความเห็นต่างๆ ในทัศนะของอุละมาอ์เกี่ยวกับการละหมาดวิติรฺ

Download
กรุณาเขียนความคิดเห็นถึงผู้ดูแล

รายละเอียดแบบเต็ม

    หุกุ่มของการเพิกเฉยต่อการละหมาดวิติรฺ

    ] ไทย – Thai – تايلاندي [

    มุหัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด

    แปลโดย : แวมูฮัมหมัดซาบรี แวยะโก๊ะ

    ตรวจทานโดย : อัสรัน นิยมเดชา

    ที่มา : เว็บไซต์ islamqa.com

    2013 - 1434


    حكم التهاون في أداء الوتر

    « باللغة التايلاندية »

    محمد صالح المنجد

    ترجمة: محمد صبري يعقوب

    مراجعة: عصران نيومديشا

    المصدر: موقع الإسلام سؤال وجواب

    2013 - 1434

    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ปรานียิ่งเสมอ

    หุกุ่มของการเพิกเฉยต่อการละหมาดวิติรฺ

    มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พรอันประเสริฐและความศานติจงมีแด่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบรรดาเครือญาติตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่าน และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว โดยไม่มีการตั้งภาคีใด ๆ ต่อพระองค์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามุหัมมัดคือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์

    คำถาม อนุญาตให้ละทิ้งการละหมาดวิติรฺหรือไม่ และผลของการละทิ้งนั้นเป็นเช่นไร ?

    คำตอบ -อัลหัมดุลิลลาฮฺ- มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ การละหมาดวิติรฺเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (สุนัตที่ส่งเสริมให้กระทำอย่างยิ่ง) ในทัศนะของนักวิชาการส่วนใหญ่ แต่ก็มีนักนิติศาสตร์อิสลามบางท่านที่ให้ทัศนะว่าเป็นสิ่งที่วาญิบ (จำเป็น) ต้องปฏิบัติ

    หลักฐานที่บ่งชี้ว่าไม่วาญิบนั้นคือ มีบันทึกจากท่านอัล-บุคอรีย์ หมายเลข 1891 และมุสลิม หมายเลข 11 จากการรายงานของท่านฏ็อลหะฮฺ บิน อุบัยดิลลาฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า

    جَاءَ رَجُلٌ إِلَى رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَقَالَ : يَا رَسُولَ اللَّهِ ، أَخْبِرْنِي مَاذَا فَرَضَ اللَّهُ عَلَيَّ مِنْ الصَّلاةِ ؟ فَقَالَ : «الصَّلَوَاتِ الْخَمْسَ إِلا أَنْ تَطَّوَّعَ شَيْئًا» ولفظ مسلم : «خَمْسُ صَلَوَاتٍ فِي الْيَوْمِ وَاللَّيْلَةِ . فَقَالَ : هَلْ عَلَيَّ غَيْرُهَا ؟ قَالَ : لا ، إِلا أَنْ تَطَوَّعَ».

    ความว่า ชายคนหนึ่งมาหาท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วได้ถามว่า โอ้เราะสูลุลลอฮฺ จงบอกแก่ฉันเถิดว่า อัลลอฮฺได้กำหนดให้ฉันละหมาดอะไรบ้าง ท่านเราะสูลุลลอฮฺ จึงตอบว่า “คือละหมาดห้าเวลา นอกจากนี้ก็เป็นการละหมาดสุนัต” ส่วนสำนวนของท่านมุสลิมคือ “คือละหมาดวันหนึ่งกับคืนหนึ่งห้าเวลา” เขาได้ถามอีกว่า ยังมีฟัรฺฎูอื่นจากนี้ที่ฉันต้องปฏิบัติอีกไหม ? ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้ตอบว่า: “ไม่มี นอกจากการละหมาดสุนัต”

    ท่านอัน-นะวะวีย์ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “แท้จริงการละหมาดวิติรฺนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่วาญิบให้ปฏิบัติแต่อย่างใด” สิ้นสุดการอ้าง

    ท่านอัล-หาฟิซ อิบนุ หะญัรฺ ได้กล่าวในหนังสือ อัล-ฟัตหฺ ว่า ไม่มีละหมาดใด ๆ ที่เป็นวาญิบในหนึ่งวันหนึ่งคืนยกเว้นละหมาดฟัรฺฎูห้าเวลา ซึ่งเป็นทัศนะที่ต่างกับผู้ที่เห็นว่าละหมาดวิติรฺและ สองร็อกอัตก่อนศุบหฺเป็นวาญิบสิ้นสุดคำกล่าว

    อย่างไรก็ตาม การละหมาดวิติรก็ถือเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (สุนัตที่ส่งเสริมให้กระทำอย่างยิ่ง) เนื่องจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้มีคำสั่งใช้ให้ปฏิบัติในหะดีษบทอื่นๆ ดังนี้

    รายงานจากท่านอบีสะอีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    «أَوْتِرُوا قَبْلَ أَنْ تُصْبِحُوا».

    ความว่า “พวกท่านจงละหมาดวิติรฺก่อนที่รุ่งอรุณจะมาถึงพวกท่านเถิด” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 754)

    และรายงานจากท่านอลี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า ท่านเราะสูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

    « يَا أَهْلَ الْقُرْآنِ ، أَوْتِرُوا ، فَإِنَّ اللَّهَ وِتْرٌ يُحِبُّ الْوِتْرَ ».

    ความว่า “โอ้หมู่ชนแห่งอัลกุรฺอานเอ่ย พวกเจ้าจงละหมาดวิติรฺเถิด เพราะอัลลอฮฺทรงคุณลักษณะเดี่ยว (เอกะ) และพระองค์ทรงรักจำนวนคี่” (บันทึกโดย อบูดาวูด หมายเลข 1416 โดยชัยคฺอัล-อัลบานีย์ มีทัศนะว่า เศาะฮีหฺ ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อบีดาวูด)

    ด้วยเหตุนี้ มีความจำเป็นยิ่งที่ต้องมั่นรักษาในการละหมาดวิติรฺไม่ว่าท่านจะพำนักอยู่ที่บ้านหรือขณะเดินทางก็ตาม ดังที่มีแบบอย่างจากการปฏิบัติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ซึ่งท่านอิบนิอุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้เล่าว่า

    كَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي فِي السَّفَرِ عَلَى رَاحِلَتِهِ حَيْثُ تَوَجَّهَتْ بِهِ يُومِئُ إِيمَاءً صَلاةَ اللَّيْلِ إِلا الْفَرَائِضَ وَيُوتِرُ عَلَى رَاحِلَتِه.

    ความว่า ปรากฏว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ละหมาดระหว่างการเดินทางบนพาหนะของท่านโดยการแสดงท่าทาง และมันก็หันไปตามทางที่มันต้องการ ยกเว้นละหมาดฟัรฺฎู (ท่านจะลงจากพาหนะมาละหมาดบนพื้น) และท่านละหมาดวิติรฺบนพาหนะนั้น (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 1,000 และมุสลิม หมายเลข 700)

    ท่านอิบนุกุดามะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า การละหมาดวิติรฺมิใช่เป็นสิ่งวาญิบให้ปฏิบัติแม้แต่อย่างใด และนี่ก็เป็นทัศนะของท่านอิมามมาลิกและท่านอัช-ชาฟิอีย์ แต่ทัศนะของท่านอบูหะนีฟะฮฺนั้นถือเป็นสิ่งที่วาญิบให้ปฏิบัติ

    ท่านอิบนุกุดามะฮฺ ได้กล่าวอีกว่า ท่านอะหฺมัด บิน หัมบัล ได้กล่าวว่า ผู้ใดที่ละทิ้งละหมาดวิติรฺโดยตั้งใจถือว่าเขาเป็นคนไม่ดี และการเป็นพยานของเขาไม่สมควรที่จะถูกรับ ซึ่งท่านประสงค์ที่จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของมัน เนื่องจากมีรายงานหะดีษต่างๆ ถึงคำสั่งใช้และการเร่งเร้าให้ละหมาดวิติรฺ (สิ้นสุดคำกล่าว อ้างจากหนังสือ อัล-มุฆนีย์ 1/827)

    คณะกรรมการถาวรเพื่อการวินิจฉัยปัญหาศาสนา เคยถูกถามว่า การละหมาดวิติรฺเป็นสิ่งที่วาญิบให้ปฏิบัติหรือไม่ ? และการที่คนหนึ่งละหมาดวันหนึ่งและละทิ้งอีกวันหนึ่ง เขาจะมีความผิดหรือไม่ ?

    คณะกรรมการถาวร ฯ ได้ตอบว่า การละหมาดวิติรฺเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (สุนัตที่ส่งเสริมให้กระทำอย่างยิ่ง)และจำเป็นยิ่งนักที่มุสลิมต้องหมั่นรักษาในการปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งผู้ใดก็ตามที่ละหมาดวันหนึ่งและละทิ้งอีกวันหนึ่ง ก็ไม่มีความผิดใดๆสำหรับเขา แต่ขอแนะนำว่า ให้หมั่นรักษาการละหมาดวิติรฺเถิด นอกจากนี้ยังมีบัญญัติให้ละหมาดชดใช้ในช่วงของกลางวันหากพลาดที่จะละหมาดในค่ำคืนนั้น โดยให้ละหมาดจำนวนร็อกอัตที่เป็นคู่ (ชัฟอัน) เนื่องจากปรากฏว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยปฏิบัติเช่นนั้น ดังที่มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ได้เล่าว่า ปรากฏว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เมื่อท่านหลับไม่รู้สึกตัวหรือได้เจ็บป่วยจึงทำให้ไม่สามารถละหมาดในยามค่ำคืนได้ ท่านก็จะละหมาดในช่วงกลางวันสิบสองร็อกอัต (บันทึกโดยมุสลิม) และปรากฏว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ละหมาดในยามค่ำคืนโดยปรกติแล้วสิบเอ็ดร็อกอัต โดยที่ท่านให้สลามในทุกๆ สองร็อกอัต แล้วท่านก็ละหมาดวิติรฺอีกหนึ่งร็อกอัต แต่ถ้าท่านหลับไม่รู้สึกตัวหรือได้เจ็บป่วย ท่านก็จะละหมาดในช่วงกลางวันแทนจำนวนสิบสองร็อกอัต ดังที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺเราะฎิยัลลอฮุอันฮา ได้รายงานไว้ ด้วยเหตุนี้ หากผู้ศรัทธาคนใดที่ปกติแล้วเขาได้ละหมาดในยามค่ำคืนห้าร็อกอัต แต่ถ้าหาก(คืนไหน)ที่เขาเผลอนอนหลับไปหรือยุ่งจนไม่ได้ละหมาดกลางคืนอย่างที่เคยละหมาด ก็มีบัญญัติสำหรับเขาให้ละหมาดในช่วงกลางวันหกร็อกอัต โดยให้สลามทุกๆ สองร็อกอัต และเช่นเดียวกันถ้าโดยปกติแล้วเขาละหมาดสามร็อกอัต (ในช่วงค่ำคืน) แต่ถ้าหาก(คืนไหน)ที่เขาเผลอนอนหลับไปหรือยุ่งจนไม่ได้ละหมาดกลางคืนอย่างที่เคยละหมาด ก็มีบัญญัติสำหรับเขาให้ละหมาดในช่วงกลางวันสี่ร็อกอัต โดยให้สลามทุก ๆ สองร็อกอัต หรือถ้าหากโดยปกติเขาละหมาดเจ็ด ร็อกอัต แล้วหากคืนไหนที่เขาเผลอหลับหรือยุ่งจนไม่ได้ละหมาดก็ ก็ให้เขาละหมาดแปดร็อกอัต โดยที่ให้สลามในทุกๆ สองร็อกอัต - สิ้นสุดคำฟัตวาโดยคณะกรรมการถาวร ฯ 7/172

    ที่มา : http://www.islamqa.com/ar คำถามหมายเลข 36793

    ส่งฟีดแบ็ก